ข่าว

เลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม

เลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม

25 ธ.ค. 2557

เลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น

             เคาะแล้วสำหรับระบบเลือกตั้งใหม่ที่เราจะใช้เป็นวิธีการคัดสรรคนเข้าสู่อำนาจทางการเมือง ซึ่งเป็นวิธีเลือกตั้งแบบเยอรมัน โดยมีชื่อเป็นทางการว่า "เลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม (Mixed -Member Propotional)" โดยรูปแบบครั้งนี้ถือว่าซับซ้อนที่สุดเท่าที่ประเทศเราเคยใช้มา และอาจจะค่อนข้างยากต่อความเข้าใจ คอลัมน์ "มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ"  จึงขอสรุปความ เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายๆ สำหรับทุกท่านซึ่งจะเป็นผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งต่อไป

             ประการแรกคือ เราจะยังคงมีทั้ง ส.ส. ระบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ เหมือนเดิม แต่ครั้งนี้สัดส่วนจะไม่ห่างกันเหมือนที่ผ่านมา กล่าวคือ เราจะมี ส.ส. ทั้งสภา ประมาณ 450 คน แบ่งเป็น ส.ส.เขต 250 คน และ ส.ส. บัญชีรายชื่อ 200 คน

             การกาบัตร เราจะเลือกในสองแบบคือแบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ โดยเมื่อเลือก ส.ส. แบบแบ่งเขต ได้เท่าไหร่ก็ถือเป็นจำนวนแน่นอนที่ได้ในมือ เช่น "พรรค ก." ได้ ส.ส. เขต 35 คน ก็จะมี ส.ส. ไม่ต่ำกว่านั้น

             อย่างไรก็ตามในส่วนของบัญชีรายชื่อจะนำคะแนนมานับรวมกันทั้งประเทศ โดยหารเฉลี่ยเป็นเปอร์เซ็นต์กับจำนวน ส.ส. 450 คน หาก "พรรค ก." ได้คะแนน 10% ก็จะเท่ากับว่า พรรคนี้"ควรจะมี" ส.ส. 45 คน

             อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขามี ส.ส. แบ่งเขตอยู่แล้ว 35 คน ก็เท่ากับว่าเขาจะมี ส.ส. บัญชีรายชื่อได้อีก 10 คน เพื่อให้มี ส.ส. ครบ 45 คน ตามสัดส่วนคะแนนที่ได้มา

             แต่หากพรรคใดได้ ส.ส.เขตเกินกว่าจำนวนคะแนนเลือกพรรค ก็จะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่ม ซึ่งทำให้ระบบนี้ อาจทำให้มี ส.ส. เกิน 450 คน

             นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดว่าการเลือกบัญชีรายชื่อจะแบ่งเป็นตามภาคต่างๆ 8 ภาค เพื่อให้พรรคได้เสนอ ส.ส. ในแบบบัญชีรายชื่อให้แต่ละภาคได้พิจารณา อย่างไรก็ตาม การที่จะให้สัดส่วนแบบไหนได้รับคัดเลือกมาเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อก็เป็นเรื่องที่จะบัญญัติไว้ในกฎหมายลูกอีกครั้งหนึ่ง

             ส่วนการเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตจะเป็นแบบ "เขตเดียวเบอร์เดียว" แต่ในเมื่อ ส.ส. เขตมีจำนวนน้อยลงก็เท่ากับว่าเขตเลือกตั้งจะมีขนาดใหญ่ขึ้น

             สิ่งที่ต้องตั้งคำถามคือระบบนี้ผู้ออกแบบกำลังจะแก้ปัญหาอะไร หากดูต้นแบบอย่างประเทศเยอรมนีเขาก็เพื่อต้องการไม่ให้เกิดการผูกขาดโดยพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง โดยมี โมเดล "พรรคนาซี" เป็นตัวตั้งว่าไม่ต้องการเช่นนั้นอีก นอกจากนี้ในระบบนี้ยังเป็นการรักษาทุกคะแนนเสียงเอาไว้

             อย่างไรก็ตามระบบการเลือกตั้งที่ดีนั้น ต้องไม่ละเลยเรื่องความง่ายต่อการทำความเข้าใจ เพราะการเลือกตั้งนั้นต้องได้รับการยอมรับ ซึ่งการยอมรับในการเลือกตั้งนั้นพื้นฐานมาจากว่าคะแนนที่เขาเลือกไปนั้นมีผลต่อการเลือกตั้งอย่างไร คนที่เขาเลือกไปชนะการเลือกตั้งหรือแพ้การเลือกตั้งแบบไหน หรือคนที่เขากาบัตรไม่ได้รับการเลือกตั้งเพราะอะไร งานนี้คนมีหน้าที่อธิบายน่าจะเหนื่อยหน่อย