บิ๊กตู่-หลี่ เค่อเฉียงสักขีพยาฯเอ็มโอยูไทย-จีน
บิ๊กตู่-หลี่ เค่อเฉียงสักขีพยาฯเอ็มโอยูไทย-จีน รถไฟ-ข้าวเบื้องต้นที่2ล้านตัน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ธ.ค.2557 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) รับการเข้าเยี่ยมคารวะจากนายทาเกฮิโกะ นากาโอะ ประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า
ต่อมาเวลา 16.00 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับนาย หลี่ เค่อเฉียง(Mr. Li Keqiang) นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสหารือทวิภาคีและร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลง 2 ฉบับ ระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมหารือ
นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีต้อนรับนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งเป็นการพบปะกันครั้งแรกในประเทศไทย และยินดีที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอด (GMS Summit) ครั้งที่ 5 ซึ่งจีนมีบทบาทสำคัญในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ไทยและจีนบรรลุการลงนามความตกลงที่สำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ (1) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของประเทศไทยในกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558 - 2565 และ (2) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศและเศรษฐกิจของภูมิภาคในระยะยาวนายกรัฐมนตรียังเห็นควรให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมไทย - จีน ทั้งในส่วนของการพัฒนาเส้นทางรถไฟและความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตร และขอให้คณะกรรมการร่วมฯ เริ่มการประชุมครั้งแรกภายในในต้นปี 2558
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรอบความร่วมมือ GMS เป็นอนุภูมิภาคที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดแห่งหนึ่ง ไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับจีนในการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งในอนุภูมิภาค GMS ทั้งทางถนน ราง และน้ำ ขณะนี้ได้มีการพัฒนาโครงข่ายถนนเชื่อมโยงในเส้นทาง R3A (กรุงเทพฯ - คุนหมิง) เพื่อให้การขนส่งคนและสินค้าเป็นไปโดยสะดวกและรวดเร็วขึ้นไทย สปป. ลาว และเวียดนาม ยังได้เห็นชอบในหลักการในการพัฒนาเส้นทางหมายเลข R8 และR12 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเชื่อมโยงไปยังกว่างซีในอนาคต
นอกจากนี้ ไทยยังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแนวเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศให้เป็นระเบียงเศรษฐกิจ ไทยอยู่ระหว่างการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษตามระเบียงเศรษฐกิจ ในบริเวณชายแดน ซึ่งในอนาคตสามารถเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีนที่อยู่ตามระเบียงเศรษฐกิจเดียวกัน เพื่อพัฒนาให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษข้ามพรมแดนต่อไป
ความร่วมมือด้านการจัดการภัยพิบัติ จีนมีบทบาทสำคัญในการจะช่วยสนับสนุนการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการจัดการภัยพิบัติภายใต้กรอบ GMS โดยเฉพาะการจัดการภัยพิบัติเพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ การส่งเสริม Credit Guarantee สำหรับ SMEs ซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมทั้งสนับสนุนให้ภาคเอกชนจีนเข้ามาลงทุนในโครงการต่าง ๆ ในไทยและอนุภูมิภาค
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวขอบคุณในการต้อนรับอย่างอบอุ่นการลงนามความตกลงทั้ง2 ฉบับ เป็นการยืนยันถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ การพัฒนาเส้นทางรถไฟจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมจีน ลาว ไทย จะทำให้มีการเพิ่มพูนปริมาณสินค้าและจำนวนนักท่องเที่ยวระว่างประเทศในภูมิภาคต่อไปในอนาคตสำหรับความร่วมมือด้านการซื้อสินค้าเกษตร จีนจะพิจารณาเพิ่มปริมาณการซื้อสินค้าเกษตรจากไทยให้มากยิ่งขึ้น เช่น ข้าว และยางพารา
ความร่วมมือในภูมิภาค GMS นั้น จีนพร้อมที่จะร่วมมือกับไทยในการส่งเสริมการพัฒนาในอนุภูมิภาคในทุกมิติ พร้อมที่จะได้มีการร่วมมือกับประเทศสมาชิกในการเชื่อมโยงเส้นทางถนน เพื่อประโยชน์ในการขนส่งคนและสินค้าในอนาคต นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สถานการณ์ภายในประเทศไทยมีเสถียรภาพและความมั่นคง เป็นผลให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก
หลังเสร็จสิ้นการหารือ นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีจีน ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน 2 ฉบับ ดังนี้
-บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วยความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟในกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558 - 2565 (Memorandum of Understanding between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the People’s Republic of China (PRC) on Cooperation on the Thailand’s Railways Infrastructure Development on The Strategic Framework for Development of Thailand’s Transportation Infrastructure 2015-2022(B.E.2558-2565)泰王国政府和中华人民共和国政府关于在泰国2015 至2022 年交通运输基础设施发展战略框架下开展铁路基础设施发展合作的谅解备忘录 ระหว่าง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายฉี เจ้าฉื่อ(XU SHAOSHI) ผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ
-บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตร Memorandum of Understanding between the Government of the People’s Republic of China (PRC) and the Government of the Kingdom of Thailand for Cooperation on Agricultural Products Trade 泰王国政府和中华人民共和国政府关于农产品贸易合作的谅解备忘录
โดยพลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ลงนามฝ่ายไทยและนายฉี เจ้าฉื่อ(XU SHAOSHI) ผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ
สาระสำคัญของร่าง MOU ดังกล่าวมีดังนี้ รัฐบาลไทยตกลงให้รัฐบาลจีนเข้ามีส่วนร่วมดำเนินการตามกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐาน (Standard Gauge) เส้นทางหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-ท่าเรือมาบตาพุด ระยะทางประมาณ 734 กิโลเมตร และช่วงแก่งคอย-กรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 133 กิโลเมตร ซึ่งเป็นโครงการทางคู่ขนาดมาตรฐานโครงการแรกของไทย โดยทั้ง 2 ฝ่ายจะใช้ความร่วมมือในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล สำหรับบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตรนั้น จะเป็นการแสดงเจตจำนงของจีนในการซื้อสินค้าเกษตรของไทย โดยเฉพาะ ข้าวและยางพารา รวมทั้งจะเพิ่มปริมาณการสินค้าเกษตรอื่นจากไทยอย่างต่อเนื่อง
หลังจากนี้นาย หลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเข้าร่วมงานอาหารค่ำ (Gala Dinner) ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำที่เข้าร่วมการการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศ ครั้งที่ 5 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพมหานคร
ถก"ฮุนเซน"พร้อมเดินหน้าพัฒนาศก.ชายแดน
ต่อมาเวลา 17.30 น. พลเอกประยุทธ์หารือทวิภาคีกับ สมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในโอกาสเดินทางมาเยือนไทย เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ ครั้งที่ 5 ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล หลังเสร็จสิ้นการหารือ ร้อยเอก ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลการหารือ สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในการประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 19-20 ธันวาคม 2557 นี้ ซึ่งจะได้มีการขับเคลื่อนความร่วมมือในด้านต่างๆ ภายในอนุภูมิภาค สำหรับความร่วมมือไทย-กัมพูชานั้น จะพิจารณาจุดผ่านแดนถาวรบ้านหนองเอี่ยน - สตึงบท มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาต่อไปเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาชายแดนระหว่างกัน
นอกจากนี้ การจัดตั้งคณะทำงานร่วมพิจารณาจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษไทย - กัมพูชานั้น จะเร่งจัดตั้งคณะทำงานร่วม (Joint Working Group) โดยมอบหมายให้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ เป็นหัวหน้าคณะ ให้การขับเคลื่อนเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อจะช่วยกระตุ้นให้การค้าการลงทุน และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศทั้งสองอย่างมาก ความร่วมมือด้านแรงงานนั้น ต้องขอบคุณที่ทางการกัมพูชาได้ส่งทีมเคลื่อนที่พิสูจน์สัญชาติเพิ่มเติมจาก 5 ชุด เป็น 10 ชุด ทำให้การพิสูจน์สัญชาติแรงงานของฝ่ายกัมพูชามีความคืบหน้า
นายกรัฐมนตรียังแจ้งให้ทราบว่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทรงคำนึงถึงความสัมพันธ์และผลประโยชน์ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของทั้งสองประเทศ ได้มีโครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชา โดยจะได้พระราชทานโรงเรียนแห่งที่ 2 จ. กำปงสปือ แก่กัมพูชา โดยไทยจะจัดตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาการจัดตั้งโรงเรียนพระราชทานต่อไป
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้กล่าวชื่นชมความสำเร็จของไทย ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ ครั้งที่ 5 ได้รับความสนใจและมีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนมาก และไทยยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือในอนุภูมิภาค สำหรับความการพัฒนาความร่วมมือไทย-กัมพูชานั้น มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทั้ง เกาะกง ปอยเปต และพื้นที่ตามแนวบริเวณชายแดนระหว่างกัน นอกจากนี้ ยังขอบคุณรัฐบาลไทยที่อำนวยความสะดวกแก่แรงงานชาวกัมพูชาที่เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย และขอให้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านนายจ้างชาวไทยในการให้สนับสนุนการขึ้นทะเบียนแรงงานชาวกัมพูชาต่อไปด้วย
นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยังได้กล่าวถึงการพระราชทานโรงเรียนแห่งที่ 2 แก่กัมพูชานั้น โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างที่สุด ทั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่นักเรียนนักศึกษากัมพูชาภายในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงด้วย



