
มรดกประวัติศาสตร์ซีเรียที่ถูกทำลาย
27 ธ.ค. 2557
เวิลด์วาไรตี้ : มรดกประวัติศาสตร์ซีเรียที่ถูกทำลาย : โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
สงครามกลางเมืองซีเรียยืดเยื้อมานานเกือบ 4 ปี นอกจากคร่าชีวิตผู้คนกว่า 2 แสน และก่อวิกฤติคลื่นผู้อพยพครั้งใหญ่สุดนับจากสงครามโลกครั้งที่สอง โดยไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงแล้ว ยังสร้างความเสียหายอย่างประเมินค่ามิได้ในดินแดนที่เต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์และอารยธรรมของโลก ตั้งแต่ชุมชนยุคก่อนประวัติศาสตร์ ตลาดโบราณและมัสยิดที่มีชื่อเสียงของโลก
สถาบันของสหประชาชาติด้านการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมโดยการให้ข้อมูลภูมิประเทศ (UNOSAT) มีสำนักงานในนครเจนีวา ได้เผยแพร่ผลการสำรวจความเสียหายของโบราณสถานครั้งใหญ่ โดยวิเคราะห์จากภาพถ่ายดาวเทียม พบว่า มีมรดกทางประวัติศาสตร์เกือบ 300 แห่งที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม โดย 24 แห่งในจำนวนนี้พังพินาศ เสียหายยับเยิน 104 แห่ง เสียหายปานกลาง 80 แห่ง และอีก 77 แห่งมีแนวโน้มเสียหาย
การวิเคราะห์มุ่งความสนใจสถานที่ 18 แห่ง จำนวนนี้ 6 แห่ง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ได้แก่ เมืองโบราณอเล็ปโป บอสรา ดามัสกัส เมืองแห่งความตายทางเหนือของซีเรีย, ครักเดเชอวาลีเยร์ และแพลไมรา เมืองกรีกโบราณอดีตเคยเป็นที่พักของกองคาราวาน
เอลีนาร์ บียอร์โก ผู้อำนวยการยูโนแซต กล่าวว่า มนุษยชาติกำลังสูญเสียมรดกอายุหลายพันปี เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับซีเรียและโลก
อเล็ปโป อดีตศูนย์กลางการค้าของซีเรีย อายุเก่าแก่นับ 7,000 ปี ได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษจากการสู้รบระหว่างกองกำลังกบฏกับกองกำลังฝ่ายรัฐบาล กระสุนและระเบิดที่ถล่มกันไปมา ทำให้หออะซานของมหามัสยิดแห่งอเล็ปโปที่สร้างในศตวรรษที่ 11 พังทลายเป็นเศษอิฐเศษปูน ขณะที่โรงแรมคาร์ลตันอันมีชื่อเสียง ก็พังพินาศเช่นกัน ทิ้งไว้แต่หลุมโพรงขนาดใหญ่ให้ดูต่างหน้า
ชีคมูส อาลี จากสมาคมคุ้มครองโบราณคดี (อัพซา) กล่าวว่า เมื่อใดที่ทหารรัฐบาลหรือฝ่ายกบฏเข้าคุมมัสยิด พวกเขาจะประจำการสไนเปอร์ที่หออะซาน ที่สุดก็ถูกถล่มทางอากาศ
ตลาดนัดโบราณแห่งอเล็ปโป ซึ่งเป็นตลาดลักษณะนี้ที่มีขนาดใหญ่สุดในโลก ได้รับความเสียหายรุนแรงเช่นกัน
ภาพถ่ายดาวเทียมของสหประชาชาติ ยังแสดงภาพความเสียหายอย่างกว้างขวางที่พัลไมรา ซึ่งเป็นที่รู้จักดีในภาพของเสาโรมันเรียงราย เนื่องจากกองทัพซีเรียได้สร้างถนนตัดผ่านสุสานโบราณ เพื่อให้รถถังแล่นผ่านได้และการยิงจากรถถังทำให้โครงสร้างอ่อนแอลง
ส่วนเมืองรัคกา ฐานที่มั่นของกลุ่มสุดโต่งไอเอส มัสยิดอัล กอร์นี ของมุสลิมนิกายซูฟี และวิหารอัมมาร์ อิบน์ ยาซีร์ หนึ่งในพระสหายของศาสดาโมฮัมหมัด ก็ถูกทำลายเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ ไอเอสยังทำลายอนุสาวรีย์อัสซีเรียโบราณ ในเมืองฮาซาเคห์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรียด้วย
ที่เมืองดูรา ยูโรโพส ในจังหวัดเดอีร์ เอสซอร์ ทางตะวันออก สหประชาชาติระบุว่า การปล้นสะดมทำให้สถานที่ที่รู้จักในชื่อปอมเปอีแห่งทะเลทราย เสียหายย่อยยับจนไม่เหลือสภาพเดิม รูปปั้น ลูกปัดและภาชนะศิลปะแบบไบแซนไทน์ ถูกขโมยไปเกลี้ยง
อปามีอา เมืองบนเส้นทางการค้าระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับเอเชียกลาง ใกล้กับเมืองฮามา ทางตอนกลางของซีเรีย ที่ถือกันว่าเป็นเพชรแห่งโบราณคดียุคโรมัน ก็ถูกปล้นทรัพย์สินมีค่าเช่นกัน โดยอัพซาตรวจพบการขุดค้นขนสมบัติเฉพาะที่นี่แห่งเดียวราว 1.4 หมื่นจุด
ส่วนปราสาทครักเดเชอวาลีเยร์ที่กบฏเคยยึดครอง ในจังหวัดฮอมส์รนั้น ส่วนหน้าและหลังคาของปราสาทพังเป็นบางส่วนหลังถูกฝ่ายรัฐบาลถล่มอย่างหนัก และกลุ่มกบฏในจังหวัดอิดลิบ ทางตะวันตกเฉียงเหนือยังทำให้เอบลา หนึ่งในที่ตั้งอาณาจักรแรกเริ่มของซีเรียโบราณ กลายเป็นสถานที่ฝึกรบ
อาลี กล่าวว่า อันตรายในซีเรียสาหัสกว่าในอิรักมากมายนัก เพราะที่นี่สถานที่ประวัติศาสตร์กลายสภาพเป็นค่ายทหารและสนามรบ ถือเป็นความสูญเสียอย่างไม่อาจประเมินได้สำหรับมนุษยชาติ
-------------------------------------------
(ภาพ : AFP)



