
ประยุทธ์สั่งจัดระเบียบแก้ปัญหาไกด์เถื่อน
ประยุทธ์สั่งจัดระเบียบแก้ปัญหาไกด์เถื่อน ตร.ท่องเที่ยวอบรมมัคคุเทศก์น้อยรับนักท่องเที่ยวช่วงปีใหม่
23ธ.ค.2557 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่ากระทรวงการท่องเที่ยวรายงานต่อที่ประชุมครม.ถึงมาตรการการแก้ไขปัญหามัคคุเทศก์เนื่องจากทางชมรมมัคคุเทศก์ได้ร้องเรียนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่ามีมัคคุเทศก์ต่างด้าวลักลอบเข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทยซึ่งถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธุรกิจท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์ 2551 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจึงสั่งการให้มีการจัดระเบียบมัคคุเทศก์ให้เรียบร้อยภายในวันที่ 15 ธันวาคม และให้รายงานผลให้ทราบโดยให้จัดงานรายงานลักษณะขึ้นทะเบียนแรงงาน เนื่องจากการเข้ามาของมัคคุเทศก์เถื่อนมี 2 รูปแบบ คือ1.เข้ามาในรูปแบบบริษัททัวร์ลักษณะผู้นำเที่ยว เมื่อเข้ามาแล้วก็ศึกษาเส้นทางและข้อมูลท่องเที่ยวจากมัคคุเทศก์ไทยจนมีความรู้และสร้างเครือข่ายกับบริษัททัวร์ในประเทศ 2.นักศึกษาจีนที่เข้ามาศึกษาในไทยแล้วศึกษาข้อมูลท่องเที่ยวในไทย และลักลอบประกอบอาชีพมัคคุเทศก์โดยไม่มีใบอนุญาต
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ผลกระทบจากไกด์เถื่อนมี 2 ส่วนที่กระทบกับไกด์ไทย คือ 1.มัคคุเทศก์ของไทยสู้เรื่องภาษามัคคุเทศก์เถื่อนไม่ได้ ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวหันไปใช้บริการมัคคุเทศก์เถื่อนแทน 2.มัคคุเทศก์เถื่อนโดยเฉพาะชาวต่างชาติไม่มีความเข้าใจประวัติวัฒนธรรมของไทยดีพอ จึงอาจบิดเบือนข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อไปว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงได้กำหนดมาตรการระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาวในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยในระยะสั้นจะกำหนดให้บริษัทที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องมีใบสั่งงานมัคคุเทศก์ไทยพร้อมทั้งตั้งจุดตรวจสอบใบสั่งงานตั้งแต่ต้นทางคือท่าอากาศยานทั้งหมดทั่วประเทศ และได้กำหนดให้มัคคุเทศก์ของไทยมารายงานตัวตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมาจนถึงวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมาแต่เนื่องจากการช่วงที่ผ่านมาเป็นฤดูการท่องเที่ยวได้รับความนิยมทำให้มัคคุเทศก์ไม่มีเวลามารายงานตัวจึงขยายระยะเวลาการลงทะเบียนออกไปอย่างไม่มีกำหนด และมีเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจตามบริษัททัวร์ต่างๆ ว่ามัคคุเทศก์ที่ไม่ผ่านการสอบใบอนุญาตหรือไม่ ส่วนมาตรการระยะกลางคือจัดทำหลักสูตรมัคคุเทศก์ให้มีคุณภาพมีการตั้งกรรมการขึ้นทดสอบความสามารถและประสานให้มัคคุเทศก์ที่ยังไม่ปฏิบัติงานลงพื้นที่ทำงานร่วมสังเกตการณ์กับมัคคุเทศก์ชำนาญการด้วย และระยะยาวก็จะส่งเสริมให้มีการผลิตมัคคุเทศก์ที่มีคุณภาพรวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยว
ตร.ท่องเที่ยวอบรมมัคคุเทศก์น้อย
พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ ธนกิจไพโรจน์ สว.สทท.3 กก.3 บก.ทท. และนางกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น ได้ร่วมกันจัดอบรม นักเรียนและนักศึกษาเป็นอาสาสมัครนักท่องเที่ยว
นางกนกวรรณ กล่าวว่า ขอนแก่นมีศักยภาพสูงมากเมื่อเทียบกับหัวเมืองหลักของประเทศ มีอัตราความเจริญที่เกิดขึ้นอย่างก้าวกระโดด มีการคมนาคมที่สะดวกสบาย การจัดกิจกรรมดึงดูดนักท่องเที่ยวของจังหวัด จนเป็นกิจกรรมตลอดทั้งปี ทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักขอนแก่นเพิ่มมากขึ้น
“สำหรับสถิตินักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจ.ขอนแก่น ในรอบปีที่ผ่านมารวมกว่า 2,000,000 คน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 การเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าบ้านที่ดีสร้างความประทับใจให้ให้กับผู้มาเยือนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่จังหวัดจะต้องเร่งดำเนินการ”นางกนกวรรณ กล่าว
พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันกำลังผู้ปฏิบัติหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวนั้นไม่เพียงพอต่อการปฎิบัติงานในระดับพื้นที่ จึงแก้ปัญหาด้วยการทำงานแบบบูรณาการกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชนซึ่งได้ดำเนินงานตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรัฐบาล ที่ผ่านมาตำรวจท่องเที่ยวเล็งเห็นศักยภาพของกลุ่มเยาวชน โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษาที่เรียนเกี่ยวกับการโรงแรมและการท่องเที่ยว ที่สามารถนำความรู้มาใช้ได้จริง การจัดฝึกอบรมอาสาสมัครมัคคุเทศก์น้อย เป็นการเตรียมความพร้อมในการให้บริการ อำนวยความสะดวกและเป็นส่วนช่วยเจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติงานที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ด้วยการสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมของการเป็นเจ้าบ้านที่ดี โดยเริ่มจากเทศกาลปีใหม่นี้
“การอบรมจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่เรียนด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมด้วย เพราะเยาวชนกลุ่มนี้จะเข้ามาช่วยรณรงค์ด้านการท่องเที่ยว โดยจะใช้วันหยุดเสาร์อาทิตย์ในการให้คำแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับประชาชนที่เดินทางมาจังหวัดขอนแก่น เช่นในเขตเมืองเยาวชนจะได้ไปทำงานแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในวันพระอารามหลวง หรือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในชุมชนของแต่ละคน โดยจะใส่เสื้อกั๊กที่มีสัญลักษณ์ของตำรวจท่องเที่ยวที่สามารถสังเกตได้ นอกจากนี้เพิ่มทักษะในการสังเกตจดจำตำหนิรูปพรรณบุคคลที่อาจจะเป็นกลุ่มเสี่ยง กลุ่มมิจฉาชีพ สามารถให้ข้อมูลกับตำรวจเพื่อจะได้ลดปัญหาการเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ในช่วงเทศกาลได้”พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าว



