
ฟันธง!สื่อไทยละเมิดสิทธิชำเราเหยื่อซ้ำ
วงเสวนา เสนอข่าวอย่างไร ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีเกาะเต่า ฟันธง!สื่อไทยละเมิดสิทธิชำเราเหยื่อซ้ำ เทพชัยปลุกกระแสเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ยุคปฏิรูป
19ธ.ค.2557 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคารสมาคมนักข่าว สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยและ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ร่วมกับคณะนิเทศศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กำหนดจัดการเสวนาถอดบทเรียน "เสนอข่าวอย่างไร ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน" เนื่องจากเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา คณะทูตสหภาพยุโรป 8 ประเทศ เข้าพบ 4 องค์กรวิชาชีพสื่อเพื่อยื่นหนังสือและหารือถึงความรับผิดชอบของสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย หลังจากมีการนำเสนอข่าวคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ เหตุเกิดบนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งที่ผ่านมาสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความกังวลอย่างมากต่อการวิธีการรายงานข่าวในคดีอาชญากรรมของสื่อที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานหลักจริยธรรมที่ให้ความเคารพในสิทธิส่วนบุคคลและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตลอดจนผลกระทบที่มีต่อเหยื่อและครอบครัว
เวทีเสวนาฯครั้งนี้ เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในวงการสื่อสารมวลชน นักวิชาการ นักกฎหมาย นักสิทธิมนุษยชน ผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัย เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันในการกำหนดมาตรฐานการทำงานข่าวเชิงวิชาชีพในระดับสากล เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางในการยกระดับการทำหน้าที่ของสื่อให้มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้นเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากสังคมมากขึ้น
นางอารีวรรณ จตุทอง นักกฎหมายด้านสิทธิเด็กสตรีและผู้ตกเป็นเหยื่อ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการพูดถึงเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด เเต่ปัจจุบันก็ยังพบว่าสื่อยังมีการนำเสนอข่าวซ้ำๆ อย่างเช่น ข่าวความรุนเเรงทางเพศต่อเด็กเเละสตรี ซึ่งส่งผลต่อตัวผู้ถูกกระทำรวมทั้งยังเป็นผลให้เกิดความไม่สมอภาคทางเพศได้ เเม้จะมีข้อกำหนดอย่างชัดเจนในการห้ามละเมิดสิทธิมนุษยธรรม หลายฉบับ เเละมีการกำหนดโทษทางอาญาเอาไว้ เเต่ยังไม่ตระหนักมากพอ โดยเฉพาะเด็กเเละสตรี การเสนอภาพข่าวซ้ำๆ จึงทำให้เกิดการฝังลึกในจิตใจต่อความรุนเเรงที่เกิดขึ้น อาจนำไปสู่ความรุนเเรงที่เป็นอันตรายต่อสังคมได้ในที่สุด
ด้าน พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในกรณีคดีเกาะเต่ามีการเรียกร้องไม่ให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนตั้งเเต่เริ่มเกิดคดีในช่วงเเรกๆเเล้ว เเต่สื่อไทยยังมีการนำเสนออยู่ตลอดเวลา เเม้กระทั่งโซเชี่ยลมีเดียก็ยังมีการนำเสนออย่างต่อเนื่องปัจจุบันการเสนอข่าวที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นมาโดยตลอด จนกลายเป็นเรื่องธรรมดาในสังคม ส่วนการนำผู้ต้องหามาเเถลงข่าวต่อสื่อมวลชนนั้น มีกฎระเบียบข้อบังคับในเรื่องนี้อย่าง ชัดเจน เช่น ห้ามนำผู้ต้องหาที่เป็นเด็ก ออกมาเเถลงข่าว ให้สัมภาษณเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเป็นเหมือนการข่มขืนเหยื่อซ้ำต่อหน้าประชาชน เเต่ก็ยอมรับว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนส่วนหนึ่งอาจมาจากความต้องการเเสดงอำนาจของตำรวจ มีบางหน่วยละเลย ขณะเดียวกันการนำผู้ต้องหาออกมาแถลงต่อสื่อซ้ำๆถือว่าเป็นการกระทำต่อตัวเหยื่อซ้ำ
ขณะที่นายเทพชัย หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวว่า การจัดเสวนาในครั้งนี้ถือเป็นในยุคที่สื่อมีการเปลี่ยนเเปลงครั้งใหญ่เรื่องที่ดีเเละไม่ใช่เพียงแค่การแสดงความคิดเห็นแต่จะนำไปสู่การพยายามร่วมกันสร้างกฎกติกา ข้อบังคับให้กับองค์กรสื่อต่างได้ และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะขณะนี้เกิดความพยายามในการปฎิรูปสื่อ ถ้าสามารถนำเรื่องนี้เข้าไปอยู่ในภาพรวมของการปฎิรูปสื่อได้จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น โดยหลังจากนี้จะมีการจัดเวทีเสวนาในลักษณะนี้ขึ้นอีก รวมทั้งดึงคนจากองค์สื่อเข้ามาร่วมวงเสวนาด้วย และอาจสร้างกลไกบางอย่างร่วมกัน



