
'ทหาร'ปัดอุ้มยูเครน-คนกลางเคลียร์หนี้
20 ธ.ค. 2557
มทบ.41 ออกโรงแจง ตร.จับทหารอุ้มรีดผัวเมียยูเครน เรื่องเข้าใจผิด แจงทหารถูกขอให้เจรจาหนี้ 15 ล้าน พลเรือนแค่ล่าม
20 ธ.ค. 57 นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับ พล.ต.ธีร์ณฉัฎฐ์ จินดาเงิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 และ พ.ต.อ.จิรศักดิ์ เสียมศักดิ์ ผกก.ฝ่ายอำนวยการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต แถลงข่าวชี้แจงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง และชุดสืบสวน บก.ภ.จ.ภูเก็ต จับกุมชายฉกรรจ์ ซึ่งอ้างตัวเป็นทหารมณฑลทหารบกที่ 41 และพลเรือน รวม 10 คน ลักพาตัวและกรรโชกทรัพย์ นายอีกอร์ เออมาคอฟ อายุ 37 ปี และนางมารีน่า เออมาโคว่า อายุ 32 ปี สามีภรรยาชาวยูเครน เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา
พล.ต.ธีร์ณฉัฎฐ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากมีผู้มาร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกเข้าไปตรวจสอบชาวต่างชาติต้องสงสัยว่าเป็นอาชญากรข้ามชาติ หลบหนีเข้ามาซ่อนตัวใน จ.ภูเก็ต ฝ่ายทหารจึงส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบแล้วพบว่า ฝ่ายผู้ร้องเรียนเป็นผู้เสียหายจากการถูกสามีภรรยาคู่นี้ยืมเงินไปจำนวน 15 ล้านบาท แล้วไม่ยอมคืน จึงประสานให้ทั้งสองฝ่ายเข้ามาเจรจากันและตกลงเรื่องความรับผิดชอบกันเอง
พล.ต.ธีร์ณฉัฎฐ์ กล่าวว่า ในการเจรจานั้น ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันเอง เนื่องจากเป็นชาวยูเครนเหมือนกัน ซึ่งทราบจากล่ามแปลภาษาว่า ผู้ถูกกล่าวหาทำความผิดที่ประเทศยูเครนในลักษณะการยืมเงินจากผู้กล่าวหา 15 ล้านบาท ซึ่งผู้ถูกกล่าวหายอมรับว่าผิดจริง และยินดีชดใช้ให้ จากนั้นจึงนัดไปเบิกเงินที่ธนาคาร โดยขอให้ทหารตามไปเป็นพยาน ซึ่งทหารยินดีให้ความช่วยเหลือและต้องการติดตามดูพฤติกรรมของชาวต่างชาติรายนี้ว่ามีพฤติกรรมเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือไม่ด้วย จึงตามไปสังเกตการณ์อยู่ด้านนอกธนาคาร แต่ช่วงที่ตกลงกันอยู่นั้น นางมารีน่า ได้กลับมาที่บ้านและไปแจ้งความที่ สภ.ฉลอง ว่าสามีถูกทหารควบคุมตัว และข่มขู่ให้ไปเบิกเงินที่ธนาคาร ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดทั้งหมด
"ระหว่างที่จ่ายเงินกันนั้น ทหารก็คอยดูแลอยู่ด้านนอกธนาคาร เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเห็นก็เข้าควบคุมตัวทหารไว้ ตามที่ได้รับแจ้งจากนางมารีน่า ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดกันเล็กน้อยว่าทหารไปอยู่เบื้องหลัง และมีการข่มขู่ ซึ่งความจริงเป็นการปฏิบัติการทางทหาร ตามประกาศกฎอัยการศึก" พล.ต.ธีร์ณฉัฎฐ์ กล่าว
พล.ต.ธีร์ณฉัฎฐ์ ย้ำว่า ทหารไม่ได้ขู่กรรโชกทรัพย์ผู้เสียหายตามที่มีข่าว เพราะการปฏิบัติงานทุกครั้ง เจ้าหน้าที่จะรายงานให้ตนทราบเป็นระยะๆ และมั่นใจว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ทำเช่นนั้นแน่นอน
ด้าน นายนิสิต กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการเข้าใจกันผิดระหว่างทหารกับชุดจับกุมของตำรวจ ซึ่งแต่ละฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนเอง แต่อาจไม่ได้ประสานข้อมูลหรือประสานการปฏิบัติการกัน ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น แต่หลังจากนี้จะประสานงานระหว่างกันมากขึ้น รวมถึงการชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งจะดำเนินการให้เร็วกว่านี้ เพื่อป้องกันผลกระทบที่เกิดขึ้น
ภายหลังการแถลงข่าวของเจ้าหน้าที่รัฐแล้วเสร็จ นายประวัตร์ เอียดยาว น.ส.อรนุช ติยพงศ์พัฒนา นายเขมติชัย ปันเสาร์ นายบันดาล อินมัง และนายสมพร ชัยสิทธิ์ พลเรือนที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีกักขังหน่วงเหนี่ยวและกรรโชกทรัพย์ ได้เปิดแถลงข่าวหลังจากได้รับการประกันตัวจากศาล
นายประวัตร์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นจริงอย่างที่สื่อนำเสนอหรือตำรวจแจ้งข้อหา ซึ่งความจริงแต่ละคนได้เข้ามาช่วยประสานงานให้ทหารที่ไปดูแลความปลอดภัยของผู้เสียหายที่ธนาคาร และไม่เคยมีการอุ้มสองสามีภรรยาชาวยูเครนไปรีดเงิน
"ผมมีหน้าที่เป็นเพียงล่ามแปลภาษาให้ผู้เสียหายที่เป็นชาวยูเครน ส่วนที่เหลือเป็นคนขับรถและไปด้วยกัน และในช่วงที่นำตัวผู้เสียหายไปที่ป่าคลอกนั้น ก็ไม่ได้บังคับขู่เข็ญ ทั้งคู่ยินยอมไป โดยมีการพูดคุยและดูแลกันเป็นอย่างดี และผมยังแจ้งทหารว่า ฝ่ายภรรยาไม่เกี่ยว ขอให้ปล่อยตัว และได้นำตัวมาส่งที่บ้านพัก แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงมีการแจ้งความ ซึ่งสร้างความเสียหายให้พวกตนเป็นอย่างมาก" นายประวัตร์ กล่าว
ขณะที่ พ.ต.อ.จิรศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงจาก สภ.ฉลอง ส่วนเรื่องอื่นๆ ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดใดๆ ได้



