
การต่างประเทศยุค'พล.อ.ธนะศักดิ์'เหตุใดจึงเก็บตัวเงียบ?
การต่างประเทศยุค'พล.อ.ธนะศักดิ์' เหตุใดจึงเก็บตัวเงียบ? : นันทิดา พวงทอง สำนักข่าวเนชั่นรายงาน
การดำเนินนโยบายการต่างประเทศ ภายใต้การกุมบังเหียนของ "พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร" รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตั้งแต่มีรัฐบาลจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาถึงขณะนี้เป็นเวลากว่า 3 เดือน ผ่านช่วงเวลาที่กระทรวงการต่างประเทศรับบทบาทหนัก ในการชี้แจงทำความเข้าใจต่างชาติ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ ควบคู่กับการคงบทบาทไทยในเวทีโลก ยืนยัน ไทยพร้อมจะมีความร่วมมือใหม่ๆ กับต่างชาติ ในยุคเศรษฐกิจโลกมีการแข็งขันต่อเนื่อง
ปัจจุบันกระทรวงการต่างประเทศทำหน้าที่หลากหลายมิติ ทั้งการเมือง ความมั่นคง สังคมและวัฒนธรรม อีกทั้งมีหน้าที่ใหม่ นั่นคือ "การโปรโมทประเทศ" ซึ่งกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องบอกสาธารณชนเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินนโยบายการต่างประเทศในยุครัฐบาล คสช.
ก่อนเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการทรวงการต่างประเทศ ดูเหมือน "พล.อ.ธนะศักดิ์" จะเป็นเป้าพอสมควร โดยมีสุ้มเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงคัดค้านว่า ตำแหน่งนี้เป็นหน้าตาของประเทศ ไม่ควรให้ "ทหาร" โดยเฉพาะทหารที่อยู่ในคณะยึดอำนาจมาเป็นรัฐมนตรี
แต่ดูเหมือนทาง คสช.ไม่ได้ให้น้ำหนักต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์เท่าใดนัก จึงมีการวางให้ พล.อ.ธนะศักดิ์ มานั่งตำแหน่งนี้ และมี "ดอน ปรมัติวินัย" อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี มาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ ซึ่งตอนนั้นมีกระแสว่า การตั้งนายดอนก็เพื่อช่วยให้ภาพลักษณ์กระทรวงไม่ดูติดลบเกินไป เพราะอย่างน้อยก็มีผู้เชี่ยวชาญงานด้านต่างประเทศมานั่งอยู่ด้วย นอกจากนี้ ในช่วงแรกมีกระแสว่า รัฐบาลให้นายดอนออกหน้าในเวทีนานาชาติแทนรัฐมนตรีว่าการ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของประเทศ ไม่อยากปรากฏต่อสายตาต่างชาติชัดเกินไปถึงความเป็น "รัฐบาลทหาร"
แต่เอาเข้าจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้น พล.อ.ธนะศักดิ์ ยังคงรักษาบทบาทหน้าที่ รมว.ต่างประเทศ ออกหน้าเดินทางไปร่วมในหลายเวทีการประชุม โดยงานแรกได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในเวทีการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญที่ 69 ณ นครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นการอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยต่อนานาชาติอย่างเป็นทางการครั้งแรก และเป็นผลงานชิ้นแรกที่ทำได้ดีพอสมควร ต่อด้วยการเดินทางร่วมคณะเคียงคู่ไปกับ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี อีกหลายเวที ขณะที่ "ดอน" ต่างหาก ที่เหมือนจะกลายเป็นรัฐมนตรีโลกลืม
หน้าที่หลักของ "ดอน" คือ ดูแลภาพรวมของกระทรวงการต่างประเทศ เหมือนทำหน้าที่แม่บ้าน อีกทั้งยังดูเรื่องรายละเอียดงานเอกสารก่อนส่งต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เรียกว่า ดูแลงานด้านธุรการ เป็นแรงสำคัญคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง "พล.อ.ธนะศักดิ์"
ขณะที่ดูเหมือนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ธนะศักดิ์ ที่มีขึ้นก่อนหน้านี้ค่อยๆเบาลง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการที่ พล.อ.ธนะศักดิ์เคยเป็นทูตทหารประจำกรุงลอนดอน ทำให้มีประสบการณ์งานด้านต่างประเทศมาก่อน เลยเป็นเรื่องไม่ยากของ "พล.อ.ธนะศักดิ์" ต่อการทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม อาจเป็นเพราะด้วยบุคลิกที่เป็นคนไม่ช่างพูด และตลอดช่วงที่ผ่านมาแทบไม่เห็นภาพให้สัมภาษณ์ต่อสื่อของ "พล.อ.ธนะศักดิ์" เท่าไรนัก แม้ในช่วง 3 เดือนแรกจะมีบทบาทในต่างประเทศ ซึ่งก็ทำหน้าที่ได้ดีพอสมควร ทำให้สังคมไม่สามารถรู้ได้ว่า "พล.อ.ธนะศักดิ์" ทำอะไรไปบ้าง
"อัษฎา ชัยนาม" อดีตผู้แทนถาวรไทย ประจำสหประชาชาติ ได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ ว่า ผลงานด้านการต่างประเทศของรัฐบาล คสช.มีความคืบหน้าอยู่มาก กระทรวงการต่างประเทศทำงานเชิงรุก และรับบทหนักชี้แจงต่างชาติให้เข้าใจประชาธิปไตยแบบไทยๆ มุ่งหาพันธมิตรอย่างประเทศเพื่อนบ้านและอาเซียนช่วยสนับสนุนแนวทางปฏิรูปประเทศไทย โดยที่ไม่เน้นตอบโต้ท่าทีต่างชาติ อย่างที่สหรัฐอเมริกาประกาศชะลองบประมาณสนับสนุนด้านความมั่นคง และอียูประกาศแซงชั่นการเยือนระดับสูง เลื่อนลงนามความร่วมมือระหว่างกันออกไป
"สำคัญที่ พล.อ.ธนะศักดิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน คสช. ได้รับแต่งตั้งให้มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีบทบาททางการเมืองอย่างเต็มตัว ไม่ใช่ตำแหน่งทางกองทัพเหมือนแต่ก่อน ขอย้ำว่า พล.อ.ธนะศักดิ์มีอำนาจกำกับดูแลงานการต่างประเทศอย่างชอบธรรม แต่ผมก็ยังไม่เคยเห็น พล.อ.ธนะศักดิ์ ออกมาแสดงวิสัยทัศน์ด้านการต่างประเทศด้วยตนเอง แล้วประชาชนจะทราบได้อย่างไรว่า รัฐบาล คสช.จะนำพาการต่างประเทศของไทยไปในทิศทางไหน"
อัษฎา มองว่า สไตล์การบริหารของ พล.อ.ธนะศักดิ์ ที่ไม่ต้องการจะตกเป็นข่าว หรือเป็นความตั้งใจที่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ออกหน้าเป็นหลัก และวางตัวเองคอยเสริมบทบาทนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ทำให้สปอตไลท์ฉายไปที่ "พล.อ.ประยุทธ์" เพียงคนเดียว เห็นแต่เพียงเงาของ "พล.อ.ธนะศักดิ์" อยู่เคียงข้าง
อัษฎา จึงมองว่า การที่เจ้ากระทรวงบัวแก้วไม่ออกสื่อทำตัวให้เป็นข่าวเท่าที่ควร ขณะที่ "ดอน" ทำหน้าที่ให้การสนับสนุนเหมือนเป็นที่ปรึกษา และพี่เลี้ยงรัฐมนตรีอยู่ห่างๆ และด้วยลำดับหน้าที่ "ดอน" เป็น รมช. ก็ไม่อาจจะเกินหน้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ ในเมื่อ "พล.อ.ธนะศักดิ์" ไม่ออกมาบอกเล่าผลงานต่างประเทศผ่านนักข่าวเพื่อสื่อสารต่อไปยังประชาชน จึงอาจจะทำให้กระทรวงการต่างประเทศกลับสู่ "แดนสนธยา" อีกครั้ง
ด้าน "รศ.ดร.ประภัสสร์ เทพชาตรี" อาจารย์ประจำสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองภาพรวมการดำเนินงานด้านการต่างประเทศในยุค คสช.ว่า การปฏิรูปประเทศเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งต้องมีการปฏิรูปการต่างประเทศด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ทำ ทั้งในเรื่องความพร้อมสู่การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์ภายในประเทศทำให้ความพร้อมสู่การเป็นประชาคมอาเซียนของไทยต้องสะดุดลง ตอนนี้เหลือเวลาไม่ถึง 1 ปี เราจะมียุทธศาสตร์สู่การเป็นประชาคมอาเซียนได้อย่างไร นอกจากนี้ยังมีเรื่องยุทธศาสตร์การฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านที่เน้นความมั่นคงและยั่งยืน ยุทธศาสตร์ไทยต่อประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะการรักษาดุลอำนาจไว้ให้ได้ และยุทธศาสตร์ไทยต่อยูเอ็น และเวทีโลก ยังเป็นโจทย์สำคัญให้แก่กระทรวงการต่างประเทศในยุครัฐบาลนี้
ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับ "พล.อ.ธนะศักดิ์" เจ้ากระทรวงการต่างประเทศว่าจะเลือกดำเนินนโยบายอย่างไร!!



