ข่าว

ยกฟ้อง!'ตู่'ไม่ผิดหมิ่น'มาร์ค'

ยกฟ้อง!'ตู่'ไม่ผิดหมิ่น'มาร์ค'

26 ธ.ค. 2557

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้อง 'จตุพร' ไม่ผิดปราศรัย นปช.วัดไผ่เขียว ปี 52 หมิ่น 'อภิสิทธิ์' มือเปื้อนเลือดฆ่าประชาชน

 
                              26 ธ.ค. 57  เมื่อเวลา 11.30 น. ห้องพิจารณา 914 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.1962/2552 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328 , 332
 
                              ตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 52 ระบุว่า วันที่ 10 พ.ค. 52 จำเลยได้ปราศรัยด้วยเครื่องกระจายเสียงต่อหน้าประชาชน จำนวนกว่าหมื่นคน ใส่ความรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (ขณะนั้น) ว่า ทำนองว่า เป็นรัฐบาลภายใต้ทรราชฟันน้ำนม รวมทั้งกล่าวหาว่า โจทก์เป็นคนสั่งทหารให้ไปยิงประชาชน เป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือดฆ่าประชาชน ใส่ร้ายประชาชนกลุ่มคนเสื้อแดง โจทก์จะต้องถูกประหารชีวิต ข้อหาฆ่าคนตาย และข้อความอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นเท็จ การกระทำของจำเลย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างมาก ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จากประชาชนที่ได้ยินได้ฟังการปราศรัยของจำเลย เหตุเกิดที่วัดไผ่เขียว แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. คดีนี้หลังจากศาลไต่สวนมูลฟ้องโจทก์แล้วเห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา จำเลยให้การปฏิเสธ
 
                              โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 55 ให้ยกฟ้องจำเลย เนื่องจากเห็นว่าทางนำสืบรับได้ว่าเป็นกรณีที่ได้มีการปราศรัย แถลงข่าว วิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเป็นการตอบโต้ทางการเมืองทางวิธีทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย จึงยังไม่พอฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริง ที่เป็นมูลเหตุที่นำมาสู่การกล่าวหมิ่นประมาท ที่มิใช่เพียงการโต้ตอบทางการเมือง
 
                              ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า จากพยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบมาแล้วนั้น รูปคดีมีเหตุผลที่ทำให้จำเลยเชื่อว่า น่าจะมีมูลเหตุในเรื่องที่จำเลยได้กล่าวถึงจริง ซึ่งการกล่าวของจำเลยเป็นการปกป้องตนหรือป้องกันส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับตนตามทำนองคลองธรรม ซึ่งเป็นการแสดงความเห็นโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (1) การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืนยกฟ้องจำเลย
 
                              ภายหลัง นายไพบูลย์ โพธิ์น้อย ทนายความนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะกลับไปศึกษาสำนวนและเตรียมยื่นฎีกาสู้คดี เนื่องจากในท้ายสำนวนมีองค์คณะได้ทำความเห็นแย้ง ซึ่งมีความยาวกว่า 20 หน้า มีความเห็นว่าให้ลงโทษจำคุกนายจตุพร 6 เดือนโดยไม่รอการลงโทษ