
สมชัยยันเดินหน้าฟ้องคนล้มลต.2กพ.
25 ธ.ค. 2557
"สมชัย"ยันเดินหน้าฟ้องคนล้มเลือกตั้ง2ก.พ.เรียกเงินคืนรัฐ3พันล้านบาทโวมีหลักฐานภาพถ่าย-วีดิโอชัดบอกรอลุ้นฟ้องใครรู้แน่ปลายม.ค.58"สมชัย"แนะปรับปรุงองค์กรกกต.4ข้อ
วันที่ 25 ธ.ค.57 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานกกต.จะฟ้องเรียกค่าเสียหาย 3,000 พันล้านบาท กรณีกาารเลือกตั้ง 2 ก.พ. เป็นโมฆะ ว่า สื่อฯพยายามถามว่าจะดำเนินคดีกับใคร ตอนนี้ยังไม่มีคำตอบ เพราาะ กกต.ยังไม่ได้ตัดสินเรื่องนี้ เรื่องทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมหลักฐานของฝ่ายสำนักงาน แต่จะมีการเสนอเข้าที่ประชุมกกต.ปลายเดือนม.ค.2558 ซึ่งที่ต้องรีบดำเนินการ ก็เพราะว่าไม่ต้องการให้คดีหมดอายุความ และถ้ากกต.ไม่ทำ ก็อาจถูกร้องเรียนฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เนื่องจากกฎหมายยังมีผลบังคับใช้อยู่ สำหรับการดำเนินคดดีจะเป็นเป็น 2 ส่วน คือ 1.เป็นค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่การรับสมัครสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ทรัพย์สินของสำนักงานกกต. ค่าใช้จ่ายในการเช่าอาคารสำนักงานในการทำงานของกกต.หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับกกต.จังหวัด เป็นต้น ตรงนี้ชัดเจนว่าใครทำให้สิ่งต่างๆเหล่านี้เสียหาย เพราะมีหลักฐานภาพถ่ายวีดีโอชัดเจน นี่เป็นกลุ่มที่เราต้องฟ้อง
นายสมชัย กล่าวต่อว่า ส่วนที่ 2.เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดเลือกตั้งทั่วประเทศ ที่กกต.จัดเอง 2,200 ล้านบาท และให้งบประมานกับหน่วยงานนอกที่ช่วยสนับสนุนอย่างไปรษณีย์ไทยและกรมการปกครองอีกประมาณ 600-700 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นประมาน 3,000 ล้านบาท ตรงนี้ทางสำนักกฎหมายของกกต.ต้องเสนอความเห็นมายังกกต.ว่าใครต้องรับผิดชอบ เช่น การเปิดรับสมัคร 28 เขตภาคใต้ ที่ไม่สามารถเปิดรับสมัครได้ ใครเป็นคนทำ และกลุ่มที่อำนาจตัดสินใจในการเลื่อนการเลือกตั้งได้ แต่ไม่เลื่อนทั้งที่มีหนังสือจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ที่ได้แจ้งเตือนว่าหากเดินหน้าต่อจะเกิดความเสียหาย และกกต.เองก็เตือน แต่ทั้งหมดยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการดำเนินการกับกลุ่มใด ต้องรอการเสนอมา
"ถามว่าไม่ฟ้องได้หรือไม่ ตอบได้เลยว่าไม่ได้ เพราะเท่ากับว่ากกต.จะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ฟ้องแล้วเกิดความวุ่นวายหรือไม่ แน่นอนว่าต้องเกิดแรงกระเพื่อม รองนายกฯก็ออกมาบอกว่าสังคมต้องการความสงบ ต้องช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ ผมตอบกลับได้เลยว่า ถ้ารัฐบาลอยากสงบ รัฐบาลก็ต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรม ล้างมลทินว่าการกระทำนี้ไม่ถือว่าเป็นความผิด เหมือนกับไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น เราทำคนละบทบาทหน้าที่ การรักษาความสงบ รัฐบาลก็มองไกลอยากให้บ้านเมืองสงบ แต่เราเป็นผู้รักษากฎหมายเราก็ต้องทำตามหน้าที่ ซึ่งอาจโดนบูมเมอแรงตีกลับบ้าง แต่เราคงไม่ฟ้องกันเอง หรือถ้าใครจะฟ้องกกต.ก็ไปฟ้องเอา"นายสมชัย กล่าวและว่า เราเป็นคนกกต.ต้องเข้าใจ เพื่อที่จะชี้แจงให้สังคมเกิดความเข้าใจ ยืนยันว่าวันนี้กกต.ยังไม่มีมติฟ้องใคร แต่ถ้ามีมติฟ้องก็จะส่งเรื่องให้อัยการ เดิมตนเข้าใจว่าเมื่ออัยการรับเรื่องแล้ว จะพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ก็ได้ แต่นายกล้านรงค์ จันทิก สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และประธานกรรมาธิการ(กมธ.)ด้านการเมือง สนช. ได้ให้ข้อมูลเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า ถึงอย่างไรอัยการก็ต้องสั่งฟ้อง เพราะเป็นคดีแพ่ง
"สมชัย" แนะ ปรับปรุงองค์กรกกต. 4 ข้อ สร้างความน่าเชื่อถือมากขึ้น
นายสมชัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ กกต.ได้จัดประชุมร่วมกับผู้พิพากษาศาลยุติธรรม ที่จ.ภูเก็ต โดยมีข้อสรุป 2 ประเด็น คือ 1.กกต.ขอให้ศาลใช้สำนวนของ กกต.เป็นหลักในการพิจารณาพิพากษาคดีเลือกตั้ง และ 2.ศาลยอมรับข้อเสนอดังกล่าว แต่ขอให้กกต.ไปปรับปรุงกระบวนการสืบสวนสอบสวนให้เป็นที่น่าเชื่อถือ และเป็นที่ไว้วางใจ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ กกต.ต้องกลับมาดูตัวเอง ว่าต้องปรับปรุงอย่างไรบ้าง ส่วนตัวเห็นว่าต้องปรับปรุง 4 ข้อ คือ 1. คนต้องทำให้มีประสิทธิภาพ 2.เงินต้องมีงบประมาณสนับสนุนเพียงพอ 3.อุปกรณ์ ต้องมีเครื่องมือในการทำงานอย่างครบครัน และ 4.การจัดการ ต้องไปปรับปรุงขั้นตอนให้เป็นระบบ
นายสมชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เมื่อวานที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการ(กมธ.) ด้านการเมือง ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ได้มารับฟังความคิดเห็นถึงข้อเสนอแนะในการปฏิรูประเทศ การปฏิรูปที่จะมีขึ้นนั้น จะมีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์กติกาเกี่ยวกับการเลือกตั้งพอสมควร ซึ่งตนได้ยืนยันไปว่า อำนาจในการสั่งเลือกตั้งใหม่และการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง(ใบเหลือง-แดง) ควรที่จะอยู่กับ กกต. เพราะการเลือกตั้งเราไม่สามารถใช้ข้อพิจารณาด้านกฎหมายเพียงอย่างเดียว คดีเลือกตั้งเป็นการสู้กันระหว่างประชาชนที่ไม่มีอำนาจกับนักการเมืองที่มีอำนาจทุกอย่าง ฉะนั้น ที่พูดกันว่าให้ไปสู้กันในศาลอย่างเป็นธรรม มันก็คือความไม่เป็นธรรม เพราะจะมีการใช้ช่องว่างของกฎหมายต่างๆ ซึ่งในสายตาทางกฎหมายถือว่าไม่ผิด แต่ในสายตาเราถือว่าผิด จุดนี้เห็นว่าเราต้องสื่อสารให้สังคมเกิดความเข้าใจ ไม่ใช่ว่ากกต.หวงอำนาจ แต่เราต้องมีอำนาจดังกล่าวไว้ เพื่อคัดกรองคนดีเข้าสู่การเมือง ถ้าได้คนดีประเทศก็จะเดินหน้าต่อไปได้ แต่ถ้าได้คนไม่ดี ประเทศก็จะเกิดปัญหาและบ้านเมืองจะเดินวนกลับมาสู่จุดเดิม



