
ถอดบทเรียนเกาะเต่าถกทางยุติข่มขืนเหยื่อซ้ำ
ถอดบทเรียนเกาะเต่า ถกทางยุติข่มขืนเหยื่อซ้ำ : กมลชนก ทีฆะกุลรายงาน
เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคารสมาคมนักข่าวฯ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการเสวนาถอดบทเรียน “เสนอข่าวอย่างไร ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน"
การเสวนาครั้งนี้เป็นผลมาจากเมื่อเดือนตุลาคม คณะทูตสหภาพยุโรป 8 ประเทศ เข้าพบ 4 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนของประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือและหารือถึงความรับผิดชอบของสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย หลังจากมีการนำเสนอข่าวคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ เหตุเกิดบนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี
ที่ผ่านมา สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความกังวลอย่างมากต่อวิธีการรายงานข่าวของสื่อในคดีอาชญากรรม ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานหลักจริยธรรมที่ให้ความเคารพในสิทธิส่วนบุคคลและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตลอดจนผลกระทบที่มีต่อเหยื่อและครอบครัว
เวทีเสวนาครั้งนี้ เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในวงการสื่อสารมวลชน นักวิชาการ นักกฎหมาย นักสิทธิมนุษยชน ผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัย เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันในการกำหนดมาตรฐานการทำงานข่าวเชิงวิชาชีพในระดับสากล เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางในการยกระดับการทำหน้าที่ของสื่อให้มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้นเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากสังคมมากขึ้น
อารีวรรณ จตุทอง นักกฎหมายด้านสิทธิเด็กสตรีและผู้ตกเป็นเหยื่อ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการพูดถึงเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด เเต่ปัจจุบันก็ยังพบว่าสื่อยังมีการนำเสนอข่าวซ้ำๆ อย่างเช่น ข่าวความรุนแรงทางเพศต่อเด็กและสตรี ซึ่งส่งผลต่อตัวผู้ถูกกระทำ รวมทั้งยังเป็นผลให้เกิดความไม่เสมอภาคทางเพศได้ แม้จะมีข้อกำหนดอย่างชัดเจนในการห้ามละเมิดสิทธิมนุษยธรรม หลายฉบับ และมีการกำหนดโทษทางอาญาเอาไว้ แต่ยังไม่ตระหนักมากพอ โดยเฉพาะเด็กและสตรี การเสนอภาพข่าวซ้ำๆ จึงทำให้เกิดการฝังลึกในจิตใจต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้น อาจนำไปสู่ความรุนแรงที่เป็นอันตรายต่อสังคมได้ในที่สุด
สำหรับมุมมองของนายตำรวจผู้คร่ำหวอดอยู่กับ "นิติวิทยาศาสตร์" ซึ่งถือเป็นอาวุธสำคัญสำหรับการพิชิตอาชญากรในยุคใหม่เช่นทุกวันนี้ อย่าง พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เห็นว่ากรณีคดีเกาะเต่ามีการเรียกร้องไม่ให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนตั้งแต่เริ่มเกิดคดีในช่วงแรกๆ แล้ว แต่สื่อไทยยังนำเสนออยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งโซเชียลมีเดีย ก็ยังนำเสนออย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการเสนอข่าวที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นมาโดยตลอด จนกลายเป็นเรื่องธรรมดาในสังคม
ส่วนการนำผู้ต้องหามาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนนั้น นายตำรวจผู้นี้บอกว่า มีกฎระเบียบข้อบังคับในเรื่องนี้อย่างชัดเจน เช่น ห้ามนำผู้ต้องหาที่เป็นเด็กออกมาแถลงข่าวหรือให้สัมภาษณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเป็นเหมือนการข่มขืนเหยื่อซ้ำต่อหน้าประชาชน แต่ก็ยอมรับว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนส่วนหนึ่งอาจมาจากความต้องการแสดงอำนาจของตำรวจ มีบางหน่วยละเลย ขณะเดียวกันการนำผู้ต้องหาออกมาแถลงต่อสื่อซ้ำๆ ถือว่าเป็นการกระทำต่อตัวเหยื่อซ้ำ
ขณะที่ เทพชัย หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวว่า การจัดเสวนาครั้งนี้ถือเป็นในยุคที่สื่อมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เป็นเรื่องที่ดีและไม่ใช่เพียงแค่การแสดงความคิดเห็น แต่จะนำไปสู่การพยายามร่วมกันสร้างกฎกติกา ข้อบังคับให้แก่องค์กรสื่อต่างๆ ได้ และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะขณะนี้เกิดความพยายามในการปฏิรูปสื่อ ถ้าสามารถนำเรื่องนี้เข้าไปอยู่ในภาพรวมของการปฏิรูปสื่อได้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น โดยหลังจากนี้จะมีการจัดเวทีเสวนาในลักษณะนี้ขึ้นอีก รวมทั้งดึงคนจากองค์กรสื่อเข้ามาร่วมวงเสวนาด้วย และอาจสร้างกลไกบางอย่างร่วมกัน



