ข่าว

มหากาพย์คดี‘พงศ์พัฒน์-สุวะดี’(ตอน2)

มหากาพย์คดี‘พงศ์พัฒน์-สุวะดี’(ตอน2)

26 ธ.ค. 2557

มหากาพย์คดี‘พงศ์พัฒน์-สุวะดี’3กลุ่ม30ผู้ต้องหาอายัด560ล้าน(ตอน2)

                 การขยายผลสืบสวนเพื่อจัดการกับเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่ลดละ ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า กลุ่มเครือข่ายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ มีบุคคลที่เข้าไปเกี่ยวโยงกันหลายฝ่ายมากมาย ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มนายพล และนายตำรวจที่เป็นลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ เท่านั้น

                จากการสืบสวนของพนักงานงานสอบสวนพบความเชื่อมโยงไปถึงบุคคลอีก 2 กลุ่ม กลุ่ม "สุวะดี" หรืออดีตนามสกุลอัครพงศ์ปรีชา กับพวก และ 3.กลุ่ม "นางสุดาทิพย์ และ พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล

                กลุ่มที่สอง คดีกลุ่มผู้ต้องหา "สุวะดี" หรือ อดีตนามสกุล "อัครพงศ์ปรีชา" ซึ่งเป็นเครือญาติของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และเครือข่าย มีทั้งหมด 5 คดี ได้แก่

                1.คดีอุ้มผู้เสียหายไปข่มขู่โดยแอบอ้างสถาบันเพื่อให้ยกหนี้ จำนวน 30 ล้านบาท ท้องที่ สน.พระโขนง มีผู้ต้องหาทั้งหมด 7 คน ได้แก่ 14.นายณัฐพล สุวะดี 15.นายณรงค์ สุวะดี 16.นายสิทธิศักดิ์ สุวะดี 17.นายสุทธิศักดิ์ สุทธิจิตต์ 18.นายชากานต์ ภาคภูมิ ส่วนที่ยังติดตามจับกุมไม่ได้มี 2 คน คือ 19.นายไพเชษฐ์ เมธิสริยพงศ์ กรรมการบริษัทเจ้าของสัมปทาน รถเมล์ สาย 8 และ 20.นายปรีชา ดาราไตร นักธุรกิจซื้อขายรถมือสอง (ผู้จ้างวาน)

                พฤติการณ์คือ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2557 นายปรีชา ได้จ้างวานนายชากานต์ กับพวก มาดักรอนายวิทยา ปัญญาทวีกูล ผู้เสียหาย ที่หน้าบ้านพักซอยสุขุมวิท 101 เขตพระโขนง จากนั้นใช้อาวุธปืนขู่บังคับไปที่บ้านหลังหนึ่งย่านพุทธมณฑลสาย 3 เขตทวีวัฒนา เพื่อพบกับนายณัฐพล แล้วบังคับนายวิทยาติดต่อบุคคลที่รู้จักให้ไปเจรจาเรื่องหนี้สินที่ค้างอยู่ทั้งหมด

                เมื่อนายวิทยาพยายามติดต่อบุคคลใกล้ชิดให้ไปพบกับพวกผู้ต้องหาที่ร้านอาหารเบิกไพร ใกล้กับวัดศรีเอี่ยม ถนนบางนา-ตราด แต่บุคคลดังกล่าวไม่ยอมออกมาพบ ผู้ต้องหาจึงควบคุมตัวนายวิทยาไว้ที่บ้านหลังดังกล่าว 1 คืน ก่อนจะปล่อยตัวไป โดยลักทรัพย์สินนายวิทยาไป ประกอบด้วยบัตรประจำตัวประชาชน ใบอนุญาตขับรถยนต์ตลอดชีพ เงินสดจำนวน 1,800-2,000 บาท สุรา 1 ขวด นายวิทยาจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ สน.พระโขนง

                ทั้งหมดถูกดำเนินคดีข้อหา หมิ่นสถาบันเบื้องสูง, กรรโชกทรัพย์ทวงหนี้ เพื่อหาประโยชน์โดยมิชอบ, กระทำการข่มขืนใจผู้อื่นโดยมีอาวุธและทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย หรือเสรีภาพ เพื่อให้กระทำการ หรือไม่กระทำการใดโดยร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ, ร่วมกันมีอาวุธปืน และพาอาวุธปืนไปในเมือง โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 309 วรรคสอง, 310, 371 และ พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ

                2.คดีอุ้มผู้เสียหายไปข่มขู่โดยแอบอ้างเบื้องสูงเพื่อให้ลดหนี้จาก 120 ล้านบาท ให้เหลือ 20 ล้านบาท ท้องที่ สน.วัดพระยาไกร โดยคดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 10 คน ร่วมก่อเหตุในท้องที่ สน.พระโขนง และเป็นคดีในเขตอำนาจศาลทหารกรุงเทพฯ ได้แก่ นายชากานต์ นายณรงค์ และนายณัฐพล โดย 3 คนนี้เป็นผู้ต้องหาคนเดียวกับคดีที่ สน.พระโขนง

                ส่วนที่เหลือ 7 คน ได้แก่ 21.นายชลัช โพธิราช 22.นายวิทยา เทศขุนทด 23.นายณธกร ยาศรี (อดีตทหารยศ ส.อ.) 24.นายธีรพงศ์ ช่อจำปี (อดีตทหารยศ ส.อ.) 25.นายณัฐนันท์ ทานะเวช 26.นายนพพร ศุภพิพัฒน์ (ผู้จ้างวาน) และ 27.น.ท.ปริญญา รักวาทิน หรือ เจี๊ยบ กรรมการผู้จัดการบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด (คนกลางติดต่อ) ซึ่งผู้ต้องหาที่ยังจับกุมไม่ได้มีเพียงคนเดียวคือ นายนพพร

                พฤติกรรมของผู้ต้องหากลุ่มนี้คือ นายนพพร ได้ให้ น.ท.ปริญญา ติดต่อกลุ่มผู้ต้องหาไปข่มขู่และพยายามอุ้มตัวนายบัณฑิต โชติวิทยะกุล นักธุรกิจ ผู้เสียหาย เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา เพื่อขอลดหนี้ที่นายนพพร ศุภพิพัฒน์ หรือเสี่ยนิค นักธุรกิจด้านพลังงานทางเลือกระดับมหาเศรษฐีหมื่นล้าน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด เป็นหนี้อยู่ 120 ล้านบาท ให้ลดหนี้เหลือ 20 ล้านบาท

                3.คดีแอบอ้างเบื้องสูงข่มขู่ผู้เสียหายให้ถอนตัวจากธุรกิจสัมปทานในตลาดไท ท้องที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตามที่นายไตรสรณ์ ธีระตระกูล อดีตเจ้าของสัมปทานโรงน้ำแข็งตลาดไท เข้าแจ้งความไว้ว่าถูกนายชากานต์ กับพวก 5 คน ข่มขู่ให้เลิกสัมปทานขายน้ำแข็ง มูลค่าความเสียหาย 24 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อเดือนมิถุนายน 2556

                คดีนี้มีการจับกุม 28.นางนวลรัตน์ เฮงกิจเจริญเลิศ ตามหมายจับจากศาลทหารในข้อหา หมิ่นเบื้องสูง ตาม ป.อาญา มาตรา 112 และข่มขืนใจผู้อื่นให้ตกใจกลัวตามมาตรา 309 ส่วนนายชากานต์ พนักงานสอบสวนได้เข้าไปแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในเรือนจำ

                4.คดีแอบอ้างเบื้องสูงเพื่อให้มีสิทธิสอบระดับปริญญาโทของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า ท้องที่ สน.ลาดพร้าว โดย นายชากานต์ ซึ่งขาดเรียนจนไม่มีสิทธิสอบได้อ้างเหตุว่าติดภารกิจสถาบันเบื้องสูงทำให้ขาดเรียน โดยมีนายณัฐพลให้การสนับสนุนเรื่องเอกสารรับรอง   

                5.คดีครอบครองอาวุธปืนกล็อกและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต ท้องที่ สน.คันนายาว มี นายชากานต์ เป็นผู้ต้องหา

                กลุ่มที่สาม คดีของ 29.นางสุดาทิพย์ ม่วงนวล (พี่สาวของนายณัฐพล และนายณรงค์ สุวะดี) และ 30.พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล อดีต ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองสุมทรสาคร สองสามีภรรยา กลุ่มนี้มีด้วยกัน 2 คดี คือ

                1.คดี "สวนผึ้งรีสอร์ท" ซึ่งทั้งสองเป็นเจ้าของกิจการ ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ถูกดำเนินคดีข้อกล่าวหา ร่วมกันสร้างแผ้วถางหรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าฯ หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 54, 55 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และร่วมกันปลูกสร้างอาคารฝายล่วงล้ำในแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำหรือทะเลสาบ ที่ประชาชนใช้ร่วมกันโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม มาตรา 117, 183 พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 โดยคดีนี้ทั้งสองได้รับการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน

                2.คดีแอบอ้างเบื้องสูงเอื้อประโยชน์ในการทำธุรกิจกับกองกิจการในพระองค์ฯ โดยมีนางสุดาทิพย์ เป็นผู้ต้องหา หมิ่นเบื้องสูง ตาม มาตรา 112 ป.อาญา โดยในนามคณะบุคคลน้ำทิพย์ นางสุดาทิพย์ได้แอบอ้างเบื้องสูงประมูลขายน้ำพริกประเภทต่างๆ รวมทั้งประมูลได้เครื่องเสวยในนามคณะบุคคลปณสุ ขายผักสด และผักต้ม ให้แก่กองกิจการในพระองค์ฯ ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพ

                อย่างไรก็ดี ในกลุ่มผู้ต้องหาเครือข่าย "สุวะดี" นั้น ปปง.ได้อายัดบัญชีอีก 4 บัญชี ของ น.ส.ปณิดา สุวะดี หุ้นส่วนในบริษัท ศิรินทิพย์ 2007 จำกัด ร่วมกับนางสุดาทิพย์ นายณรงค์ สุวะดี นางวันทนีย์ สุวะดี นายอภิรุจ สุวะดี พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล อดีตผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองสมุทรสาคร และ น.ส.ขวัญตา เกิดอำแพง ในความผิดฐานแอบอ้างเบื้องสูงหลอกลวงประมูลส่งเครื่องเสวยให้แก่กองกิจการในพระองค์ฯ รวมทั้งยึดเงินในบัญชีของ น.ส.ปณิดา จำนวน 61,644,020.94 บาท ในความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

                ทั้งหมดนี้คือภาพรวมของคดีที่เกิดขึ้นทั้งหมด พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และสมาชิกส่วนหนึ่งในครอบครัวสุวะดี รวมทั้งเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ตลอดกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้นจะเห็นว่าทั้งสามกลุ่มคดีนั้นยังไม่พบว่าผู้ต้องหาในแต่ละกลุ่มคดีมีพฤติการณ์ทางคดีที่เกี่ยวข้องกันโดยตรง แต่จนถึงขณะนี้สอบสวนขยายผลก็ยังคงดำเนินต่อไป และไม่รู้ว่าจะยุติลงเมื่อไร


รายชื่อเครือข่ายพงศ์พัฒน์
สน.พระโขนง 
นายณัฐพล สุวะดี
นายณรงค์ สุวะดี 
นายสิทธิศักดิ์ สุวะดี 
นายสุทธิศักดิ์ สุทธิจิตต์
นายชากานต์ ภาคภูมิ
นายไพเชษฐ์ เมธิสริยพงศ์ (ยังหลบหนี)
นายปรีชา ดาราไตร (ยังหลบหนี)

สน.วัดพระยาไกร
นายชลัช โพธิราช 
นายวิทยา เทศขุนทด 
นายณธกร ยาศรี
นายธีรพงศ์ ช่อจำปี
นายณัฐนันท์ ทานะเวช 
นายนพพร ศุภพิพัฒน์ (ยังหลบหนี) 
น.ท.ปริญญา รักวาทิน หรือ เสธ. เจี๊ยบ