
25ธ.ค.นี้ลุ้นอีก!คดีจำนำข้าว
25ธ.ค.นี้ลุ้นอีก!คดีจำนำข้าว อธิบดีอัยการฯเชื่อใกล้ได้ข้อยุติ เพื่อไทยป้องยิ่งลักษณ์โบ้ยให้เอาผิดเจ้าของโกดัง
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2557 นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ซึ่งเป็น 1 ในคณะทำงานสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงการประชุมร่วมคณะทำงานอัยการ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) พิจารณาข้อไม่สมบูรณ์คดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการปราบปรามทุจริต ฯ มาตรา 123/1 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจโดยมิชอบ ที่ละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท ว่า คณะทำงานร่วมนัดประชุมกันเป็นครั้งที่ 4 ในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ เวลา 10.00 น. โดยจะประชุมเพื่อหาข้อยุติบางประเด็นที่ยังมีความขัดแย้งกัน ซึ่งตนเชื่อว่าการพิจารณาใกล้ที่จะได้ข้อยุติในคดีแล้ว ส่วนผลจะออกมาอย่างไรนั้น ต้องรอดูผลพิจารณาของคณะทำงานร่วมในวันที่ 25 ธ.ค. ซึ่งคาดว่าการประชุมจะใช้เวลาไม่เกิน 12.00 น. ก็น่าจะเสร็จสิ้น
เมื่อถามว่า การประชุมของคณะทำงานร่วมในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุดได้ประสานไปยัง ป.ป.ช. ให้พิจารณาเป็นวาระเร่งด่วนหรือไม่ นายสุรศักดิ์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน กล่าวว่า การประชุมที่ผ่านมา เราก็ประชุมเป็นวาระปกติอยู่แล้ว
เมื่อถามต่อว่า การนัดประชุมคณะทำงานร่วมในวันที่ 25 ธ.ค. เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เร่งให้พิจารณาดำเนินคดีด้วยหรือไม่ นายสุรศักดิ์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน การนัดประชุมดังกล่าวเป็นการพิจารณาประชุมร่วมของคณะทำงานตามปกติ ขณะที่นายตระกูล อัยการสูงสุด ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ
เพื่อไทยป้อง‘ยิ่งลักษณ์’โบ้ยให้เอาผิดเจ้าของโกดัง
นายอำนวย คลังผา อดีตส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีปล่อยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวว่า นายยรรยง พวงราช อดีตรมช.พาณิชย์ ยืนยันมาตลอดว่า การตรวจสอบคุณภาพข้าวเป็นเรื่องของเซอร์เวย์เยอร์ และมีคณะกรรมการตรวจคุณภาพข้าว เมื่อข้าวเสียหายเจ้าของโกดังต้องรับผิดชอบตามสัญญา การจะเอาผิดกับน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้นคงไม่ได้ ที่ผ่านมาในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีนางพรทิวา นาคาศรัย อดีตรมว.พาณิชย์ ดูแลเรื่องข้าว ป.ป.ช.ก็ยกเลิกความผิด ทั้งๆ ที่มีลักษณะคล้ายกันคือ การอนุมัติขายข้าวในสต็อกต่ำกว่าราคาในตลาด
"เรื่องนี้ทำให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมมีความเหลื่อมล้ำหรือไม่ ฝ่ายหนึ่งทำไม่ผิด แต่อีกฝ่ายทำกลับผิดตลอด ส่วนกรณีที่บอกว่าโครงการจำนำข้าวทำให้รัฐขาดทุนหลายแสนล้านบาทนั้น ผมมองว่าตอนนี้ข้าวยังไม่ได้ขาย เหลืออีก 17 ล้านตัน จะบอกว่าขาดทุนคงไม่ได้ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลปัจจุบันที่ต้องเร่งขายข้าว เพราะหากทิ้งไว้นานข้าวจะขาดคุณภาพและเสื่อมราคาลงไปอีก" นายอำนวยกล่าว
พท.โต้กกต.ต้องรับผิดชอบเองกรณีเลือกตั้งโมฆะ
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ และอดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่กกต.จะเรียกค่าเสียหายจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2557 ซึ่งเป็นโมฆะว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ถือเป็นความรับผิดชอบของกกต.แบบเต็มๆ เพราะเมื่อมีการยุบสภาฯ รัฐบาลขณะนั้นเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการ ไม่มีอำนาจเต็ม การจะทำอะไรต้องขออนุมัติจากกกต. เรื่องการเลือกตั้งรัฐบาลรักษาการในขณะนั้น อำนวยความสะดวกให้กับกกต.อย่างเต็มที่ งบประมาณก็อนุมัติตามที่กกต.ร้องขอทั้งหมด ดังนั้นเมื่อเกิดความผิดพลาดเพราะมีการขัดขวางการเลือกตั้งจนเกิดความเสียหาย กกต.จะต้องรับผิดชอบในเบื้องต้นทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว ส่วนจะไปไล่บี้เอาผิดกับใครหรือเรียกร้องความเสียหายจากใครต่อนั้น เป็นเรื่องที่กกต.จะต้องไปดำเนินการอีกทอดหนึ่ง
กปปส.ชี้กกต.ต้องชัดเจนฟ้องใครทำเลือกตั้งโมฆะ
นายถาวร เสนเนียม แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ระบุว่าจะมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกว่า 3 พันล้านบาท กรณีที่การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.2557 เป็นโมฆะว่า อยากให้สติปัญญาต่อกกต.ก็ต้องคิดให้ชัดเจนว่าจะฟ้องใคร ไม่ใช่ทำลับๆ ล่อๆ ซึ่งการที่นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย บอกว่าให้เรียกร้องค่าเสียหายจาก กปปส.นั้น เห็นว่าหลักการการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายค่าสินไหมทดแทนจากการละเมิดนั้น ผู้ที่กระทำการละเมิดต้องให้เกิดผลโดยตรง และผลของการกระทำทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะก็ต้องไปดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าเป็นโมฆะเพราะอะไร การฟ้องก็ต้องเป็นผลโดยตรงจากการกระทำและเลือกตั้งเป็นโมฆะใครเป็นคนกระทำ เพราะหากจะฟ้อง กปปส.นั้น เหตุที่เกิดขึ้นห่างจากการกระทำของเรามาก เช่น ตนปราศรัยอยู่ที่เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แต่เหตุเกิดที่จังหวัดไหนก็ไม่รู้ หรือแกนนำกปปส.ปราศรัยอยู่บนเวทีเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ไปปิดหน่วยเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามถือว่าคิดไม่ถูกต้องหากจะฟ้องกปปส. เป็นการไม่รู้กฎหมาย อยากให้คนที่พูดไปศึกษากฎหมายใหม่ก่อนที่จะพูดด้วย
รองผบ.ตร.แถลงตรวจยึดอาวุธสงคราม
เมื่อเวลา 15.30 น.พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตรพร้อมด้วย พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.น.2 พล.ต.ต.วิสูตร ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 และ พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด แถลงผลการตรวจยึดอาวุธสงคราม พร้อมของกลาง ลูกจรวด PG2(หัวปลี) จำนวน21ลูก ลูกระเบิดแบบขว้าง RGD5 จำนวน 30 ลูก เรือนชนวน ลูกระเบิดแบบขว้าง RGD5 จำนวน 30 ชิ้น และเครื่องกระสุนปืน ขนาด 7.62 มม. จำนวน1,975 นัด โดยตรวจยึดได้ที่ ถ.จตุโชติ ซ.หนองระแหง 7 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา
พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง อาทิ ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดหรืออีโอดี และตำรวจสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน ตร. เข้าตรวจค้นพื้นที่ซึ่งได้รับแจ้งจากพลเมืองดี กระทั่งสามารถตรวจพบอาวุธสงคราม ทั้งเครื่องกระสุนและวัตถุระเบิดจำนวนมาก ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการตรวจยึดอาวุธสงครามในพื้นที่ สน.คันนายาว เช่นเดียวกัน เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ห่างกันเพียง 2.8 กิโลเมตร ทั้งยังพบว่าชนิดระเบิดชนิดหัวปลีหรือ RPG ตรงกัน รวมถึงลักษณะของกล่องบรรจุอาวุธต่างๆที่ตรวจพบได้ในครั้งนี้ก็ตรงกับที่พบเมื่อครั้งก่อน
ด้าน พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีพบว่า เป็นอาวุธสงครามที่คนร้ายเตรียมเอาไว้เพื่อใช้ก่อเหตุในช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นการนำมาทิ้งเอาไว้ภายหลังจากการชุมนุมเสร็จสิ้น หรือประมาณ 5-6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังพบว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการจับกุมอาวุธสงครามจำนวนมากที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะอาวุธชนิดลูกระเบิดแบบขว้างชนิด RGD5 ซึ่งเป็นอาวุธชนิดเดียวกันกับที่ตรวจยึดได้ที่ อ.วังน้อย ดังกล่าว
"เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบด้วยว่า อาวุธที่ตรวจยึดได้ครั้งนี้เป็นอาวุธที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา ซึ่งเบื้องต้นยังไม่พบข้อมูลว่าจะใช้เตรียมก่อเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่หรือไม่ อย่างไรก็ตามอาวุธที่ตรวจพบเป็นอาวุธที่ไม่มีใช้ในราชการตำรวจ โดยเฉพาะ RGD5 มีเพียงระเบิดหัวปลี สำหรับอาวุธที่ตรวจยึดได้ที่ อ.วังน้อย นั้นยังเคยใช้ก่อเหตุในช่วงการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. อีกหลายจุดด้วย เช่น บริเวณถนนบรรทัดทอง และ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ" ผบช.น. ระบุ



