ข่าว

บู๊สี(จิ้นผิง) พิชิตยอดพยัคฆ์ด้วยมือเปล่า

บู๊สี(จิ้นผิง) พิชิตยอดพยัคฆ์ด้วยมือเปล่า

21 ธ.ค. 2557

เปิดโลกวันอาทิตย์ : บู๊สี(จิ้นผิง) พิชิตยอดพยัคฆ์ด้วยมือเปล่า : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 
                          ใครที่ชอบศึกษาประวัติศาสตร์ของแดนมังกร คงไม่มีใครไม่รู้จัก บู๊สง ผู้เยี่ยมยุทธ์และมีขวัญกล้าสะกดคำว่าหวาดกลัวไม่เป็น กระทั่งสามารถฆ่าเสือด้วยมือเปล่า จนกลายเป็นหนึ่งในตำนานวีรบุรุษผู้กล้าแห่งเขาเหลียงซาน แต่ในยุคนี้ บู๊สงหรือจะสู้ "บู๊สี" (จิ้นผิง) เจ้าตำหนักจงหนานไห่ ผู้พิชิตเสือร้ายตัวเป้งได้ด้วยมือเปล่า หลังจากประกาศลั่นเมื่อ 2 ปีที่แล้วว่าจะปราบ "เสือและแมลงหวี่แมลงวัน" หรืออีกนัยหนึ่งข้าราชการที่ทุจริตคอร์รัปชั่นทุกระดับ
 
                          มาตรการเชือดไก่ให้ลิงดู เริ่มจากทยอยไล่จับกังฉินใหญ่น้อยกว่าหมื่นคนอย่างไม่เห็นแก่หน้าค่าตาว่าเป็นใครหรือเป็นเด็กเส้นของใคร สะท้อนถึงความฟอนเฟะของระบบราชการที่เปิดช่องให้ร่วมกันโกงกินชาติอย่างกว้างขวางและยาวนาน จนบ่อนเซาะประเทศให้อ่อนแอลง โชคดีที่ยังไม่ถึงขั้นเสียกรุงหรือตกเป็นทาสตะวันตกเหมือนในอดีต ในที่สุด "บู๊สี" แห่งจงหนานไห่ก็รุกฆาตลงมือไล่ต้อนจับยอดพยัคฆราชตัวใหญ่ที่สุดในรอบร้อยปีหรือในรอบกว่า 60 ปีนับตั้งแต่พรรคคอมมิวนิสต์ขึ้นมาปกครองแดนมังกรได้ด้วยมือเปล่า โดยเสือยักษ์ที่ถูกจับเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมนี้ก็คือ โจว หย่งคัง อดีตบุรุษหมายเลข 3 ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งจงหนานไห่ ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงสันติบาลหรือกระทรวงความมั่นคงภายใน ที่รับผิดชอบงานด้านการดูแลความสงบสุข รวมไปถึงการป้องกันและตอบโต้การก่อวินาศกรรมด้วยกำลังอาวุธทั้งจากในและนอกประเทศ ตลอดจนเป็นคนสั่งปราบปรามชนกลุ่มน้อยในซินเกียงและทิเบตที่ก่อวินาศกรรมหมายแยกตัวเป็นอิสระ รวมทั้งกวาดล้างผู้มีความเห็นไม่ลงรอยกับรัฐบาล ช่วงที่ปักกิ่งเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิก "ซาร์ความมั่นคง" ผู้นี้ก็ต้องดูแลเรื่องการรักษาความปลอดภัยเช่นเดียวกับการป้องกันไม่ให้กระแสเรียกร้องประชาธิปไตย "อาหรับสปริง" ลามมาที่แดนมังกร ไม่นับรวมไปถึงการยื่นมือไม้ครอบคลุมไปถึงงานของขบวนการยุติธรรมต่างๆ
 
                          จากรายงานลับของวิกิลีกส์ที่เผยแพร่โทรเลขลับทางการทูตของสหรัฐเมื่อปี 2554 ระบุว่า โจว หย่งคัง ซึ่งไม่ได้เป็นญาติโกโหติกากับโจว เอินไหล อดีตนายกรัฐมนตรีขวัญใจลูกหลานมังกร และหลี่ จางชุน หัวหน้ากรมโฆษณาชวนเชื่อจีน ได้ร่วมกันรับผิดชอบการสั่งสอนกูเกิลด้วยการโจมตีทางไซเบอร์ ป่วนระบบออนไลน์จนใช้การไม่ได้  
 
                          ความที่มีอำนาจล้นฟ้าประกอบกับไต่เต้าจากนักสำรวจจนกลายเป็นผู้บริหารระดับสูงสุดผู้เก่งกาจและมีวิสัยทัศน์ยาวไกลในการปิโตรเลียมจีนมานานกว่า 30 ปี โจว หย่งคัง วัย 72 ปี ซึ่งคัดค้านหัวชนฝานโยบายปราบเสือและแมลงหวี่แมลงวันของสีจิ้นผิงมาตั้งแต่ต้น ได้สร้างขุมข่ายอำนาจทั้งการเมืองและเศรษฐกิจขึ้นในมหาอาณาจักรการปิโตรเลียมทั้งระดับท้องถิ่น มณฑลจนถึงระดับชาติ ไฟเขียวให้ลูกเมีย ญาติสนิทมิตรสหายอย่างน้อย 300 คนแสวงหาประโยชน์อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ราวกับเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนไม่มีผิด แต่ขุมข่ายนี้เริ่มถูกทลายลงเมื่อ 2 ปีที่แล้ว นับตั้งแต่คนสนิทหลายคนทยอยถูกปลดและถูกสอบสวนในข้อหาต่างๆ ตั้งแต่ละเมิดวินัยพรรคไปจนถึงรับสินบน ในจำนวนนี้รวมไปถึงป๋อ ซีไหล อดีตเลขาธิการพรรคแห่งฉงชิ่ง ซึ่งก่อนหน้าจะตกจากสวรรค์ไม่นาน โจว หย่งคัง ที่ยังทะนงตนว่าฐานอำนาจยังแข็งแกร่ง ได้ปรากฏตัวพร้อมป๋อ ระหว่างการประชุมสมัชชาประชาชนแห่งชาติจีน พร้อมกับกล่าวชมเชยเศรษฐกิจของฉงชิ่งว่าสดใสเหนือกว่าเมืองอื่นๆในประเทศ ป๋อถูกอัปเปหิออกจากตำแหน่งในคณะโปลิตบูโรเมื่อเดือนมีนาคม 2555 และถูกจับในความผิดร้ายแรงหลายกระทง โดยเฉพาะข้อหาทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงซึ่งหมายถึงการทุจริตคอร์รัปชั่น และศาลได้ตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต
 
                          ด้วยความดาลเดือดที่ถูกลูบคม ช่วงนั้นมีข่าวลือหนาหูว่า โจว หย่งคัง วางแผนจะปฏิวัติหมายยึดอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในจงหนานไห่ หนังสือพิมพ์ซันเดย์ไทม์สของอังกฤษอ้างรายงานจากนิตยสารฟรอนท์ไลน์ในฮ่องกงที่อ้างแหล่งข่าวที่ไม่ยืนยันว่าทหารพลเรือนอาสาใต้การดูแลของโจว หวุดหวิดจะเกิดปะทะกับกองทัพที่ 38 ที่ประจำใจกลางกรุงปักกิ่ง นอกจากนี้โจวยังเรียกประชุมนายตำรวจทั่วประเทศพลางประกาศว่าตำรวจต้องเข้าใจในจุดยืนทางการเมือง เพื่อรักษาไว้ซึ่งแนวทางการเมืองที่ถูกต้องและจะต้องปฏิบัติตามแนวทางของหู จิ่นเทา เลขาธิการพรรค
 
                          อย่างไรก็ดี ผู้คุมกฎของพรรคยังคงเดินหน้าตรวจค้นสถานที่ต่างๆ ใน 5 มณฑลรวมไปถึงปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ รวมทั้งจับกุมสมาชิกในครอบครัวโจวกว่า 10 คนและเครือข่ายไปสอบปากคำราว 300 คน รวมไปถึงเจี่ย เสี่ยวเย่ ภรรยารุ่นลูกของโจว หย่งคัง ที่อ่อนกว่าถึง 28 ปี และเป็นเจ้าแม่เครือข่ายโทรทัศน์ซีซีทีวี โจว ปิน ลูกชายคนโตและภรรยาชาวอเมริกันเชื้อสายจีนและพ่อตาแม่ยาย ตามด้วยการอายัดทรัพย์สินของครอบครัวและคนสนิทรวมแล้วกว่า 9 หมื่นล้านหยวน หรือกว่า 4.5 แสนล้านบาท เมื่อเดือนมีนาคม 2557  
 
                          จากรายงานของนิตยสารเศรษฐกิจฉบับหนึ่งในสหรัฐระบุว่า โจว ปิน ผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานบริษัทด้านพลังงานหลายบริษัทรวมไปถึงบริษัทปักกิ่งซ่งซู่หยางกว่าง เอ็นเนอร์จี เทคโนโลยี โฮลดิ้งส์ จำกัด ได้ใช้อิทธิพลของพ่อสร้างอาณาจักรธุรกิจใต้ดินที่เมืองอู๋ซี และแผ่ขยายอาณาจักรไปที่ต่างประเทศ ครอบคลุมไปถึงธุรกิจด้านสาธารณูปโภค น้ำมัน ท่องเที่ยวและการลงทุน โดยได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายจงซู่ ของอู๋ ปิง นักธุรกิจแห่งเสฉวนและบริษัทพลังงานอื่นๆ อาณาจักรนี้สามารถทำเงินได้หลายพันล้านดอลลาร์ สื่อตะวันตกรายงานเพิ่มเติมว่าบริษัทของโจว ปินสามารถทำกำไรจากการมีสายสัมพันธ์กับป๋อ ซีไหล มากถึง 3,200 ล้านดอลลาร์จากโครงการก่อสร้างมูลค่า 6,500 ล้านดอลลาร์ในฉงชิ่ง เฉพาะโจว ปินเพียงคนเดียวมีกำไรเข้ากระเป๋าเหนาะๆ ถึง 1,600 ล้านดอลลาร์
 
                          สื่อหลายสื่อระบุว่า โจว ปิน เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ถึง 18 แห่งเฉพาะในกรุงปักกิ่งเพียงแห่งเดียว รวมไปถึงคฤหาสน์หรูหลังหนึ่งที่มีมูลค่าก่อนตกแต่งใหม่ถึง 32.4 ล้านดอลลาร์ หนังสือพิมพ์แอปเปิลเดลีในฮ่องกงรายงานว่า โจว ปิน ยังได้ใช้อิทธิพลของพ่อรีดไถเงินหลายล้านดอลลาร์จากกลุ่มธุรกิจและกลุ่มอาชญากรรมใหญ่น้อย และยังเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมให้ตัดสินตามที่ตัวเองได้รับสินบน จากเอกสารของศาลสูงสุดจีนระบุว่าตำรวจคนหนึ่งได้ใช้น้ำร้อนลวกผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งจนตาย แต่โจว ปินได้สั่งให้ยุติคดีนี้หลังจากได้รับสินบน 16.2 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังรับสินบน 3.2 ล้านดอลลาร์ให้ปล่อยตัวหัวหน้าแก๊งคนหนึ่งในกานซู่ที่ต้องสงสัยฆาตกรรม สื่อยังเปิดโปงเพิ่มเติมว่าโจว ปิน ยังอาศัยบารมีพ่อสั่งย้ายหรือเลื่อนขั้นเจ้าหน้าที่ในการปิโตรเลียมแห่งชาติ รวมถึงฉงชิ่งและเสฉวน 
 
                          สื่อฮ่องกงยังรายงานด้วยว่า ตอนที่ เจี่ย เสี่ยวเย่ ภรรยาของโจว หย่งคัง เป็นบรรณาธิการของสถานีโทรทัศน์เซ็นทรัล ทีวี เธอเคยรับสินบนก้อนใหญ่จากพนักงานที่ต้องการจะขอเลื่อนขั้น ป๋อ ซีไหลก็เคยติดสินบนเธอด้วยชุดเครื่องเพชรราคาแพง ขณะที่เจิ้ง เส้าตง คนสนิทที่สุดของโจว หย่งคัง ได้ติดสินบนเธอด้วยเงินหลายล้านดอลลาร์เพื่อขอเลื่อนตำแหน่งในกวางตุ้ง ขณะที่เว็บไซต์ไคซินของจีนโพ้นทะเลรายงานว่าเจี่ย เสี่ยวเซี่ย พี่สาวของเจี่ย เสี่ยวเย่ ได้ใช้บารมีของน้องเขยจนได้เป็นหัวหน้าผู้จัดการของปิโตรไชนา สาขาแคนาดาและสร้างความร่ำรวยมหาศาลให้แก่ตัวเอง 
 
                          สื่อในสหรัฐรายงานเพิ่มเติมเมื่อกลางปีนี้ว่าลูกชายคนโตผู้นี้เองที่เป็นคนมอบหลักฐานต่างๆ ที่ใช้เล่นงานพ่อตัวเอง นำไปสู่การสอบสวนและลงโทษโจว หย่งคัง สมกับเป็นลูกทรพีแท้ๆ
 
 
 
 
 
 
------------------------
 
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : บู๊สี(จิ้นผิง) พิชิตยอดพยัคฆ์ด้วยมือเปล่า : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)