
ไพบูลย์ตั้ง3กลุ่มติดตามคดีผิดม.112
25 ธ.ค. 2557
ไพบูลย์ ตั้ง 3 กลุ่มติดตามคดีผิด ม.112 เชิญ ไอซีที-กต. หารือร่วมฝ่ายความมั่นคง 9 ม.ค.นี้ วางกรอบการติดตามตัวผู้ต้องหา เล็งเป็นหัวหน้าคณะทำงานเอง
25 ธ.ค.57 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการดำเนินคดีความผิดมาตรา 112 ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงยุติธรรมบูรณาการแก้ไขทั้งระบบ ว่า เบื้องต้นนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้หารือร่วมกับผู้บัญชาการสำนักคดีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดมาตรา 112 เพื่อให้ทราบถึงการดำเนินการที่ผ่านว่ามีรูปแบบและข้อมูลอย่างไรบ้าง โดยในวันที่ 9 ม.ค.นี้ ได้ทำหนังสือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด และหน่วยงานด้านความมั่นคง มาหารือเพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการ โดยจัดตั้งเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. กลุ่มติดตามคดีเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดกลับมาดำเนินคดีในประเทศ 2. กลุ่มดำเนินการกับการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลซึ่งเกี่ยวข้องกับกระทรวงไอซีที และ 3. กลุ่มที่ต้องดำเนินการเกี่ยวกับงานต่างประเทศในด้านการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรา 112 ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีการเมือง
รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อว่า การทำงานครั้งนี้จะย้อนไปตรวจสอบคดีที่เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมถึงคดีผังล้มเจ้า ว่า การสอบสวนติดขัดในประเด็น หรือขั้นตอนใดจึงไม่สามารถดำเนินการได้ รวมถึงประเด็นที่ต่างประเทศให้ผู้กระทำผิดอาศัยอยู่ในประเทศได้ ประเด็นดังกล่าวต้องมีการสร้างความเข้าใจว่าเป็นเรื่องจิตวิญญาณของคนไทยที่มีต่อสถาบันสูงสุดของประเทศ นอกจากนี้กลุ่มที่กระทำความผิดยังพยายามเชื่อมโยงให้เป็นคดีการเมือง พร้อมกันนี้จะให้มีการประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่พบว่ากลุ่มดังกล่าวเข้าไปเคลื่อนไหวด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะทำงานชุดนี้ พล.อ.ไพบูลย์ จะนั่งเป็นประธานด้วยตัวเอง และจะยกระดับคณะทำงานเป็นระดับรัฐบาล แตกต่างจากที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละหน่วยงานแยกกันทำงาน ทำให้ไม่มีทิศทางการทำงานที่ชัดเจน ซึ่งในการหารือมีการพูดถึงสภาพปัญหาที่ไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดกลับมาดำเนินคดีได้ เพราะในต่างประเทศไม่มีความผิดมาตรา 112 เหมือนประเทศไทย ซึ่งในข้อตกลงเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระบุชัดเจนว่ากฎหมายของทั้ง 2 ประเทศต้องตรงกัน ทำให้ที่ผ่านมาไม่เคยมีประเทศใดยอมส่งตัวผู้กระทำผิดเป็นผู้ร้ายข้ามแดน แม้บางคดีที่มีการส่งประเด็นไปสอบสวนแต่ประเทศปลายทางก็ปฏิเสธไม่ดำเนินการตามคำร้องขอของประเทศไทย ที่สำคัญ ทางการไทยเร่งดำเนินการขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนในความผิดมาตรา 112 กลับกลายเป็นข้ออ้างให้ผู้ต้องหาใช้ไปประกอบคำร้องขอไปพำนักในประเทศปลายทางเป็นการถาวร โดยอ้างความเชื่อมโยงว่าเป็นการลี้ภัยการเมือง



