
ค้นหาแรงบันดาลใจปลุกพลังยักษ์ในตัว
24 ธ.ค. 2557
ไลฟ์สไตล์ : ค้นหาแรงบันดาลใจปลุกพลังยักษ์ในตัว
เราทุกคนสามารถเป็น “ยักษ์” ได้ หากเราค้นพบแรงบันดาลใจสู่การ “ปลุกยักษ์” ในตัวเอง เช่นที่ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล นักเดินทางและคนทำสารคดี ที่มาบอกเล่าประสบการณ์จากการเดินทางไปทั่วทุกมุมโลก และได้พบเจอยักษ์มากมาย เพื่อจุดประกายให้ผู้ที่มาร่วมงาน “ไนท์ แอท เดอะ มิวเซียม ครั้งที่ 5 ตอนปลุกยักษ์” เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจ สู่การเป็นยักษ์ที่เปี่ยมด้วยพลังสร้างสรรค์ ที่มิวเซียมสยาม ท่าเตียน
วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล นักเดินทางและคนทำสารคดี เผยว่า ส่วนตัวมีโอกาสเดินทางไปมาแล้วเกือบทั่วทุกมุมโลกครับ ทำให้ได้พบเจอกับยักษ์มากมาย ซึ่งยักษ์ในมุมมองของตัวเองนั้น อาจจะไม่เหมือนยักษ์ในมุมมองของใครหลายๆ คน ที่ยักษ์อาจหมายถึงพลัง หรือยักษ์คือคนที่ประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แต่มุมมองยักษ์ในแบบฉบับส่วนตัวนั้น คือมนุษย์อย่างเราๆ คนตัวเล็กๆ ที่โดนกดดันทั้งจากสภาพแวดล้อม หรือคนรอบข้าง แล้วสามารถก้าวข้ามและก็เป็นยักษ์ในแบบของตัวคุณเอง
"จากการเดินทางที่ต้องไปทำสารคดีนี้เอง ทำให้ผมได้ค้นพบยักษ์แตกต่างกันไป อย่าง ยักษ์ที่อยู่ในคนทั่วไป เมื่อปีที่แล้วผมได้มีโอกาสเดินทางไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจากการเดินทางในครั้งนั้นทำให้ได้พบกับกลุ่มเยาวชน คนหนุ่มสาว ที่คิดหาทางออกเรื่องบ้านเมืองเยอะมาก โดยมีการศึกษาประวัติศาสตร์ การเมืองต่างๆ เพราะต้องการหาทางออกให้แก่ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้น ทำให้ได้พบกับภาพที่น่าประทับใจ ที่หมู่บ้านตำบลทรายขาว จังหวัดปัตตานี ที่นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่ที่ ที่มีคนมุสลิม และคนไทยพุทธอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก และอยู่มาหลายชั่วอายุคน ผมมีโอกาสถ่ายภาพร่วมกับโต๊ะอิหม่าม และหลวงปู่ ซึ่งทั้ง 2 ท่านเป็นเพื่อนกันมาแต่เด็ก และเมื่อโตขึ้น ทั้ง 2 ท่านต่างก็เป็นผู้นำในศาสนาของแต่ละศาสนาที่ตัวเองนับถือ ซึ่งท่านทั้ง 2 แสดงให้เห็นถึงยักษ์ ที่ยอมแพ้ต่อความเกลียดชังในใจ แต่เอาชนะความรู้สึกในใจของตัวเองได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผมได้รับรู้ว่า คนบางคนอยู่ในที่ที่ความรุนแรงมาถึงหน้าบ้าน แต่เขายังสามารถเอาชนะความเกลียดชัง และอยู่ร่วมกันด้วยความรักอย่างแท้จริง" วรรณสิงห์เล่า
พร้อมกับกล่าวต่อว่า ยักษ์ตัวที่ 2 คือยักษ์ที่เป็นคนระดับโลก ที่ได้ไปสัมผัสมาจริงๆ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว มีโอกาสได้ไปสัมภาษณ์ท่านดาไลลามะ ซึ่งตอนนั้นตื่นเต้น และเกร็งมาก เตรียมตัวค่อนข้างเยอะทีเดียว แต่เมื่อท่านเดินเข้ามาในห้องที่สัมภาษณ์พร้อมเสียงหัวเราะที่บ่งบอกถึงความใจดี อาการเกร็งต่างๆ ของทุกคนในห้องหายไปทันที ในวันนั้นได้เรียนรู้อะไรมากมายหลายอย่างผ่านการสัมภาษณ์ และหลายครั้งๆ ที่ทำรายการสารคดีที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ทำให้รู้ว่าศาสนาพุทธนั้นเป็นยักษ์ตลอดกาลเช่นเดียวกัน เพราะสิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านเทศน์สอนนั้น เป็นยักษ์ของจริง ที่ไม่สามารถล้มได้ ที่ไม่ว่าจะมีใครตั้งคำถามอะไร คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าจะมีคำตอบให้เสมอ
"แรงบันดาลใจนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่มีใครสามารถเป็นยักษ์ได้ตัวเองคนเดียว แต่ต้องอาศัยแรงบันดาลใจมาเป็นตัวกระตุ้น การออกไปดูโลกกว้างก็เป็นอีกหนทางหนึ่ง ที่จะทำให้เราได้พบกับแรงบันดาลใจ ได้เห็นอะไรมากมาย" หนุ่มนักเดินทางกล่าวปิดท้าย



