
'สุวพันธุ์'มั่นใจกระแสต้านรัฐจุด(ไม่)ติด
'สุวพันธุ์'มั่นใจไร้'สิ่งบอกเหตุ' กระแสต้านรัฐจุด(ไม่)ติด : สิทธิชัย นครวิลัย, ปกรณ์ พึ่งเนตรรายงาน
เป็นหนึ่งในรัฐมนตรี "เซอร์ไพรส์" ของ ครม.ประยุทธ์ 1 สำหรับ สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) ที่ได้รับตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปครองแบบเหนือความคาดหมาย วันนี้ สุวพันธุ์ ขยับจากข้าราชการประจำมาเป็นเสนาบดี ทีมข่าวเครือเนชั่น เปิดมุมมองเกี่ยวกับการเมืองไทยในปีหน้า ที่หลายคนประเมินว่า จะร้อนแรง จากเขาคนนี้ ผู้ได้ชื่อว่า กุมข้อมูลข่าวสารมากที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย
O จากข้อมูลที่มีอยู่ ความเคลื่อนไหวของคลื่นใต้น้ำถือว่าน่าเป็นห่วงหรือไม่
สถานการณ์ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้เป็นสถานการณ์ที่ฝ่ายความมั่นคงประเมินไว้อยู่แล้ว เหตุผลคือ เราเข้าสู่การปฏิรูปประเทศเต็มรูปแบบ 11 ด้าน จาก 18 คณะกรรมาธิการ ไม่มีทางที่คนจะเห็นตรงกันทั้งหมด ฉะนั้นความเห็นที่แตกต่างอาจถูกตีความ และมีความเคลื่อนไหวที่แตกต่าง
นอกจากนั้นเมื่อมีการปฏิรูปก็จะมีคนอยากพูดอยากแสดงความคิดเห็นเยอะแยะ แต่ประเทศเราอยู่ในสถานการณ์พิเศษ มีกฎหมายพิเศษ บางเรื่องจึงไม่คลิก ไม่ลงตัว แม้รัฐบาลจะเปิดช่องทางให้มากมายแล้วก็ตาม ทั้งเปิดโอกาส เปิดเวที จึงต้องเพิ่มการสื่อสารทำความเข้าใจในหลายระดับ
ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่คิดเห็นแตกต่าง ผมไม่อยากใช้คำว่า "คลื่นใต้น้ำ" เพราะคนที่เห็นต่างก็มีอยู่ และทำไปภายใต้ความคิดของเขา ซึ่งก็ทำได้ เพียงแต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย จึงไม่ใช่คลื่นใต้น้ำ เป็นความเห็นต่างในการแสดงออก รัฐบาลมีหน้าที่รับฟัง อะไรที่เกินเลยก็ต้องระมัดระวัง
O สถานการณ์ดูตึงเครียดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่มีการปล่อยข่าวจนหุ้นตก นายกฯเองก็ออกมาตำหนิ
ผมคงตอบแทนนายกฯ ไม่ได้ แต่ช่วงนี้บ้านเมืองมีเหตุอะไรหลายอย่าง ในเว็บมีคนนำเสนอข้อมูลมากมาย และยังไปเชื่อมกับต่างประเทศ ฉะนั้นประชาชนต้องใช้วิจารณญาณ เมื่อได้ข้อมูลในไลน์มา ก็ไม่ใช่ได้ปุ๊บแชร์ปั๊บ ควรดูก่อนว่า หน้าตาแบบนี้ เรื่องราวแบบนี้เป็นไปได้ไหม ควรตั้งข้อสงสัยก่อน ถามไปที่คนส่งว่า มาจากไหน ถ้าไม่จริงก็ไม่ควรส่งต่อ หรืออาจต้องคิดต่อว่า ส่งมาทำไม เพื่ออะไร คนในโลกออนไลน์ต้องใช้ดุลพินิจเกือบทุกอย่าง
O ในสายตาคนทำงานข่าวกรอง บอกสังคมได้ไหมว่า ข่าวที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย จริงหรือเท็จมากกว่ากัน
ข้อมูลไม่จริงเยอะมาก มันเป็นโลกยุคใหม่ ในทางข่าวกรองเรียกสภาวะแวดล้อมใหม่ เป็นสภาวะแวดล้อมที่สังคมเชื่อมถึงกัน ติดต่อสื่อสารกันง่ายดาย เมื่อก่อนใช้จดหมาย โทรศัพท์ แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว คิดอะไรก็ส่งได้เลย แถมยังส่งถึงคนได้เยอะ ไม่ต้องเปิดเผยตัวตน เอกลักษณ์ หรือความคิดจริงๆ ว่าเป็นอย่างไร คนที่ไม่มีวาระซ่อนเร้นก็ไม่มีอะไร แต่คนที่มีวาระซ่อนเร้นก็จะแสวงประโยชน์จากสภาวะแวดล้อมนี้ คนที่ทำงานความมั่นคงจึงต้องจับตาดู
ยกตัวอยางคดีเกาะเต่า วันนี้ใครถูก...ข้อมูลตำรวจถูก แล้ว CSI L.A. (เพจเฟซบุ๊กที่เขียนตั้งประเด็นโจมตีการทำงานของตำรวจในการคลี่คลายคดี) วันนี้เงียบไปแล้ว ถามว่าทำความเสียหายต่อประเทศชาติหรือไม่
โลกยุคนี้เป็นยุคที่ต้องต่อสู้กันด้วยข้อมูลข่าวสาร รัฐต้องชี้แจงเหตุผล แต่ข้อมูลราชการไม่สามารถมาเปิดหมดให้คนเข้าใจได้ ฉะนั้นรัฐบาลจึงสู้ทุกอย่างไม่ได้ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ไม่ต้องระวังถึงผลที่จะเกิดขึ้นเลย
ฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คือ 1.รัฐบาลต้องประชาสัมพันธ์ 2.ต้องทำให้คนที่บริโภคข้อมูลข่าวสารรู้ต้นตอที่เผยแพร่ข้อมูลออกมา แล้วเอาข้อมูลข่าวสารมาสู้กัน และทำให้ผู้บริโภคเชื่อในข้อมูลของรัฐ ฉะนั้นเครคิตของผู้รับผิดชอบจึงเป็นเรื่องสำคัญ
ต้องยอมรับว่า ราชการถูกจำกัดด้วยกฎหมาย ไม่เหมือนอีกข้างหนึ่ง เข้าใจว่าแต่ละหน่วยก็มีกลยุทธ์ในการทำเรื่องพวกนี้ เรื่องราวแต่ละเรื่องมี 2 ฝ่ายเสมอ มีการตอบโต้กันตลอด อาจไม่ใช่ราชการด้วยซ้ำที่หลายๆ ครั้งก็ออกมาตอบโต้ชี้แจงให้
O ปัญหาเศรษฐกิจในปีหน้า จะเป็นตัวเร่งให้เกิดกระแสต้านรัฐบาลหรือไม่?
ยอมรับว่าเศรษฐกิจโลกไม่ดี เศรษฐกิจบ้านเราก็คงไม่ดี แต่ก็ยังได้ยินคนพูดว่าเศรษฐกิจไทยปีหน้าจะโต 3-3.5% ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยมีพื้นฐานดี การฟื้นตัวน่าจะทำได้ ฉะนั้นถ้ารัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายสำคัญๆ ไปได้ก็จะยิ่งดี คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ที่ผมเป็นประธาน ก็ได้เข้าไปเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อให้ส่งผลกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง และดูเรื่องการป้องกันการทุจริต โดยการตรวจสอบก็ให้คณะกรรมาธิการธรรมาภิบาลเข้ามาร่วม
ผมคิดว่า ตอนนี้ทุกคนมองไปเรื่องการปฏิรูป พอใจในเรื่องของความสงบเรียบร้อย ไม่มีการชุมนุมทางการเมือง ไม่มียิงกัน ไม่มีกองกำลังติดอาวุธออกปฏิบัติการ ผมเชื่อว่าคนไทยอยากอยู่แบบนี้ การพูดเรื่องแบ่งสีลดลง คนตระหนักเรื่องการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขมากขึ้น และอยากให้เดินหน้า 3 เรื่อง คือ ปรองดองสมานฉันท์ ปฏิรูปประเทศ และขับเคลื่อนตามนโยบาย 11 ข้อของรัฐบาล ผมเชื่อว่าประชาชนจะเป็นคนตัดสิน เพราะทุกคนอยากอยู่อย่างสงบ
O ที่ผ่านมามีการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ เช่น ชูสามนิ้ว หลายคนประเมินว่า ปีหน้าจะขยายวงมากขึ้น
ผมเองเป็นนักกิจกรรมสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เรื่องการเคลื่อนไหวแสดงสัญลักษณ์ต่างๆ ถือเป็นเสรีภาพ แต่ต้องรู้ว่าระดับไหนถึงจะเหมาะสม
เรื่องสถานการณ์ในภาพรวมนั้น เมื่อใดที่ยังมีผู้คิดต่างก็ยังสบายใจกับสถานการณ์ไม่ได้ แต่ก็ต้องเข้าใจผู้เห็นต่าง คิดต่างด้วย ต้องเปิดช่องทางให้ได้สื่อสาร ส่วนการเคลื่อนไหวจากนอกประเทศ ไอซีที (กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) รับผิดชอบดูแลทางเทคนิค ขณะที่คอนเทนท์ (เนื้อหา) ก็สู้กันไป ประชาชนต้องมีวิจารณญาณ
ผมทำงานด้านความมั่นคงมา เมืองไทยนั้นกระแสสังคมจะบอกสถานการณ์เอง อย่างวันนี้ประชาชนยังหน้าตาแจ่มใส แม้ข้าวของอาจจะแพงไปบ้าง แต่ก็ยังใช้ชีวิตปกติ ขึ้นรถไฟฟ้า เดินทางกัน ถ้ามีคนมาด่ารัฐบาลทุกวันสิ อย่างนั้นมันบอกได้ แต่ตอนนี้ยังไม่มี ฉะนั้นผมคิดว่า ถ้าจะมี สิ่งบอกเหตุต้องมากกว่านี้



