
ผบ.ทบ.ลงใต้!กำชับกำลังพลดูแลปชช.เต็มที่
20 ธ.ค. 2557
ผบ.ทบ.ยกคณะลงใต้มอบขวัญ-กำลังใจกำลังพล กำชับดูแลปชช.เต็มที่ ลั่นแยกดินแดนเป็นไปไม่ได้ เผยยังไม่ได้รับรายงานทหารอุ้มรีด 2 สามีภรรยายูเครน ยันหากผิดจริงต้องลงโทษ
20 ธ.ค.57 ที่ฝูงเครื่องบินกองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (รองผอ.รมน.) พร้อมด้วยพล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ลธ.รมน.) และคณะนายทหารระดับสูงของกองทัพบก เดินทางลงพื้นที่จ.ปัตตานี เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมทั้งมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่
ทั้งนี้พล.อ.อุดมเดช ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทางว่า ในวันนี้ตนจะลงพื้นที่เพื่อไปบำรุงขวัญกำลังพลที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากเป็นช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่จึงอยากไปให้ของขวัญแก่กำลังพลที่ปฏิบัติราชการสนามในพื้นที่ รวมถึงจะไปตรวจผลการปฏิบัติงานปรับปรุงเส้นทางถนนที่ได้รับมอบนโยบายจากรัฐบาลที่ต้องการให้ใช้ยางพาราผสมกับยางมะตอยเพื่อลาดถนนจำนวน 37 เส้นทาง ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการเบื้องต้นแล้ว 10 เส้นทาง แต่ทั้งนี้ได้ประสบกับปัญหาเรื่องสภาพอากาศที่มีฝนตก แต่จะต้องเร่งดำเนินการต่อไป รวมถึงจะไปดูโครงการพสกนิกรรอบอ่าวปัตตานีของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อปรับพื้นที่รอบอ่าวดังกล่าวให้สามารถใช้พื้นที่ได้จากเดิมเป็นเวิ้งใหญ่ของจังหวัดที่ความตื้นเขิน การสัญจรทางน้ำและการประมงมีปัญหามาก หากมีการปรับปรุงเชื่อว่าจะสามารถสร้างอาชีพให้ประชาชนรอบอ่าวปัตตานีได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ความเป็นอยู่และเศรษฐกิจในพื้นที่ดีขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ได้เน้นย้ำเรื่องแผนงานและโครงการต่างๆว่าต้องสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง
พล.อ.อุดมเดช กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในช่วงที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดี เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงต้นเดือนธ.ค.ที่ผ่านมาพบว่าเหตุการณ์ลดลง แต่ก็ต้องพยายามให้เหตุการณ์ลดลงอีก พร้อมทั้งนี้ตนจะกำชับกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ รวมถึงการปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ใช่เฉพาะแค่พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่พื้นที่ทั่วไปทั้งหมด โดยเฉพาะกทม. ทางกองทัพบกได้สนองนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและให้ประชาชนมีความสุข ซึ่งกำลังพลต้องเสียสละดูแลพื้นที่ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
เมื่อถามว่า มีหลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงว่าในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจมีบางพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ยังเข้าไปดูแลไม่ทั่วถึง จะทำอย่างไรให้กลุ่มผู้เห็นต่างไม่ดึงไปเป็นพวกเดียวกัน พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ถ้าบอกว่าเข้าไม่ถึง ตนคิดว่าไม่มีแล้ว แต่เข้าไปถึงแล้วจะมีกลุ่มผู้เห็นต่างที่สร้างปัญหาอยู่ในปัจจุบันสอดแทรกอยู่โดยการบิดเบือนศาสนา เราต้องพยายามเสริมสร้างความเข้าใจ ทั้งนี้การพูดคุยสันติสุขมีระดับการพูดคุย 3 ระดับในโครงสร้าง โดยระดับพื้นที่ตนถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องสร้างความเข้าใจและไว้เนื้อเชื่อใจ อีกทั้งสร้างทัศนคติที่ถูกต้องให้กับประชาชนให้ได้ ซึ่งขณะนี้ได้เดินมาได้ด้วยดี ทหารที่ลงไปดูแลพื้นที่ไม่ได้ต้องการต่อสู้เพื่อเอาชนะ หรือรบต่อสู้กับใคร เพราะต้องการดูแลและป้องกันให้เกิดความสงบสุขกับประชาชนโดยใช้ความเข้าใจ อย่างไรก็ตามเป็นไปไม่ได้ที่ผู้เห็นต่างจะสร้างความรุนแรงและไปสู่ชัยชนะจนแบ่งแยกพื้นที่ไปได้ ตนขอยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ที่ประเทศไทยจะถูกแบ่งแยกดินแดน
ผบ.ทบ. เผยยังไม่ได้รับรายงานทหารอุ้มรีด 2 สามีภรรยายูเครน
พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมทหารสังกัดมณฑลทหารบกที่ 41 ที่อุ้มรีดเงิน2 สามีภรรยาชาวยูเครน ที่จ.ภูเก็ต พร้อมกับอาวุธปืน ว่า ตนยังไม่ได้รับรายงานที่ชัดเจนในเรื่องดังกล่าว ซึ่งต้องขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน
ทั้งนี้โดยพื้นฐานทางเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิดเป็นสิ่งที่กองทัพจะไม่ดูแล และต้องทำโทษอย่างเต็มที่ โดยได้คาดโทษไว้แล้วว่าการทำงานกับประชาชนเราจะต้องให้ความสุขกับประชาชน ใครทำไม่ดีต้องใช้กฎหมายและระเบียบวินัยทางทหารลงโทษอย่างเต็มที่ ทั้งนี้กระทรวงกลาโหม และกองทัพบกได้จัดทำหลายโครงการที่มอบความสุขให้กับประชาชนตลอดทั้งปี สิ่งหนึ่งที่ต้องมอบให้กับประชาชนคือการทำความดีให้ประเทศชาติและการดูแลประชาชน ตั้งใจทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ ต้องเป็นไปตามระเบียบอย่างถูกต้อง ซึ่งได้กำชับกับกำลังพลไปแล้ว ส่วนที่อาจจะมีกำลังพลไม่ดีอยู่บ้างนั้น ตนก็ยอมรับว่ากองทัพบกมีกำลังพลเป็นจำนวนมาก กว่า 230,000 นายที่มีทั้งดีและมีคนที่นอกลู่นอกทาง ดังนั้นใครที่ทำไม่ดีต้องลงโทษอย่างจริงจัง
‘ผบ.ทบ.’ กำชับทุกหน่วยเดินหน้าช่วยปชช.น้ำท่วมใต้
พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้ว่า ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้มีการติดตามข่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ทางกองทัพภาคที่ 4 ได้ช่วยเหลือประชาชนไม่ใช่เฉพาะพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่ได้ช่วยเหลือทั้งพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เช่น จ.พัทลุงด้วย โดยหน่วยทหารในพื้นที่ได้เข้าไปดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ทั้งนี้ทราบว่ามีกำลังพลของกองทัพบกประสบอุบัติเหตุเรือพลิกคว่ำระหว่างปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน ดังนั้นทางกองทัพบกจะดูแลและช่วยเหลือกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ ส่วนสิ่งของที่จะช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนนั้นมีทั้งในส่วนของกองทัพบกและในส่วนที่ได้รับบริจาคจากประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ทางกองทัพก็จะทยอยนำลงพื้นที่ต่อไป
ผบ.ทบ. ระบุนโยบายทบ. สอดคล้อง ‘ป๋าเปรม’ เน้นย้ำกำลังพลตั้งใจทำงาน-ยึดถือความถูกต้อง
พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษกล่าวในงานพิธีปิดและมอบประกาศนียบัตรหลักสูตร “นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง” (นยปส.) รุ่นที่ 5 ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยแสดงความเป็นห่วงเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นว่า สิ่งที่กองทัพบกจะมอบให้กับประชาชนคือความตั้งใจทำงานอย่างเต็มความสามารถ และดูแลประชาชนให้เกิดความสุข สงบและเรียบร้อย ส่วนเรื่องภายในของกองทัพบกตนให้ยึดถือว่าทุกอย่างต้องตรงไปตรงมา ถูกต้อง และซื่อสัตย์สุจริต
อย่างไรก็ตาม ตนได้เน้นย้ำกับกำลังพลทุกครั้งในเรื่องเหล่านี้ที่ตรงกับพล.อ.เปรมได้ให้ข้อคิดฝากไว้ อีกทั้งตรงตามนโยบายของรัฐบาลที่ตนจะต้องไปดำเนินการให้เข้มงวดต่อไป



