24 ธ.ค. 57 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะแต่งตั้งคณะกรรมการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ หลังร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ว่า "อ๋อเหรอ ไม่รู้เลย ยืนยันว่าไม่รู้ และยังไม่ได้คิด"
เมื่อถามย้ำว่า คสช.จะเปลี่ยนตัวเองเป็นคณะกรรมการพิทักษ์รัฐธรรมนูญหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ไม่รู้ ไม่ได้คิด ไปคิดกันมา"
ร่วมงานปีใหม่สื่อทำเนียบฯ ร้อง 'ขอใจเธอแลกเบอร์โทร'
เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ห้องผู้สื่อข่าวประจำเนียบรัฐบาล (รังนกกระจอกเก่า) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ได้จัดงานเลี้ยงปีใหม่ขึ้น โดยมีการจัดอาหารมารับประทาน และแลกของขวัญกันเอง โดยโอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางมาร่วมรับประทานอาหารด้วย พร้อมกับพูดจาหยอกล้อกับบรรดาผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดี โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้หยิบข้าวเหนียวขึ้นมารับประทาน และบอกว่าถ้าเป็นคนอีสานต้องใช้นิ้วมือสามนิ้วหยิบข่าวเหนียวแล้วต้องจับติ่งหู เพราะข้าวเหนียวร้อน และวันนี้ขอว่าให้เรียกว่าพี่ แต่ขอให้เรียกวันเดียวเท่านั้นนะ
พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้สื่อข่าวสายทหารรู้จักตนดี แต่เมื่อมาสายทำเนียบฯ ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง แต่ตนก็เป็นตน มีความปรารถนาดี ตั้งใจทำงานไม่ได้ต้องการเป็นศัตรูกับใคร สิ่งใดก็ตามที่จะลดความขัดแย้งลงได้ ตนไม่เคยขัดแย้งพวกเรา แต่บางครั้งอะไรมากเกินไปเราก็ต้องชี้แจง จะบอกว่าเป็นนายกฯ แล้วโมโหไม่ได้ เพราะเวลาทำบางครั้งก็ไม่เกิดผลผลิตออกมาทันที มันก็ต้องรอ คนเราก็ต้องมีอารมณ์บ้างจะไม่ให้โมโหเลยคงไม่ได้ เราต้องสร้างมิติใหม่ของพวกเรา เราอยู่กับการเมืองมานานแล้ว เราต้องสร้างมิติใหม่ให้ประเทศชาติมั่นคง ถือเป็นวันปีใหม่ ดังนั้นอะไรก็ตามที่ทำให้ประเทศชาติไปข้างหน้าตนก็ยินดีทำ
จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้มอบพระพุทธเมตตาเสนานาถ ให้กับผู้สื่อข่าว ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ร้องเพลง 'ขอใจเธอแลกเบอร์โทร' ในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ร้องเพลงวันนั้นเพราะผู้นำประเทศลาวขึ้นไปก่อน บอกไปว่าให้มีเพลงของแต่ละประเทศ นึกว่าประเทศไทยไม่ต้องร้อง ทุกคนเขามีความสุขกัน เมื่อเขาร้องเพลงนี้ เราก็ฟังบ่อยมีเนื้อมาก็ร้อง และประเทศในภูมิภาคนี้เราก็รู้จักกัน จากนั้นผู้สื่อข่าวขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ร้องเพลง 'ขอใจเธอแลกเบอร์โทร' ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้ร่วมร้องเพลงดังกล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วย
"ขอให้ทุกคนมีความสุข สิ่งใดก็ตามที่ผมในนามของรัฐบาลที่ล่วงล้ำไปบ้างก็ขออภัย ขออโหสิกรรม ให้ลืมๆ กันไป ปีใหม่เริ่มกันใหม่ ถ้าเราคุยให้สอดคล้องกันว่า คิดอะไรแล้วตรวจสอบทีละขั้นละตอนไม่ห่วง แต่ถ้ากำลังทำอยู่แล้วมาตำหนิลำบาก บางทีไม่เป็นกำลังใจ ผมก็อยากอธิบายให้ไปกันได้ ถ้าหงุดหงิดกันแล้วไปกันไม่ได้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว พร้อมกับเรียกหานางยุวดี ธัญญศิริ ผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับบอกว่าเป็นพี่ที่ตนเคารพ เป็นภรรยารุ่นพี่
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า จากนี้ไปประเทศชาติต้องยั่งยืน ตอนนี้ยังเป็นห่วงอยู่ ชีวิตและจิตใจของพวกตนมอบให้กับประเทศไทยและคนไทย ไม่เช่นนั้นไม่ออกมาทำอย่างนี้หรอก เพราะไม่ได้ต้องการอะไรอยู่แล้ว แต่เป็นห่วงประเทศชาติ นี่คือของขวัญที่อยากจะขอคนไทยทั้งประเทศ คือ ทำอย่างไรให้ประเทศชาติก้าวข้ามความขัดแย้ง สร้างความแข็มแข็งให้ประเทศไทย แล้วมีความยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำความแตกต่างให้ทุกคนอยู่พอกันพอใช้ ซึ่งต้องใช้เวลามากพอสมควร
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ เรียกศรัทธาคนไทยให้ได้อย่างที่ “ซิโก้” นายเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยทำได้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แล้วนายเกียรติศักดิ์ ทำอย่างอื่นด้วยหรือไม่ต้องเรียกให้ทุกคนให้กำลังใจนายเกียรติศักดิ์ และให้กำลังใจพวกตนด้วย ทั้งนี้ ได้ให้เงินอัดฉีดนายเกียรติศักดิ์ ไป 5 ล้านบาท และกำลังจะหาคนมาบริจาคอีกเป็นวงเงินจำนวนมาก ระหว่างแข่งขันตนก็ได้โทรศัพท์ให้กำลังใจไป ขอให้ทุกอย่างมันดี กีฬาเราก็ชนะอะไรก็เหมือนจะดีขึ้น อย่าไปเทียบปีนี้กับปีก่อน ไม่อยากให้ไปเปรียบเทียบใคร เอาวันนี้จะฟันฝ่าอุปสรรคของโลกได้อย่างไร วันนี้โชคดีน้ำมันลง จะให้ลดครึ่งราคาไม่ได้ ทุกอย่างต้องมีเริ่มต้นแล้วไปจบลงตอนท้าย และการเมืองต้องรู้แพ้รู้ชนะด้วยกฎหมาย ตนพยายามไม่ให้มีข้อขัดแย้งเพิ่มเติม กระบวนการปรองดองก็ว่ากันไปตนไม่เข้าไปยุ่ง แต่ตนเป็นคนรับผิดชอบก็ต้องฟังว่าเขาว่ากันอย่างไร เมื่อได้ข้อสรุปก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรต่อไป
"วันนั้นก็ดูฟุตบอลอยู่ก็เอาใจช่วย และต้องนึกถึงด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดพระเนตรอยู่ และท่านทรงส่งข่าวไปตั้งแต่ตอนพักครึ่งแรกว่า เป็นกำลังใจให้ดูอย่าท้อแท้ให้มีสมาธิในการเล่น ไม่ได้รับสั่งว่าต้องชนะ เพราะท่านเป็นนักกีฬา จึงบอกให้ทุกคนมีสติเล่นด้วยความระมัดระวัง วันนั้นคนมาเลเซียเขาเข้ามาเชียร์เป็นจำนวนมากสุดท้ายปรบมือให้เราเรียกว่าใจหล่อ เราต้องรักประเทศรอบบ้านเพราะเศรษฐกิจจะแก้ไกลไม่ได้ ต้องเริ่มที่รอบบ้านก่อน"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพูดคุยและร่วมรับประทานอาหาร นายกรัฐมนตรี ได้กลับขึ้นไปทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งระหว่างทางผู้สื่อข่าวและช่างภาพได้ขอถ่ายหมู่เป็นที่ระลึก บ้างก็ขอถ่ายเซลฟี่อย่างเป็นกันเอง
หวังผู้ประกอบการเพิ่มมูลค่าลดราคาสินค้า
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดงานการลดราคาจำหน่ายสินค้าเป็นของขวัญให้ประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า ตนไม่บังคับผู้ประกอบการในการขยายมูลค่าการลดราคาเพิ่ม เพราะมีการขาดทุนกันเยอะเหมือนกัน โดยเป็นเรื่องของการร่วมมือร่วมใจกันในขณะนี้ ซึ่งการลดราคาสินค้ามากขนาดนี้ถือว่าเป็นครั้งประวัติศาสตร์ก็ได้ รัฐเพียงแต่ขอความร่วมมือ และสนับสนุนการประกอบการค้าให้สุจริต โปร่งใส ซึ่งเอกชนก็มาช่วยเรา เป็นการทำกุศล ฉะนั้นช่วงเทศกาลปีใหม่ อาจจะมีมูลค่าการลดราคาสินค้าเพียง 5 หมื่นล้าน ตนก็บอกว่าอยากให้เป็น 1.5 แสนล้านได้หรือไม่ อาจจะเป็นโอกาสหน้าหรือวาระพิเศษของแต่ละบริษัท เช่น การลดสินค้าประจำเดือน นอกจากนี้การลดราคาสินค้าเกือบ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ถือว่ามากที่สุดในขณะนี้ และสินค้าต้องมีคุณภาพ เน่าเสียไม่ได้ ถ้าพบต้องมาบอกเจ้าหน้าที่
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนได้บอกกับภาคเอกชนไปว่า อนาคตเป็นไปได้หรือไม่ว่าสินค้าชนิดเดียวกันแต่บรรจุภัณฑ์ต่างกัน ราคาถูกลงหน่อย คนจนจะได้มีโอกาสซื้อ แต่ต้องเป็นคนจนซื้อเท่านั้น ไปขายต่อไม่ได้ ซึ่งยังเป็นแนวคิดอยู่ เหมือนกับต่างประเทศที่มีตลาดของคนจน แบบนี้จึงจะอยู่กันได้ เพราะมีการเผื่อแผ่แบ่งปัน นี่จะเป็นโครงการระยะยาวของรัฐบาล สำหรับเรื่องพลังงานต้องดูว่าจะสนับสนุนคนจนได้เท่าไร และต้องดูว่าคนจนนั้น จนจริงแค่ไหนอย่างไร เพราะที่ผ่านมาเราได้อุดหนุนเรื่องก๊าซก็มีการเอาไปขายต่างประเทศ วันนี้เมื่อขึ้นราคาตามท้องตลาดก็ขายไม่ออก ที่ผ่านมาเราต้องซื้อก๊าซเยอะมาก เพราะต้องบวกเรื่องทุจริตลักลอบไปขายด้วย โดยวันนี้เมื่อขายข้างนอกไม่ได้ การนำเข้ามาจะลดลง ต้นทุนการนำพลังงานเข้ามาก็จะลดลง และจะได้ไปดูภาคการผลิตต่อว่าจะแก้กันอย่างไร ปัญหามันพันกันแบบนี้ วันนี้เรากำลังดูว่าจะดูแลกันยังไง ซึ่งแก้กันวูบวาบทีเดียวไม่ได้ ไม่อย่างนั้นก็ต้องเอาจากกองทุนมาโปะ แล้วมันพอหรือไม่ ฉะนั้นเราต้องเก็บกองทุนสำรองไว้ในอนาคต นอกจากนี้ก๊าซต้องมีการปรับสัดส่วนการใช้ก๊าซใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาและกระทบประชาชนให้มากที่สุด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีผลประกอบการของบริษัทผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตกต่ำลง ว่า ผลประกอบการเขาตกลงอย่างที่ไม่เคยตกมาก่อน ซึ่งต้องมองสองประเด็น อย่าพูดอย่างนั้นอย่างเดียวถามว่าอย่างอื่นมันขึ้นไหม ถ้าราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 10 บาท อาหารอื่นๆ 11 บาท เขาอาจจะเลิกกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพราะกินจนเบื่อแล้ว อาหารอื่นๆ มีตั้งเยอะแยะ จะให้จนกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตลอดไปก็ไม่ได้ ฉะนั้นบริษัทต้องลดการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลง ไปผลิตอย่างอื่นแทน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับผัดกะเพรา ราคาเท่ากันให้เลือกจะกินอะไร มองอย่างเดียวไม่ได้ก็ทะเลาะกันทั้งชาติ
ลั่นให้ประเทศทุกอย่างเชื่อทำงานได้ใจประชาชน
พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามว่า การแถลงผลงานรัฐบาลในวันที่ 25 ธันวาคม มีผลงานอะไรที่พอใจที่สุด ว่า ทุกผลงานนั้นทำเพื่อประชาชน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม มั่นคง เพราะฉะนั้นประชาชนต้องเป็นคนตอบ เช่น การรักษาความสงบเรียบร้อย ไปมาสัญจรได้ รถไม่ติด ไม่มีการประท้วง ส่วนเรื่องเศรษฐกิจก็กำลังวางแผนเศรษฐกิจระยะยาว แต่ตอนนี้เป็นมาตรการเฉพาะหน้า เร่งด่วนต้องสร้างเศรษฐกิจเราให้เข้มแข็ง ยั่งยืน เพื่อหาตลาดต่างประเทศ เช่นที่ตนไปเยือนต่างประเทศ สร้างห่วงโซ่ขึ้นมาให้ได้ ทุกอย่างไม่ใช่สั่งการแล้วจะได้เลย เศรษฐกิจก็ต้องทำนวัตกรรมใหม่ๆ ที่คนยอมรับ วันหน้าต้องอยู่กันด้วยนวัตกรรม
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ทำไมสินค้าราคาตกต่ำ ส่งออกไม่ได้ เพราะต่างประเทศมีการสู้รบกัน เราส่งออกไปต่างประเทศเราก็ต้องหาตลาดรอบบ้าน เพิ่มเขตเศรษฐกิจพิเศษ ขายประชาชนเราในราคาถูก ตั้งโรงงาน จะได้ขายคนของเราและประเทศเพื่อนบ้านแล้วค่อยนำไปขายต่างประเทศนี่คือสิ่งที่ตนคิด ตนไปเยือนต่างประเทศเขาก็บอกว่าพร้อมจะลงทุนในประเทศไทย พร้อมสนับสนุน ขอให้ประเทศไทยสงบเช่นนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแถลงผลงานรัฐบาลในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ นายกรัฐมนตรีจะมีอะไรเซอร์ไพรส์ให้ประชาชนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเสียงดังว่า "หัวใจไง หัวใจ เหลือแต่ชีวิตกับหัวใจเนี่ยแหละที่ผมยังไม่ได้ให้ ถ้าให้ก็ตาย แต่พร้อมจะให้ ให้ทุกวัน ไปไหนก็นึกถึงแต่ประเทศไทย คนไทย นึกถึงหน้าตาพวกเราเนี่ย ให้เรามีศักดิ์ศรีกับต่างประเทศ ให้เขาอยากลงทุนด้วย"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ต่างประเทศเขาไม่สนใจอย่างอื่น เขาสนใจแต่ทำอย่างไรให้ประเทศมันสงบ ถ้ามันวุ่นวาย ประเทศมันเดินไปข้างหน้าไม่ได้ เศรษฐกิจมันตกวูบ ทำอย่างไร วันนี้ไปดูข่าวสิ วันนี้ส่งออกไทยเพิ่มขึ้นกว่าประเทศใหญ่ๆ ด้วยซ้ำ เราดีขึ้นกว่าประเทศใหญ่ๆ ขอให้ไปดูภาพใหญ่ มหภาคก่อน ค่อยมาดูจุลภาค แล้วมาดูตรงกลางว่าเรากำลังแก้ไขอย่างไร วันนี้รัฐบาลให้การสนับสนุนส่งเสริม กฎกติกา ลดขั้นตอน ต่อไปก็ขับเคลื่อนโดย กระทรวง ทบวง กรม ร่วมกับภาคเอกชน ช่วยในเรื่องการผลิต การจำหน่าย การตลาด การลงทุน ช่วยกัน มันมีปัญหาหมด แต่จะให้แก้ปัญหาในไม่กี่วันกี่เดือน มันแก้ไหมตนขอถามหน่อย และมั่นใจว่าสิ่งที่ทำจะได้ใจประชาชน
ชูวิสัยทัศน์ 2558 มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอวยพรปีใหม่แก่ประชาชนว่า "วันปีใหม่นี้ ตนในนามของนายกรัฐมนตรี รัฐบาล และข้าราชการทุกคน ผมถือว่าประชาชนเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ เพราะฉะนั้นในการทำงานใดๆ ก็ตามนั้น ผมถือว่าเราได้กำหนดวิสัยทัศน์ไปแล้ว วันนี้เราได้จัดทำของขวัญปีใหม่ หลายอย่างด้วยกัน มาตรการขายของลดราคาเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวแต่สิ่งสำคัญคือเราเตรียมของขวัญในระยะยาวว่า เราจะทำให้เศรษฐกิจเราดีขึ้นอย่างไร ผมกำหนดวิสัยทัศน์ของประเทศไทยปี 2015-2020 ว่า ประเทศไทยต้องเป็นประเทศที่มั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง อย่างยั่งยืน เพราะฉะนั้นทุกกระทรวง ทบวง กรม ภาคเอกชน ต้องเอาสิ่งที่ผมพูดไปขับเคลื่อน มั่นคงคือไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง รับฟังความเห็นกันและกัน อยู่ร่วมกันได้ อย่าใช้วิธีการนอกกฎหมายหรือทำให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้น
มั่งคั่ง ก็คือ ทำอย่างไรให้มีเศรษฐกิจเชื่อมโยงระหว่างกัน การค้าขายในประเทศเพื่อนบ้านมากกว่าส่งออกไปประเทศไกลๆ แต่อย่างไรก็ตามก็ทำไปด้วยกัน เราจะได้กำหนดราคาสินค้าได้ เพราะสินค้าเราเป็นพลังงานทดแทน และอาหารของโลก เราต้องเป็นแหล่งอาหารของโลกให้ได้
ความยั่งยืน คือ ตามแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย สร้างภูมิคุ้มกันตัวเอง ผลิตไว้กินไว้ใช้ เหลือก็แบ่งปันเพื่อนฝูง มากกว่านั้นก็ขาย หาเงินมาลงทุน โดยเศรษฐกิจชะงักขนาดนี้ก็หยุดก่อนอย่าเพิ่งวู่วาม ลงทุนแค่พอเพียง เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้นค่อยกู้เพิ่ม และต้องดูความต้องการของตลาดด้วย อุปสงค์อุปทานต้องสอดคล้องกัน ไม่ใช่ผลิตยางมาเยอะๆ แล้วขายไม่ได้ก็ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร และปีใหม่นี้อยากฝากว่าทั้งผลิตผลข้าว ยาง ตนจะได้ติดตามอยู่ ว่างบประมาณที่ลงไปถึงไหนอย่างไร จะขับเคลื่อนให้เร็วขึ้น และหารือกับต่างประเทศ ซึ่งเขาแย่เหมือนกันเพราะความต้องการยางลดลง ต้องฟังผมอย่าไปฟังคนอื่น คนอื่นบอกดีขึ้นๆ วันนี้เขาเอายางเทียมมาทำทั้งนั้น อย่างยางรถยนต์ ฉะนั้นต้องเปลี่ยนการผลิต โดยจะมีการเตรียมลงทุนโรงงานทำยางรถยนต์ ยางเครื่องบินขนาดใหญ่ ไม่ใช่ทำถุงมือยาง ไม่ได้แล้ว ไม่พอ ส่วนทำถนนก็ใช้ได้แค่ 10-15% ราคาก็สูงอีก ซึ่งทุกคนพูดโดยไม่รู้ข้อมูลรายละเอียด จึงทำให้สับสน โดยเรากำลังเดินหน้า ฉะนั้นตนจะเร่งให้แก้ปัญหาของชาวสวนยางให้ และวันนี้ทราบว่าเงินที่ให้กับสหกรณ์นั้นกู้ไม่ได้เพราะติดหนี้เก่าอยู่ เดี๋ยวจะไปดูว่าลดชะลอได้หรือไม่ ซึ่งชาวสวนยางเขาบอกว่าพอใจกับราคายาง ก.ก.ละ 60 บาท อย่าไปโหมว่าราคา ก.ก.ละ 80-90 บาท ทั้งโลกขายได้ต่ำกว่านี้อีก ส่วนเรื่องของการผูกขาดต้องไปไล่ดู วันนี้มีการเรียกมาพูดคุยแล้วก็รับปากว่าจะช่วยกัน ถ้าไม่ช่วยวันนี้วันหน้าก็ไปกันไม่ได้"
แจงเร่งแก้ปัญหาค้ามนุษย์ปรับระดับไปเทียร์ 2
พลเอกประยุทธ์ กล่าวถึงมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ว่า เป็นเรื่องกระบวนที่เยอะแยะไปหมด ซึ่งไม่เคยเริ่มต้นกันมาก่อน ทั้งเรื่องกฎหมายที่ไม่ทันสมัย เจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอและการกำกับดูแลที่ไม่ค่อยจริงจังในช่วงที่ผ่านมาทำให้การยอมรับของต่างชาติยังมีปัญหาเรากำลังแก้ทั้งหมด ซึ่งตนไม่อยากก้าวล่วงกับใคร แต่เป็นปัญหาที่หมักหมมกันมานานไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดลำดับ เรื่องแรงงานประมงต่างๆ ซึ่งจะแก้ปัญหาใน 2-3 วันไม่ได้ แต่ต้องแก้ปัญหาโดยการสร้างความเชื่อมั่น เรื่องค้ามนุษย์ก็ต้องดูว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ทั้งเรื่องขอทาน แรงงานผิดกฎหมาย ซึ่ง คสช.ได้ดำเนินการโดยการจดทะเบียนเพื่อควบคุมและนำแรงงานเข้าสู่ระบบซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่หนึ่ง ขั้นต่อมาจะต้องทำให้ผู้ประกอบการทั้งหมดให้ความร่วมมือดูแลทุกข์และดูแลคุณภาพชีวิตเขา และสามผู้ที่ไม่ให้ความร่วมมือกระทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งเราจะต้องชี้แจงได้ทุกเรื่องทั้งการขึ้นทะเบียน การดูแลคุณภาพชีวิต การใช้แรงงานในช่วงอายุที่เหมาะสม ไม่ต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งขณะนี้มีการแก้ไขให้อยู่อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และเจ้าหน้าที่จะต้องไม่เข้าร่วมในกระบวนการทุจริต มีผลการจับกุมเท่าไหร่ ใช้งบประมาณในการปราบปรามการค้ามนุษย์เท่าไหร่ ในแต่ละปีมีสถิติคดีเท่าไหร่ สามารถดำเนินการได้สำเร็จเท่าไหร่ ผู้กระทำความผิดเท่าไหร่ ดังนั้นจึงไม่สามารถประชุมครั้งเดียวแล้วดำเนินการได้สำเร็จได้ แต่ขณะนี้กำลังดำเนินการทั้งหมด
ส่วนเป้าหมายที่จะยกระดับการค้ามนุษย์ของไทยจากเทียร์ 3 ขึ้นเป็นเทียร์ 2 นั้น พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องทำเรื่องที่กล่าวไปแล้วให้ได้ จึงจะสามารถยกระดับขึ้นมาได้ ซึ่งหากไม่ช่วยกันหรือร่วมมือกัน เมื่อมีการบังคับใช้กฎหมายก็มีการประท้วง วันนี้ต้องขึ้นทะเบียนเรือประมงทั้งหมด ต้องมีการติดจีพีเอสว่าไปจับปลาที่ไหนและห้ามขายหากบอกไม่ได้ว่าจับมาจากที่ไหน ไปจับข้ามน่านน้ำไม่ได้ และถ้าเรามีเรือเยอะ เก่งเรื่องการประมงก็ต้องพิจารณาว่าจะสามารถร่วมทุนกันได้หรือไม่ในน่านน้ำสากล ต้องแก้ทั้งระบบ และทุกอย่างที่ตนพูดประชาชนต้องเข้าใจว่าการแก้ปัญหาไม่ได้แก้ด้วยการประชุมครั้งเดียว ต้องเอาทั้งหมดมาเป็นข้อมูลทั้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ แรงงาน ประมง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พาณิชย์แล้วมาบูรณาการว่างานค้ามนุษย์เกี่ยวข้องกับใครบ้าง โดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะต้องนำคนเหล่านี้มาอบรม ต้องนำแรงงานมาอบรม ถ้าต่างชาติก็ต้องส่งออก หากเป็นในประเทศก็ต้องมีการฝึกฝีมือ และหาอาชีพให้เขา ส่วนในการดำเนินคดีก็ต้องดูว่าสามารถจับกุมได้เท่าไหร่ หรือตัดสินคดีได้เท่าไหร่ จึงต้องช่วยกันทุกภาคส่วน
แจงตั้ง 'ประวิตร' ขันนอต 'รมต.' เพื่อขับเคลื่่อนการทำงาน ไม่ใช่จับผิด
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์กรณี เตรียมแต่งตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ติดตามการทำงานของรัฐมนตรี ว่า เป็นการขับเคลื่อนการทำงาน ไม่ใช่จับผิดคน เนื่องจาก พล.อ.ประวิตร เป็นทหารคิดเร็วเหมือนกับตน ตนเห็นท่านมีความสามารถ ที่ต้องการคือให้ พล.อ.ประวิตร ไปตามงานว่าติดขัดตรงไหน เช่น การจ่ายเงินสหกรณ์ยาง ปรากฏว่ากู้ไม่ได้ เพราะหนี้เก่ายังอยู่ ตนก็เพิ่งรู้ จากนั้นก็หารือใน ครม.ให้ยกเลิกหนี้เก่าได้หรือไม่ แบบนี้ถึงเรียกว่าขับเคลื่อน ซึ่งทั้งหมดทุกฝ่ายทำหมดแล้ว แต่ต้องมีคนตามเรื่อง ซึ่ง พล.อ.ประวิตร คงไม่ได้เข้าไปดูเองทั้งหมด แต่จะตั้งคณะอนุกรรมการมาติดตาม และ คสช.ไปร่วมได้หรือไม่ อย่างเช่นตั้งจุดลงทะเบียนจ่ายเงินร่วมกับ ธกส.แบบการจ่ายเงินจำนำข้าวจะได้รวดเร็ว อย่างไรก็ตามการแต่งตั้ง พล.อ.ประวิตร ให้ติดตามการทำงานของรัฐมนตรี ไม่เกี่ยวข้องกับการตรวจการบ้านเพื่อปรับ ครม. ไม่มีใครกดดันให้ตนปรับได้เพราะตนปรับเอง ไม่ถามใครอยู่แล้ว เพราะรู้ว่าสั่งอะไรไป และได้อะไรกลับมาบ้าง ถ้าไม่ได้กลับมาตนก็ปรับเองไม่เห็นต้องไปถามใคร ตนไม่ใช่รัฐบาลปกติ ไม่ใช่พรรคการเมือง
ไม่การันตีเลือกตั้ง ก.พ. 59 บอกขึ้นอยู่กับสถานกาณ์
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนนตรี คาดว่า จะมีการเลือกตั้งในเดือน ก.พ. ปี 2559 ว่า ตนไม่รู้ ต้องไปว่ากัน โรดแม็พเขียนไว้อย่างไร รัฐธรรมนูญต้องร่างเสร็จในเดือน ก.ย.ปี 2558 และต้องมีการออกกฎหมายลูกอีกเวลาเท่าไรตนไม่รู้ที่ผ่านมากฎหมายลูกไม่ค่อยได้ออก จึงมีการเอารัฐธรรมนูญมาตีกันเหมือนกับไม่มีการเอากฎหมายมาควบคุมแต่ละฝ่าย ในการทำงาน แต่จะใช้เวลาเท่าไหร่ตนไม่รู้ จากกฎหมายลูกก็เข้าสู่การเตรียมการเลือกตั้ง มีรัฐธรรมนูญแล้วจะกาบัตรได้เลยหรือไม่ ตนไม่ทราบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความตั้งใจให้มีการเลือกตั้งในต้นปี 2559 หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนทราบแต่เพียงว่ารัฐธรรมนูญจะเสร็จเมื่อไหร่ หลังจากนั้นก็จะเป็นรัฐบาลรักษาการณ์ หลังจากนั้นให้คณะกรรมการเลือกตั้งดำเนินการเลือกตั้ง รัฐบาลตอนนั้นก็จะดำเนินการเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้มาก ต้องให้รัฐบาลใหม่เข้ามา ตนคิดแค่นั้น แต่จะเมื่อไหร่อย่ามาห่วงกังวลว่า ตนอยากอยู่ในตำแหน่ง "ถ้าผมอยากอยู่มีอย่างเดียวคือทำให้ประเทศเป็นมหาอำนาจให้ได้ แล้วมันได้ไหม และผมจะอยู่ด้วยอะไรในเมื่อผมเข้ามาอย่างนี้ผมจะอยู่ได้ไหม ประชาชนยอมรับผมหรือเปล่า มันต้องมีทั้งส่วนได้ ส่วนเสีย มีคนหลายประเภทก็ต้องฟังเขาบ้างว่าต้องทำอย่างไร ไปกีดกันใครมันก็ไม่ได้มากอญุ่แล้ว กฎหมายก็ว่ากันมา หากลไกในการที่จะให้เป็นไปตามสิ่งที่เราต้องการ เป็นอนาคตของประเทศอย่ากังวลผม หรือถ้าเบื่อหน้าก็บอกผมให้ไปได้แล้ว ก็รีบบอก ถ้าอยากจะไม่มีอนาคตก็เอาสิ"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปลายปี 2558 ต้องมาดูกันว่าจะเลือกตั้งยังไง กกต.ก็ทำไป รัฐธรรมนูญออกได้หรือไม่ จะผ่านหรือเปล่ายังไม่รู้เลย จะต้องทำประชามติหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เหมือนกัน เพราะรัฐธรรมนูญชั่วคราวไม่ได้กำหนดว่าจะต้องทำหรือไม่ สถานการณ์จะเป็นตัวกำหนดทุกอย่าง ถ้าบ้านเมืองสงบเรียบร้อยก็สามารถเลือกตั้งได้อยู่แล้ว อย่ากังวล ยังไงตนก็ไม่สมัครเป็นรัฐบาล เรื่องอะไรจะมาสมัครอีก
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปีใหม่นี้ขอให้อธิษฐานสิ่งดีๆ ต่อกัน ถ้ารู้สึกดีกับตนก็อวยพรให้หน่อย ถ้ารู้สึกไม่ดีก็อย่าเพิ่งขัดแย้งกับพวกเราเลย อย่าไปมองว่าอะไรก็ไม่ดี ตนรับผิดชอบในภาพรวม ครม.ทำเต็มที่ ตนเรียกมาคุยตลอด อะไรที่ตัดสินใจได้ก็ทำร่วมกันไป อันไหนไม่ได้จะทำได้อย่างไร ในเมื่อตนไม่อนุมัติ อย่าไปพูดถึงสิ่งที่มันไม่ได้และไม่มีทางเป็นไปได้ การอุดหนุนทำไม่ได้ เพราะปัญหาที่เราแบกรับอยู่ตอนนี้และถ้ายืดไปเรื่อยๆ ต้องใช้เงินเป็นล้านๆ
เป็นห่วงน้ำท่วมใต้สั่งทุกหน่วยติดตามตลอด
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า ตนได้สั่งการให้เร่งดูแลแล้วและหาทางว่าจะดูแลเรื่องอะไรอีก ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่าพื้นที่ภาคใต้พื้นฐานน้ำท่วมปีละ 3 ครั้ง ประชาชนภาคใต้ก็ปรับตัวมาตลอด เมื่อประชากรเข้ามาหากินในพื้นที่มากขึ้นความเดือดร้อนก็มีมากขึ้น เราก็ต้องไปดูแลมากขึ้น นี่คือสิ่งที่เรียกว่าการจัดระเบียบเมือง ซึ่งทุกรัฐบาลต้องทำไม่ใช่ปล่อยเป็นแบบนี้ ฉะนั้นเราต้องไปดูว่าจะทำอย่างไร จะต้องมีการบันทึกว่าตรงไหนน้ำท่วม เพราะอะไร ทำอย่างไรจึงจะระบายน้ำได้เร็วขึ้น ซึ่งน้ำท่วมนั้นแก้ไม่ได้เพราะฝนตกมากและมีพายุเข้า ไม่อย่างนั้นเลิกท่วมไปแล้วตอนนี้ ปกติภาคใต้ตอนนี้น้ำไม่ท่วม แต่เมื่อพายุเข้าตอนนี้ทุกประเทศน้ำท่วมหมด นี่คือภัยจากสภาพอากาศที่ทั่วโลกกลัวและกำลังเกิดในบ้านเรา
ฉะนั้นถ้าเราไม่ช่วยกันในเรื่องของการจัดผังเมือง วางระเบียบสังคม จะได้ดูแลได้เป็นเรื่องเป็นราวใช้งบประมาณได้เหมาะสม ไม่ใช่ดูทั้งหมด เราเป็นประเทศที่ร่ำรวยขนาดนั้นหรือ ต้องช่วยกันจัดระเบียบตรงนี้ สำหรับการลงพื้นที่ตนจะหาทางว่ามีเวลาหรือไม่ ถึงตนไม่ได้ไปก็สั่งให้คนช่วยอยู่แล้ว ซึ่งวันนี้ตนพยายามนึกถึงและให้ตลอดเวลา ก็สั่งให้ทหาร ผบ.ทบ. ผบ.เหล่าทัพ ลงไปทุกคน ตนลงไปแทนที่จะได้งานตรงอื่นก็ไม่ได้
"ผมไม่ได้ทำงานการตลาด ผมส่งทุกอย่างให้เขา ใจผมก็ให้เขา ไปได้ผมก็ไป มาบอกว่านี่ต้องไป แล้วผมจะเอาเวลาที่ไหนมานั่งคิด นั่งเขียน ทำแผนที่ผมทำอยู่นี่ ผมไม่ใช่นางแบบ นายแบบ ที่จะมาเดินโชว์ทุกที่ ผมทำการบ้านทุกวัน เอาเอกสารมาอ่าน ไม่ใช่เซ็นส่งเดชไป มีการสั่งการทั้ง 19 กระทรวงกฎหมายไม่รู้เท่าไหร่ ผมทำงานแบบนี้ มันถึงเหนื่อย ปวดหัว แต่เหนื่อยไม่ได้อยู่แล้ว เพราะมันเดินมาแล้วต้องเดินหน้าให้ได้ และเราทุกคนต้องมีความอยากรู้ว่าในอนาคตจะอยู่กันยังไง"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้เรารู้แต่ปัญหา แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ปัญหาตนก็รู้ แต่ถามว่าทำอย่างไร รัฐบาลจะอยู่ได้อย่างไรถ้าเรายังมีรายได้น้อยแบบนี้ ยังมีหนี้สาธารณะ มีหนี้จากโครงการรับจำนำข้าวอีก ที่ยังขายไม่ได้เลย ตนไม่ได้พูดว่าผิดหรือถูก แต่นี่เงินก้อนนี่ที่ควรจะนำมาพัฒนาประเทศหายไปเท่าไหร่แล้ว และต้องไปเสียดอกเบี้ยอีก ที่มีอยู่เดิมงบลงทุนก็น้อยมาก แล้วมีเรื่องทุจริตผิดกฎหมายอีก นี่คือปัญหาของเรา เราก็ต้องไปหารายได้มา แล้วก็ต้องไปเข้าสู่กติกาของนานาชาติ ในประเทศก็ไม่เข้าใจ ตนถามว่ามีนรัฐบาลไหนทำได้ ทำไม่ได้หรอก วันนี้ตนพยายามทำให้ได้แล้ว จะได้ไม่ได้ก็ว่ากันไป ถ้าไม่ได้ก็เป็นชะตากรรม แต่คนเราต้องมีอนาคต รัฐบาลมองอนาคตว่าเราจะต้องเป็นประเทศที่เข้มแข็ง มั่นคงไม่มีความแตกแยก จากการที่ตนเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน นั้นทางจีนไม่ได้มีข้อกังวลอะไร เพียงแต่กลัวว่าจะทะเลาะกันหรือไม่ ทุกประเทศขอให้เรามีเสถียรภาพแบบนี้ แบบ 6 เดือนที่ผ่านมา