
ประยุทธ์หารือสี จิ้นผิงกระชับสัมพันธ์2ปท.
24 ธ.ค. 2557
พล.อ.ประยุทธ์ หารือ สี จิ้นผิง กระชับความสัมพันธ์ 2 ประเทศ หนุนเส้นทางสายไหมใหม่
24 ธ.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น วันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าหารือกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดย ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปผลการหารือ ดังนี้
ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า ประธานาธิบดีจีน ได้กล่าวถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาวันที่ 5 ธันวาคม ขอให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง และเนื่องจากเป็นวันชาติของไทยด้วย ขออวยพรให้ประชาชนไทยมีความอยู่เย็นเป็นสุข
ด้านนายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนจีนอย่างเป็นทางการ และขอขอบคุณประธานาธิบดีของจีนที่ให้เกียรติเข้าเยี่ยมคารวะอีกครั้งหลังจากที่เคยพบกันเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ในระหว่างการประชุม APEC ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้แสดงความยินดีอีกครั้งกับความสำเร็จของจีนใน APEC โดยข้อเสนอสำคัญของจีนทุกเรื่อง โดยเฉพาะ FTAAP ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง พร้อมกล่าวชื่นชมการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องของจีนที่พัฒนาประเทศไปอย่างก้าวกระโดด รวมถึงเชื่อมั่นว่าภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีจีนจะมีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปอีก และบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ “ความฝันของจีน” (China Dream) ที่วางไว้อย่างรวดเร็ว และเส้นทางสายไหมใหม่ (New Silk Road) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อภูมิภาคโดยรวมโดยเฉพาะในแง่การพัฒนาเศรษฐกิจ
ในโอกาสนี้ ไทยและจีนได้หารือถึงความสัมพันธ์ไทย-จีน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ในปี 2558 ไทยกับจีนจะร่วมกันเฉลิมฉลองการครบรอบ 40 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต และยังเป็นปีที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษาด้วย ในโอกาสพิเศษนี้ นายกรัฐมนตรีจึงขอเรียนเชิญประธานาธิบดีจีนเยือนไทยในฐานะแขกของรัฐบาลไทย ซึ่งจะเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ การเยือนของจีนจะสร้างแรงขับเคลื่อนที่สำคัญต่อความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย-จีน ใน 40 ปีข้างหน้า
นายกฯ หารือ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น วันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าหารือกับนายจาง เต๋อเจียง ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน โดยร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปผลการหารือ ดังนี้
ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ได้กล่าวชื่นชมบทบาทของพระราชวงศ์ไทย โดยเฉพาะการเสด็จพระราชดำเนินเยือนของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีน
ด้านนายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนจีนอย่างเป็นทางการและมีโอกาสเข้าพบหารือประธานสภาจางฯ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้มีบทบาทสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์มณฑลกวางตุ้ง โดยได้ส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทยกับมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นมณฑลที่นำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยมากที่สุด และได้นำคณะนักธุรกิจขนาดใหญ่มาเยือนไทย
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ฝ่ายนิติบัญญัติถือว่ามีความสำคัญ เป็นผู้แทนของประชาชน และอยากจะเห็นการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างสภานิติบัญญัติแห่งชาติของไทยกับสภาประชาชนจีนที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น รวมทั้งการไปหาสู่กันระหว่างประชาชนและการแลกเปลี่ยนระดับเยาวชนที่เพิ่มมากขึ้น
นายกฯ เชิญปธน.จีน-ปธ.สภาประชาชนจีน-นายกฯจีน เยือนไทย
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่สาธารณะรัฐประชาชนจีน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางมาเยือนจีนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกว่า เป็นไปตามคำเชิญของนาย หลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศอยู่ในระดับที่ดีมากในขณะนี้ ไทยและจีนจะครบรอบ 40 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างในปี2558 จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้ผู้นำทั้งสองประเทศสามารถบุกเบิกความร่วมมือในด้านต่างๆ ทั้งการค้า การลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ การบริหารจัดการน้ำ เป็นต้น
สำหรับการพบปะหารือกับนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนนั้น ได้มีการพูดคุยทั้งการส่งเสริมความร่วมมือเศรษฐกิจ และการขจัดอุปสรรค ทางการค้า ระหว่างกัน เพื่อประโยชน์ในการส่งออกสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรของไทย ซึ่งจีนเป็นประเทศคู่ค้าอันดับหนึ่งและเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทย
ทั้งสองฝ่ายจะได้เร่งรัดการดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจ 2 ฉบับ ที่ได้มีการลงนามไปแล้วเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2557 ที่กรุงเทพฯ ให้เป็นไปตามข้อตกลง ทั้ง บันทึกความเข้าใจ ความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟในกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 เห็นชอบร่วมกันที่จะให้คณะกรรมการร่วม ได้เริ่มหารือกันภายในต้นปีหน้า สำหรับบันทึกความเข้าใจ ความร่วมมือด้านเกษตรนั้น จีนยืนยันที่จะพิจารณาเพิ่มการรับซื้อสินค้าเกษตร ทั้งในส่วนของข้าวและยางพารา จากไทย โดยรัฐบาลหวังว่าจะเป็นกลไกหนึ่งในการช่วยผลักดันสินค้าเกษตรให้มีราคาสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือในความร่วมมือด้านอื่นๆ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ พลังงาน เป็นต้น
นายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีจีน ยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจ 4 ฉบับ ครอบคลุมความร่วมมือทั้งด้านตลาดทุนและตลาดเงิน ระหว่างไทย-จีน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการทำธุรกรรมระหว่างเงินบาทของไทยและเงินหยวนของจีน การส่งเสริมให้ตลาดหลักทรัพย์ไทยเป็นที่น่าสนใจของนักลงทุนจีน นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือด้านวิชาการเรื่องน้ำในด้านต่างๆ ประกอบด้วย
1. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการแต่งตั้งธนาคารชำระดุลเงินหยวนในประเทศไทยระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารประชาชนจีน (ธนาคารกลางจีน)
2.ความตกลงทวิภาคีแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลหยวนและบาท เพื่อต่ออายุความตกลงฯ ฉบับเดิมที่ลงนามเมื่อปี 2555 และกำลังจะหมดอายุในวันที่ 22 ธันวาคม 2557 ระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารประชาชนจีน (ธนาคารกลางจีน)
3. บันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับความร่วมมือทางวิชาการด้านทรัพยากรน้าและการชลประทาน ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยกับกระทรวงทรัพยากรน้ำของจีน
4. บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและธนาคารแห่งประเทศจีน จากัด (Bank of China Limited)
สำหรับการหารือระหว่างกับนายจาง เต๋อเจียง ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีนนั้น ได้มีกรพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในแนวทางการปฏิรูปกฎหมายและนิติบัญญัติ และความสัมพันธ์ในระดับประชาชนกับประชาชน รวมทั้งได้เรียนเชิญประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีนเดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการในปีหน้า เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระโอกาส ครบรอบ 40 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ในปีหน้าด้วย
ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น ประธานาธิบดีจีนได้เปิดเผยถึงแนวทางการปฏิรูปประเทศจีนตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมา ทำให้จีนมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในช่วง 35 ปีหลัง ซึ่งจะยังคงต้องเดินหน้าปฎิรูปในเรื่องต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยจีนยังได้วางเป้าหมายหลักของการดำเนินการ 3 ประการ คือ การพัฒนาเส้นทางสายไหมใหม่ทั้งทางบกและทางทะเล การดำเนินนโยบายทางการทูตอย่างเป็นอิสระ และ ความฝันของจีน (China Dream) ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือไทยและจีนจะเป็นส่วนหนึ่งในแผนพัฒนาความก้าวหน้าของจีนทั้งสามประการด้วย และในโอกาสที่ปีหน้า จะครบรอบ 40 ปี ของความสัมพันธ์ไทย-จีน และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษาด้วย จึงได้ขอเรียนเชิญประธานาธิบดีจีน เดินทางมาเยือนไทยเพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวาระพิเศษนี้ด้วย
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการเยี่ยมชมศูนย์ควบคุมรถไฟแห่งประเทศจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการควบคุมรถไฟจีนทั่วประเทศ โดยมีศูนย์ย่อยอีก 18 ศูนย์ เป็นศูนย์ที่ใช้เทคโนดลยีทีทันสมัยที่ สามารถติดตาม ตรวจสอบ ควบคุมการเดินรถไฟจีนทุกขบวนในระยะเวลาจริง และได้ทดลองนั่งรถไฟความเร็วสูงเส้นทางปักกิ่ง-เทียนจิน ที่มีระยะทาง 120 กม โดยใช้เวลาเดินทาง 33 นาที ซึ่งจะเป็นการศึกษาเพื่อพิจารณาเป็นหนึ่งแนวทางพัฒนารถไฟไทย ซึ่งขณะนี้ รัฐบาลได้เริ่มด้วยการพัฒนารถไฟที่สามารถวิ่งด้วยความเร็ว 160 กม/ชม และจะเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนารถไฟความเร็วสูงของไทยต่อไป
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรียังได้เปิดเผยถึงการหารือกับภาคเอกชนจีนว่า รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนา ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านดิจิตอล เพื่อให้ไทยก้าวหน้าไปสู่ความทันสมัย พร้อมผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์โทรคมนาคมของภูมิภาคเช่นเดียวกัน (IT Hub) เช่นเดียวกัน อาทิ การพัฒนาศูนย์ข้อมูลข่าวสาร (Data Center) ที่จะต้องสามารถดำเนินงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีความสมารถในการบรรจุข้อมูลได้อย่างไม่จำกัดและ มีศักยภาพในการส่งข้อมูล ข่าวสารทั้งภาพ เสียง วิดิโอ ได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งไม่เพียงจะเป็นการต่อยอดให้กับเศรษฐกิจไทย แต่จะสามารถนำมาปรับใช้เพื่อการส่งเสริมระบบการเรียนการสอน และการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้กับคนไทยทั่วประเทศได้



