
'ยงยุทธ'ไม่รู้นายกฯสั่งขันนอตรมต.
22 ธ.ค. 2557
'ยงยุทธ' ระบุไม่รู้ 'ประวิตร' รับคำสั่ง 'ประยุทธ์' ช่วยขันนอต รมต. แต่ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ปัดตอบปรับ ครม. โยนถาม 'นายกฯ' วอนขอให้เวลาทำงาน
22 ธ.ค. 57 เมื่อเวลา 11.00 น. นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมลงนามแต่งตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ติดตามขันนอตการทำงานของรัฐมนตรี เนื่องจากผลงานของรัฐมนตรีบางคนในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ไม่คืบหน้าตามโรดแม็พของรัฐบาล ว่า ทราบจากข่าวเช่นกัน แต่ยังไม่ได้พบ และพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร ในเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำงานในภาพรวมของรัฐมนตรีขณะนี้คิดว่าต้องมีการขันนอตหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า การทำงานทุกอย่างมีทั้งอุปสรรคและความสำเร็จ เราต้องพยายามดูแลและฝ่าฟันอุปสรรค หากอะไรที่เราทำล่าช้าหรือยังไม่สำเร็จ ก็ต้องกลับมาเตือนสติกัน ซึ่งไม่ใช่แค่รัฐบาลเท่านั้น แต่เป็นทุกคนที่ทำงานเพื่อให้ออกมาดี อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรี ไม่ได้หารือถึงมาตรการกระตุ้นการทำงาน เพราะมีการติดตามตลอดเป็นรายสัปดาห์ ซึ่ง ครม.ต้องรายงานให้นายกฯ ทราบว่าเราทำงานอะไรไปบ้าง และได้ผลอย่างไร ไม่ใช่แค่รายเดือน หรือรายสามเดือน
ถามว่า ต้องมองในมุมกลับหรือไม่ เพราะคนที่แต่งตั้งและเลือกรัฐมนตรีเข้ามาทำงานคือตัวนายกรัฐมนตรี นายยงยุทธ กล่าวว่า คิดว่านายกฯ พิจารณาอย่างดีที่สุด และเพื่อให้งานได้รับผลสำเร็จ ต้องให้เวลาในการทำงานตามที่เราได้สัญญาบ้าง
เมื่อถามย้ำว่า หากการทำงานยังติดขัด จำเป็นต้องพิจารณาปรับ ครม.เฉพาะตัวบุคคลหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า แล้วแต่นายกฯ ตนไม่มีสิทธิ์ไปพูด ต้องไปถามจากนายกฯ
ส่วนที่หาก พล.อ.ประวิตร เข้ามาช่วยดูแลติดตามงานถือว่าเหมาะสมและงานจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และในความรู้สึกของตนอยากให้การทำงานมีประสิทธิภาพตามที่ปรากฏเป็นข่าวออกมาเช่นกัน
ต่อข้อถามที่ว่า รู้สึกหนักใจในการทำงานบ้างหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า เรามีเวลาน้อยและต้องพยายามทำให้ได้ แต่คงไม่ได้ร้อยเปอร์เซนต์ ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้นจริงๆ เพราะเราเต็มที่และยืนยันว่าไม่รู้สึกอึดอัดในการทำงานแต่อย่างใด
ระบุร่าง พ.ร.บ.การออมแห่งชาติ เสริมความมั่นคงในบั้นปลาย
นายยงยุทธ กล่าวถึงความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติการออมแห่งชาติ เสนอโดยกระทรวงการคลัง และผ่านความเห็นชอบจาก ครม.เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า เรื่องดังกล่าวนายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า จะมอบให้เรื่องนี้เป็นหนึ่งในของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ซึ่งสาระสำคัญ คือ ออมไว้เพื่อความมั่นคงในบั้นปลายของชีวิต ส่วนการประกันตนตามมาตรา 40 มีสาระสำคัญ คือ เปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบงานบริษัท หรือทำงานอิสระ ให้มีสิทธิ์เป็นผู้ประกันตนตามกฎหมาย แต่ผู้ที่รับผลประโยชน์ต้องเลือกว่าจะเลือกรูปแบบใดโดยสามารถเลือกได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
ส่วนแผนพัฒนาการเด็กประถมวัย ที่ยังขาดในเรื่องการคุ้มครอง ที่มีการเสนอแนวคิดให้เงินสนับสนุนเด็กแรกเกิดจนถึง 5 ปี คนละ 400 บาทต่อเดือนนั้น นายยงยุทธ กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวมาจากหลายภาคส่วนรวมทั้งจากในต่างประเทศ เมื่อเรามาหารือกันและคำนวณงบประมาณแล้วเห็นว่าต้องใช้งบประมาณสูงถึง 10,000 - 20,000 ล้านบาท จึงต้องลองศึกษาก่อนในปีแรก เช่น อาจลองดำเนินการในปีเดียว หรือจากนั้นลดจำนวนงบประมาณลง หรือพิจารณานำใช้ระบบของ สปสช.ที่มีอยู่แล้วเข้ามาช่วย ซึ่งมีหลายแนวทางที่ทำได้และต้องหารือกันผู้เกี่ยวข้องก่อน



