ข่าว

‘บวรศักดิ์’ยันรธน.ใหม่มีแต่พิมพ์สีชมพู

‘บวรศักดิ์’ยันรธน.ใหม่มีแต่พิมพ์สีชมพู

19 ธ.ค. 2557

‘บวรศักดิ์’ยันรธน.ใหม่มีแต่พิมพ์สีชมพู วางปฏิทินยกร่างรายมาตรา ให้เวลาส่วน รัฐสภา -ครม. พิจารณานานสุด ตรงเล็งตัดสินปมเลือกนายกฯสัปดาห์หน้า

               เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 19 ธ.ค.2557 นายเทียนฉาย กีระนันท์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) , นายพรเพรช วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช. )พร้อมด้วยสมาชิกของสนช. และสปช. ร่วมส่งมอบรายงานความคิดเห็น และข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญต่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อประกอบการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามกรอบที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 31 วรรคสอง และมาตรา 34 วรรคสองกำหนด

               หลังรับมอบ นายบวรศักดิ์ กล่าวขอบคุณ พร้อมย้ำว่า กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ถือเป็นคณะกรรมการอิสระไม่ใช่กมธ.ของสปช. หรือสนช. แต่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญถือมีความเกี่ยวดองกับทั้ง 2 สภา เนื่องจากมีสมาชิกของสปช. และสนช. เข้าร่วมเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญด้วย และระหว่างการยกร่างรัฐธรรมนูญต้องรับฟังความเห็นของสนช. และสปช. รวมถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประชาชน และท้ายสุดต้องนำร่างรัฐธรมนูญมาให้สปช.ลงมติเห็นชอบหรือไม่ ดังนั้นในความเป็นกรรมการอิสระของกมธ. ต้องไม่ทำตามอำเภอใจ ทั้งนี้ยืนยันว่าการยกร่างรัฐธรมนูญฉบับใหม่ไม่มีพิมพ์เขียว แต่มีพิมพ์ชมพู คือ การจัดหมวดหมู่ความคิดเห็นของ สนช. สปช. พรรคการเมือง และประชาชนที่เสนอมาในกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่คณะอนุ กมธ.ยกร่างบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีนางกาญจนรัตน์ ลีวิโรจน์ เลขานุการ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประธานคณะอนุฯ วิเคราะห์และลำดับประเด็นต่างๆ ดังนั้นยืนยันว่าความเห็นที่นำเสนอมาสู่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นนำไปปฏิบัติใช้จริงๆ ไม่ใช่เป็นการรับฟังแค่พิธีกรรมเท่านั้น

               “ผมยอมรับว่าในบางประเด็น เช่น ภาคที่2 ว่าด้วยผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง ที่ยังมีข้อถกเถียง เช่น นายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้งนั้น กมธ.ยกร่างรัฐธรมนูญบางคนยังขอสงวนความเห็นไว้ และต้องถกเถียง ซึ่งสัปดาห์หน้าคาดว่าจะได้คำตัดสิน” นายบวรศักดิ์ กล่าว

               นายบวรศักดิ์ กล่าวด้วยถึงความคืบหน้าของการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่าหลังจากที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญรับฟังความเห็นสนช. สปช. ประชาชนและพรรคการเมืองแล้วได้นำมาพิจารณา ถกเถียง โดยล่าสุดนั้นในบททั่วไป, หมวดพระมหากษัตริย์และประชาชนได้ข้อสรุปแล้ว ดังนั้นในช่วงวันหยุดสุดราชการคณะอนุกมธ.ยกร่างบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจะไปดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา โดยนำรัฐธรรมนูญ ปี 2540 และ ปี 2550 พิจารณาประกอบกับหลักการที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเห็นชอบ รวมถึงในรายละเอียดประเด็นหมวดอื่นที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเสร็จ เบื้องต้นกำหนดให้ขั้นตอนดังกล่าวแล้วเสร็จภายในวันที่ 5 ม.ค. 58 นอกจากนั้นได้มีการกำหนดปฏิทิน คือ วันที่ 5- 11 ม.ค. 58 คณะอนุกมธ.จัดทำกรอบรัฐธรรมนูญ ทั้ง 11 คณะจะนำร่างรัฐธรรมนูญที่คณะอนุกมธ.ยกร่างบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาพิจารณาความครบถ้วน, วันที่ 12 - 16 ม.ค. 58 จะพิจารณารายละเอียดทั้งหมดในกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญชุดใหญ่ ในส่วนของบททั่วไป และภาค1 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์และประชาชน, วันที่ 19 -21 ม.ค. 58 จะพิจารณาหมวด 3 ว่าด้วยนิติธรรม และศาล, วันที่ 22 - 28 ม.ค.58 พิจารณาหมวด3 ในส่วนของการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ, วันที่ 29 ม.ค. -13 ก.พ. 58 หรือ 2 สัปดาห์พิจารณาภาค 2 ส่วนของรัฐสภา, วันที่ 16 - 27 ก.พ. 58 หรือ2สัปดาห์จะพิจารณาในส่วนของคณะรัฐมนตรี, วันที่ 2 - 4 มี.ค. 58 พิจารณาการคลังและงบประมาณ

               นายบวรศักดิ์ กล่าวด้วยว่าวันที่ 5 - 6 มี.ค. 58 พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการ นักการเมือง และประชาชน, วันที่ 9 - 13 มี.ค.58 พิจารณาการกระจายอำนาจ, วันที่ 16 มี.ค. 58 พิจารณาบทว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ, วันที่ 17 - 18 มี.ค. 58 พิจารณาการสร้างความปรองดอง, วันที่ 19 - 27 มี.ค. 58 พิจารณาการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และวันที่ 30 - 31 มี.ค. 58 พิจารณาบทเฉพาะกาล จากนั้นวันที่ 1 - 3 เม.ย. 58 จะตรวจทานร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอีกครั้ง, วันที่ 17 เม.ย. ส่งให้สปช. รับไปพิจารณาและเสนอคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ และส่งคืนมายังกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 25 พ.ค. 58 จากนั้นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะพิจารณาในคำขอแก้ไขเพิ่มเติมที่เสนอมาโดย สปช., ครม., คสช. ระหว่างปลายเดือน พ.ค. - 23 ก.ค. 58 ที่ต้องทำร่างรัฐธรรมนูญสุดท้ายต้องแล้วเสร็จและส่งกลับไปยังนายเทียนฉาย เพื่อเรียกประชุมสปช. พิจารณา และลงมติภายในวันที่ 6 สิงหาคม 58 และภายในวันที่ 4 ก.ย.58 ต้องนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทูลเกล้าฯ แต่หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อให้ทำประชามติ จะต้องนับจากวันที่ 6 สิงหาคม 58 ไปอีก 3 เดือนเพื่อทำประชามติ

               “ในประเด็นที่มีข้อถกเถียงระหว่างกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่าจะนำข้อเสนอใดเพื่อวางเป็นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญใหม่ จำเป็นต้องใช้หลักวิชาพิจารณามากกว่าสามัญสำนึก หรือหลักกู โดยสาระสำคัญต้องพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับสังคมไทย ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดไว้ด้วย อย่างไรก็ตามประเด็นที่ถกเถียงกันจริงๆ ผมพยายามจะไม่ใช้การลงมติเพื่อตัดสิน แต่หากประเด็นใดไม่สามารถพิจารณาโดยใช้ฉันทามติได้ก็จะใช้การลงคะแนนตัดสิน ทั้งนี้ประเด็นที่ต้องลงมติผมจะเอาไว้พิจารณาท้ายสุด” นายบวรศักดิ์ กล่าว

 

 “เทียนฉาย”ประเดิมให้2ของขวัญกับปชช.


               นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แถลงข่าวในหัวข้อก้าวแรก 60 วัน สู่ก้าวสำคัญปฏิรูปประเทศไทย ว่า ประเด็นที่สปช. จะให้เป็นของขวัญเนื่องในวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่กับประชาชน คือ 1.วางมาตรการที่เป็นหลักปฏิบัติให้กับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การออมแห่งชาติเพื่อเป็นการให้หลักประกันต่อการรับรองลูกจ้างที่ไม่มีนายจ้างหรือกลุ่มลูกจ้างอิสระ โดยเฉพาะภาคเกษตรกร และ 2.การออกกฎหมายเพื่อรองรับวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้ชุมชนรวมเป็นวิสาหกิจรูปแบบไม่แสวงหากำไร นอกจากนั้นช่วงหลังเทศกาลปีใหม่ ทางสปช. จะมีการประชุมเพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ประเทศไทยเพื่อวางทิศทางของการปฏิรูปประเทศไทยในอนาคตที่ชัดเจน

               ด้านนายบวรศักดิ์ แถลงด้วยว่าสำหรับมาตรการออกกฎหมาย หรือแก้ไขกฎหมายของสปช. ที่ต้องนำเสนอให้สภานิติบัญญัติ (สนช.) พิจารณานั้นมีประเด็นที่ต้องทบทวน คือ รูปแบบของการออกกฎหมายทั่วไปซึ่งเดิมมีหลักเกณฑ์คือ นำเสนอ ครม. พิจารณา โดยครม. จะสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเมื่อหน่วยงานตอบกลับแล้วต้องนำร่างพ.ร.บ.ไปให้กฤษฎีกาตรวจสอบ และเมื่อกฤษฎีกาตรวจสอบแล้วเสร็จต้องส่งให้สนช.พิจารณา โดยระยะเวลาดังกล่าวอาจใช้เวลานานนับปี ดังนั้นเพื่อเป็นการเร่งรัดการออกกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ต้องเร่งด่วนควรให้ประธานสปช. หารือกับนายพรเพรช วิชิตชลชัย ประธานสนช., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อเร่งรัด


เล็งหารือแกนนำแม่น้ำ5สาย


               ทั้งนี้นายเทียนฉายให้สัมภาษณ์ต่อประเด็นข้อเสนอนายบวรศักดิ์ด้วยว่า มีความจำเป็นที่ต้องมีการประชุมแม่น้ำ 5 สาย คือ สปช., สนช., ครม. คสช. และกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาทบทวนหรือเร่งรัดแนวทางการออกกฎหมายดังกล่าว เพราะมีประเด็นพิจารณาที่เกี่ยวข้อง เช่น หากมีกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปเข้าสู่ที่ประชุมสนช. จะมีหลักพิจารณาต่อจากร่าง พ.ร.บ.ทั่วไปของหน่วยงานต่างๆ อย่างไรหรือมีการลัดคิวเพื่อให้การพิจารณารวดเร็ว อย่างไรก็ตามในประเด็นหารือกับแกนนำของแม่น้ำ 5 สายนั้นยังไม่ได้กำหนด แต่ยืนยันว่าต้องมีการหารืออย่างแน่นอน