
ธุรกิจ ห่านไข่ทองคำ
23 ธ.ค. 2557
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ธุรกิจ ห่านไข่ทองคำ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
หนังสือเรียนของเด็กยุคเก่าจะมีนิทานอีสป เอาไว้ให้อ่านมากมายหลายเรื่อง แต่ละเรื่องสอดแทรกวิธีการดำรงชีวิตอย่างซื่อสัตย์และมีคุณธรรม รวมทั้งการประพฤติตนให้อยู่ในศีลธรรม, ยำเกรงและละอายต่อบาป บางเรื่องสอนให้คนรู้จักละทิ้งความละโมบโลภมากและไม่เอารัดเอาเปรียบคนอื่นด้วย อีสป เป็นนิทานที่อ่านสนุกและมีคติสอนใจได้เป็นอย่างดี แม้เวลาผ่านมาหลายสิบปีแล้วแต่เด็กยุคนั้นหลายคนก็ยังจดจำกันได้อยู่
นิทานอีสปเรื่อง ห่านไข่ทองคำ มีเนื้อเรื่องโดยย่อว่า ห่านตัวหนึ่งออกไข่มาเป็นทองคำวันละหนึ่งฟองทุกวัน เจ้าของซึ่งเป็นคนดีแต่ฐานะยากจนจึงกลายเป็นคนที่มีฐานะร่ำรวยอยู่ดีกินดีมากขึ้น อยู่มาวันหนึ่งเจ้าของเกิดความโลภมากอยากจะได้ไข่ทองคำมากกว่าวันละหนึ่งฟอง จึงจัดการฆ่าห่านหมายจะเอาไข่ที่อยู่ในท้องทั้งหมด แต่เมื่อห่านตายกลับปรากฏว่าไม่มีไข่ทองคำอยู่ในท้องห่านแม้แต่ฟองเดียว นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “โลภมาก ลาภจะหาย”
สมัยก่อนเมื่อคนเรามีโรคเกี่ยวกับฟันไม่ว่าฟันผุ, ฟันโยก, ฟันเก ฯลฯ ทั้งคนไข้ที่เป็นตัวต้นโรคและแพทย์ผู้ทำการรักษาก็คิดกันแต่การถอนฟัน ซึ่งเท่ากับว่าฟันหนึ่งซี่ทำให้คนมีค่าใช้จ่ายไม่มากนัก เพราะต่อให้เป็นฟันซี่สำคัญ หากต้องถอนทิ้งออกไป อย่างเก่งก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาเพียงแค่ค่าทำฟันปลอมเท่านั้น
ต่อมาเมื่อวิทยาการทางทันตอนามัยและทางการแพทย์ดีขึ้น เมื่อฟันผุแทนที่จะต้องถูกถอนทิ้งไปให้สิ้นเรื่อง กลับมีวิทยาการใหม่ใช้การรักษาด้วยแนวทางต่างๆ เช่น อุดฟัน, รักษารากฟัน ซึ่งทำให้ฟันผุหนึ่งซี่มีค่าใช้จ่ายในการต้องไปพบทันตแพทย์เพิ่มขึ้น เพื่อทำการรักษาให้ฟันซี่นั้นๆ ได้ใช้ใกล้เคียงกันกับฟันดั้งเดิม และเมื่อเวลาผ่านไปก็อาจะต้องหวนกลับไปรื้อถอนซ่อมแซมฟันซี่นั้นกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง
วิทยาการที่ล้ำหน้าในการรักษารากฟัน, รักษาโพรงประสาทฟัน, การอุดฟันด้วยวัสดุต่างๆ ที่มีมาใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การถอนฟันแทบจะถูกลืมไปจากตำราของการรักษาฟัน ค่าดูแลรักษาฟันของคนเราเฉลี่ยต่อหนึ่งซี่มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว และยิ่งหากนับรวมกับความพยายามรักษาฟันให้สวยงามมากขึ้นกว่าที่เคยมีตามธรรมชาติ ฟันจึงเป็นอวัยวะของคนเราที่ต้องใช้เงินกับมันมากทีเดียว และถือเป็นการทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับฟันทุกขั้นตอน เจริญเติบโตมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านมา
หากเปรียบเทียบฟันเป็นห่านที่ออกไข่มาเป็นทองคำ การที่มีวิทยาการต่างๆ สำหรับทันตอนามัยและการรักษาฟันเกิดขึ้น ก็เท่ากับเป็นการเลี้ยงห่านเอาไว้ให้ออกไข่มาเป็นทองคำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เก็บกินเรื่อยๆ
เพราะหากยังใช้วิธีจัดการกับฟันตามแบบฉบับยุคเก่า นั่นคือเมื่อฟันซี่หนึ่งซี่ใดมีปัญหาขึ้นมาก็ถอนฟันซี่นั้นทิ้งไป ก็ไม่ต่างอะไรไปจากการฆ่าห่านเพื่อหวังจะได้ไข่ทองคำในท้องแต่กลับไม่ได้อะไรเลยนั่นเอง แต่การที่จะทำธุรกิจให้ลูกค้าหรือผู้จ่ายเงินยินยอมพร้อมใจที่จะเป็นห่านไข่ทองคำ ผู้ประกอบการก็ต้องมีคำอธิบายที่ดี จนกระทั่งคนจ่ายเงินยินยอมพร้อมใจที่จะควักจ่ายมากขึ้นเช่นเดียวกับเรื่องของฟันด้วย
-------------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ธุรกิจ ห่านไข่ทองคำ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



