
ผลมิดเทอมลีกยุโรป
27 ธ.ค. 2557
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : ผลมิดเทอมลีกยุโรป
ตั้งแต่ก่อนคริสต์มาส ลีกยุโรปยกเว้นเพียงแค่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต่างก็หยุดพักในช่วงกลางฤดูกาล จะพักยาวบ้างน้อยบ้างก็แล้วแต่ แต่สุดท้ายทุกทีมในลีกใหญ่ที่ไม่ใช่ทีมในลีกอังกฤษ ต่างก็มีเวลาพักผ่อนรวมทั้งพักตั้งหลักปรับปรุงผลงานจากช่วยต้นฤดูกาลแรก
การพักกลางฤดูกาลนี้เริ่มหยุดกันมาตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม พวกที่ได้หยุดยาวหน่อยก็ยังเป็นบุนเดสลีกาเยอรมนี ที่หยุดไปถึงวันที่ 30 มกราคม รองลงมาเป็น กัลโช ซีรีส์ เอ อิตาลี หยุดถึงวันที่ 5 มกราคม ส่วนลาลีกา สเปน หยุดปีใหม่ถึงวันที่ 3 มกราคม ส่วนผลสอบมิดเทอมของแต่ละลีกเป็นอย่างไรกันบ้างมาดูกัน
ลาลีกา
ศึกใหญ่ของสเปนผ่านช่วงมิดเทอมมาด้วยการมี "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด เป็นทีมจ่าฝูง ด้วยการมี 39 แต้มจาก 15 นัด นำหน้าคู่แข่งอย่าง "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา อยู่ 1 แต้ม พร้อมกับเกมในมืออีก 1 นัด เป็นการพักครึ่งฤดูกาลที่ลงตัวเอามากๆ ด้วยการชนะติดต่อกันมา 22 นัด ได้แชมป์เข้ากระเป๋าอีก 2 รายการคือยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ และแชมป์สโมสรโลก ขณะที่ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทำสถิติชนะ 100 เปอร์เซ็นต์เต็มในรอบแบ่งกลุ่ม
ครึ่งปีหลังมานี้ คาร์โล อันเชล็อตติ นำทั้ง รีล มาดริด และ คริสเตียโน โรนัลโด ทำฟอร์มได้อย่างไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนแม้กระทั่ง ชูเซ มูรินโญ เพราะรีล มาดริด ชุดนี้แสดงให้เห็นว่ามีความเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างมาก ทั้งๆ ที่หลายๆ คนเป็นพวกนักเตะค่าตัวแพง ทำให้ ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสรได้สมหวังก่อนพักฤดูกาลที่ต้องการให้ผู้เล่นมีความรู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน
ขณะที่ บาร์เซโลนา ที่ผิดหวังมาตั้งแต่เมื่อฤดูกาลที่แล้วเมื่อไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือแม้แต่ถ้วยเดียว มาฤดูกาลนี้แม้ว่าจะเสียไปเพียง 7 ประตูจาก 16 นัดในลาลีกา รวมทั้งยังเอาชนะ รีล มาดริด มาแล้วใน "เอลกลาสิโก" ที่คัมป์ นู แต่ก็ยังดูหมองๆ การเล่นในแต่ละนัดขาดความสม่ำเสมอ การยิงได้ 41 ประตูจาก 16 นัดที่ผ่านอาจจะเฉลี่ยเกือบ 3 ประตูต่อนัด แต่ยังถูกมองว่าไม่ดีพอ
บรรดาดารากองหน้าทั้ง หลุยส์ ซัวเรซ, ลิโอเนล เมสซี และ เนย์มาร์ ยิงรวมทั้งได้มากกว่า โรนัลโด คนเดียวแค่ 2 ประตู ดังนั้นในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง หลุยส์ เอ็นริเก มีความจำเป็นต้องปรับปรุงในหลายจุดทั้งเกมรุกและเกมรับ โดยเฉพาะในเกมเยือนที่ต้องสะดุดบ่อยครั้ง ไม่อย่างนั้นคงไล่ยาก
ด้าน "ตราหมี" แอต.มาดริด ถึงจะเป็นแชมป์เก่า แต่ความคาดหวังน้อยกว่าทั้ง รีล มาดริด และบาร์เซโลนา แน่นอน เพราะต้องเสียผู้เล่นหลักๆ จากเมื่อฤดูกาลที่แล้วออกจากทีมถึง 4 คนคือ ดิเอโก คอสตา, ติบัวต์ กูร์ตัวส์, ฟิลิเป หลุยส์ และดาวิด บีญา
อย่างไรก็ตามกุนซือ ดิเอโก ซิเมโอเน ยังคงนำทัพให้อยู่ระดับหัวแถวได้ มีแต้มตามหลัง รีล มาดริด อยู่ 4 แต้ม ยิ่งเกมสุดท้ายในปีนี้ที่บุกถล่ม แอธ.บิลเบา 4-1 น่าจะเรียกความมั่นใจกลับมาได้มากขึ้น การทำได้ระดับนี้ถือว่าสอบผ่านสำหรับครึ่งฤดูกาลแรกแน่นอน
บุนเดสลีกา
"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ถูกมองว่าได้แชมป์บุนเดสลีกาฤดูกาลนี้ไปแล้ว จากการทำสถิติเก็บ 45 แต้มจาก 17 นัด เป็นสถิติใหม่ของบุนเดสลีกา และสร้างสถิติเสียเพียงแค่ 4 ประตูเท่านั้น จึงนำห่าง โวล์ฟสบวร์ก ทีมอันดับ 2 อยู่ถึง 11 แต้ม
บาเยิร์น อาจจะครองดับเบิลแชมป์ของเยอรมนีมาแล้ว 2 ฤดูกาลติดต่อกัน แต่ผลสอบในฤดูกาลนี้ที่สร้างสถิติขึ้นมาใหม่ถือว่าผลสอบดีขึ้น และมีโอกาสสูงที่จะทำได้เป็นฤดูกาลที่ 3 ติดต่อกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบุนเดสลีกาดูจะแบเบอร์ไปแล้ว
จะว่าไปแล้วการที่บาเยิร์น โดดเด่นอยู่ทีมเดียวก็อาจจะเพราะ "เสือเหลือง" ดอร์ทมุนด์ ที่ตกลงไปอย่างน่าใจหาย ทีมของ เจอร์เกน โคลปป์ กลายเป็นทีมรองบ๊วยในช่วงพักฤดูหนาว ก่อนหน้านี้ในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกา ไม่เคยมีทีมรองแชมป์เก่าทีมไหนตกต่ำในช่วงพักฤดูหนาวถึงขั้นการเป็นทีมรองบ๊วย
เหตุผลอาจจะเป็นเพราะการย้ายทีมของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี กองหน้าที่ย้ายข้ามฟากไปบาเยิร์น ทำให้ ดอร์ทมุนด์ ยิงได้แค่ 18 ประตูจาก 17 นัด รวมทั้งการที่มีนักเตะบาดเจ็บอย่างมากมายทำให้แพ้ไปแล้วถึง 10 นัด จึงเป็นเรื่องที่ โคลปป์ ต้องพยายามพลิกสถานการณ์การการสอบตกขึ้นมาให้ได้ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง
ส่วนที่น่าชมเชยสำหรับครึ่งฤดูกาลแรกคือ "หมาป่า" โวล์ฟสบวร์ก ที่ก่อนเปิดฤดูกาล ไม่มีชื่ออยู่ในข่ายของบรรดาทีมลุ้นแชมป์ แต่ปัจจุบันก็สร้างทีมกันจนอยู่ที่ตำแหน่งรองจ่าฝูง ด้วยการมีตัวหลักอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ นักเตะที่เชลซีไม่ต้องการ ซึ่งแม้ว่าจะตามหลัง บาเยิร์น 11 แต้ม และคงลุ้นแชมป์ได้ยาก แต่การลุ้นไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้จนถึงตอนนี้ ถือว่าทีมของ ดีเตอร์ เฮคกิง ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
กัลโช ซีรีส์ เอ
ฟุตบอลลีกของอิตาลีฤดูกาลนี้ แทบจะถอดแบบมาจากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว "ม้าลาย" ยูเวนตุส ของกุนซือ อันโตนิโอ คอนเต ยังคงครองความยอดเยี่ยม ก่อนพักฤดูหนาว มี 39 แต้มจาก 16 นัด นำหน้า "หมาป่า" โรมา รองแชมป์เก่าอยู่ 3 แต้ม
ด้วยฟอร์มการเล่นและแต้มห่างขนาดนี้ หลายๆ คนเชื่อว่า "ยูเว" ไม่น่าพลาดการคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน นักเตะในทีมที่ฟอร์มแรงจริงๆ อย่าง พอล พ็อกบา กับ คาร์ลอส เตเบซ ไม่มีทีท่าว่าจะเล่นตกลงไป ครึ่งฤดูกาลแรก "ยูเว" สอบผ่านแบบไร้ข้อกังขา
ขณะที่ โรมา ถึงจะยังเป็นทีมรองจ่าฝูง แต่ว่าไปแล้วผลงานของ รูดี การ์เซีย อาจจะดูตกลงจากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เพราะตอนนั้นคุมทีม 10 นัดแรกด้วยชัยชนะล้วนๆ ซึ่งสุดท้ายแล้ว โรมา จบฤดูกาลด้วยการตามหลังยูเวนตุสถึง 17 แต้ม
หากทีมหมาป่าต้องการเป็นแชมป์ฤดูกาลนี้ การ์เซีย จำเป็นต้องรีดฟอร์มนักเตะให้ทำผลงานชั้นดีให้ได้ในทุกๆ นัดไม่ว่าจะเป็น ฟรานเชสโก ต็อตติ, แชร์วินโญ, อาเดม ลายิช หรือแม้กระทั่ง มัตเตีย เดสโตร ซึ่งผู้เล่นเหล่านี้ถึงจะเล่นดีในบางนัด แต่ยังขาดความต่อเนื่อง
ที่สอบตกในซีรีส์ เอ เห็นจะไม่พ้น "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน ที่แม้ว่าจะปลด วอลเตอร์ มาซซารี ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน และตั้ง โรแบร์โต มันชินี เข้ามา แต่ดูจะยังไม่มีอะไรดีขึ้น หลัง มันชินี เข้ามาจากอันดับ 9 ร่วงมาอันดับ 11 จากตามหลังจ่าฝูง 12 แต้มกลายเป็นตาม 18 แต้ม
มันชินี เพิ่งนำทีมชนะเกมในลีกแค่นัดเดียวจาก 5 นัด และเจ้าตัวบอกว่าไม่สามารถทำให้ทีมดีขึ้นในช่วงข้ามคืน แต่ไม่ว่าจะยังไง ครึ่งฤดูกาลแรกของอินเตอร์ คือทีมสอบตกอย่างชัดเจน



