
ประวิตรมอบดีเอสไอตามตัวคนหนีคดีตปท.
19 ธ.ค. 2557
พล.อ.ไพบูลย์ เผย พล.อ.ประวิตร มอบดีเอสไอติดตามตัวคนหนีคดีที่ต่างประเทศ และให้กต.ชี้แจงต่างประเทศ
19 ธ.ค.57 เมื่อเวลา 08.45 น. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ครั้งที่ 3/2557 ถึงการติดตามผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ยังคงหลบหนีในต่างประเทศนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ติดตามมาดำเนินคดี และได้มอบหมายให้กระทรวงต่างประเทศชี้แจงไปยังประเทศต่างๆ เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ที่กระทำความผิดได้ใช้เหตุผลการลี้ภัยทางการเมืองว่าถูกกลั่นแกล้ง เพื่อหลบหนีเข้าไปในประเทศต่างๆ ซึ่งความจริงหลายคนมีความผิดมาตรา 112 ถือเป็นคดีอาญา โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ชี้แจงในประเด็นดังกล่าวให้ต่างชาติเข้าใจ
‘ประวิตร’ ยันโยกย้ายตร.โปร่งใส ไม่มีจ่ายใต้โต๊ะ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการโยกย้ายตำรวจ ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เห็นจะมีอะไรเลย อย่าไปคิดว่าจะต้องเสียเงินเสียทอง ตนยืนยันว่าไม่มี เมื่อไม่มีคนรับเงิน ก็จะไม่มีคนเสียเงินด้วย
ทั้งนี้เราพยายามทำให้ดีที่สุด โดยให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับดูแล โดยกฎหมายระบุชัดเจนอยู่แล้ว ตำแหน่งของผู้กำกับการ ไม่ได้แต่งตั้งง่ายๆ แบบสมัยก่อน เพราะจะต้องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (กตร.) อย่างไรก็ตาม ตนจะไม่คาดโทษผู้ทำผิด เพราะถ้าเกิดทำผิดจริงๆ จะมีกฎหมายลงโทษอยู่แล้ว
‘บิ๊กป้อม’ ไม่รู้ ‘จารุพงษ์’ จดทะเบียนองค์การเสรีไทย ในนามมูลนิธิเพื่อขอเงินใคร
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการองค์การเสรีไทย เพื่อสิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตยออกแถลงการณ์ว่าได้จดทะเบียนองค์การถูกต้องตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา ว่า จะไปจดทะเบียนที่ใดตนก็ไม่ทราบ ไปตั้งองค์การอะไรยังไม่รู้ และจะจดอย่างไร ก็ไม่ทราบ แต่คิดว่ายังไม่ชัดเจนว่านายจารุพงศ์จะดำเนินงานอย่างไรต่อไป แต่คิดว่าจะเชื่อมโยงองค์การฯให้ไปเกี่ยวข้องกับการเมือง
ส่วนที่มีความเป็นห่วงจะกระทบต่อความมั่นคงในประเทศนั้น ตนไม่รู้สึกเป็นห่วง คนคนเดียวจะทำให้ประเทศเกิดปัญหาความไม่มั่นคงได้อย่างไร เพราะเวลานี้คนไทยทั้งประเทศช่วยกันทำให้ประเทศเกิดความมั่นคง อย่างไรก็ตามองค์การฯดังกล่าวนายจารุพงศ์ อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ เพราะขณะนี้ยังไม่ทราบเลยว่า มีองค์การดังกล่าวขึ้นมาเพื่ออะไร อาจจะจดในนามมูลนิธิ เพื่อไปขอเงินใคร หรือไม่ ตนก็ไม่ทราบ แต่ถามว่านายจารุพงศ์มีความผิด หรือไม่ ก็ต้องดำเนินการ ถ้าผิดกฎหมาย
‘รองนายกฯ’ ห่วงน้ำท่วมภาคใต้ ขอจนท.ทำงานอย่างเต็มที่
ที่สโมสรกองทัพบก วิภาวดี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ว่า ตนรู้สึกเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัด กองทัพภาค และตำรวจ ได้ประสานงานช่วยเหลือประชาชน เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเหลือประชาชนไม่ได้รับความเดือดร้อน เช่น การช่วยขนย้ายสิ่งของออกจากพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ตนก็ไม่จำเป็นต้องลงพื้นที่ เพราะมีหน่วยงายในพื้นที่ดูแลอยู่ ซึ่งถ้าตนลงไปก็จะทำให้เจ้าหน้าที่เสียเวลาในการช่วยเหลือประชาชนเพื่อมาดูแลตนเอง ดังนั้นขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่ดีกว่า
ส่วนกรณีมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตขณะช่วยเหลือประชาชนนั้น ตนได้กำชับเรื่องความปลอดภัยว่าอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา รวมถึงผู้บังคับบัญชาทุกระดับก็ได้กำชับอยู่แล้ว
‘ประวิตร’ ระบุพูดคุยสันติสุขดับไฟรอ ‘มาเลย์’ คอนเฟิร์ม
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการพูดคุยสันติสุข ว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งทางไทยไม่ได้ขัดข้องต่อการพูดคุยดังกล่าว เพราะเราอยากจะพูดคุย และขอให้ทุกกลุ่มเข้ามาพูดคุยกัน ตนเชื่อว่าทางมาเลเซียรวบรวมรายละเอียดได้ทั้งหมดแล้ว ก็จะเริ่มการพูดคุย
"ผมพร้อมตลอดเวลา ทั้งทางทีมงาน และประชาชนก็พร้อม เพราะเราต้องการให้เกิดความสันติสุขบังเกิดขึ้น ทุกคนต้องช่วยทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า แต่ขอให้เข้าใจว่าต้องรอความชัดเจนจากทางมาเลเซียที่จะหากลุ่มที่จะมาพูดคุยด้วยกับเรา สื่อไม่ต้องเป็นห่วง ผมเป็นคนดูแล ผมก็เป็นห่วง" พล.อ.ประวิตร กล่าว
‘ประวิตร’ มอบนโยบาย ‘ยุทธศาสตร์การพัฒนาเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ’
เมื่อเวลา 11.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานมอบนโยบายการดำเนินงานยุทธ์ศาสตร์การพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ แก่หัวหน้าหน่วยงานพลเรือน ตำรวจ ทหาร โดยมี โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวาณิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
โดยนายอนุสิษฐ กล่าวก่อนเปิดงานว่า การดำเนินงานยุทธ์ศาสตร์การพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ จะเน้นการเสริมสร้างความมั่นคงแบบองค์รวมที่ครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม การป้องกันประเทศ และ การบริหารจัดการที่เป็นเอกภาพ ด้วยการนำกระบวนการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจและการป้องกันชายแดน เข้ามาสนับสนุนเกื้อหนุนกัน โดยให้ กระทรวงมหาดไทย กองทัพไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงต่างประเทศ และสภาความมั่นคงแห่งชาติ ช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานให้ครอบคลุม ทั้งพื้นที่ชั้นใน พื้นที่ชายแดน และพื้นที่ชายทะเล โดยมี 120 หน่วยงานในระดับจังหวัดเข้ามีส่วนร่วม ซึ่งเน้นความสำคัญ 2 ประการ คือ ให้ส่วนราชการตระหนักถึงความสำคัญมิติงานพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ โดยการจัดทำแผนงาน โครงการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับคน ชุมชน ในการป้องกันแลัการแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยในพื้นที่ตำบล อำเภอ หมู่บ้านเป็าหมายของจังหวัดชั้นใน จังหวัดชายแดนและจังหวัดชาบทะเล และ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานกิจกรรม โครงการต่างๆของกลุ่มจังหวัดและจังหวัด ให้ครอบคลุมถึงมิติความมั่นคง โดยบูรณาการและงบประมาณเพื่อสนัลสนุนแผนงายด้านความมั่นคงที่จะทำร่วมกันระหว่างกองทัพบก กองทัพเรือกับหน่วยงานต่างๆในจังหวัด
หลังจากนั้น พล.อ.ประวิตร ให้นโยบายตอนหนึงว่า การพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เป็นสิ่งที่รัฐบาลตระหนักและให้ความสำคัญ เพราะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชน หมู่บ้านและพื้นที่ที่เป็นเป้าหมาย ให้สามาถรป้องกันและแก้ปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศได้ โดยอาศัยการผนึกกำลังร่วมมือกันของทุกหน่วยงานทั้งระดับกลาง จังหวัด พลเรือน ตำรวจ ทหาร ตลอดจนระดับชุมชน ต้องวางแผนประสานงาน รวมทั้งงบประมาณ ภายใต้ยุทธ์ศาสตร์การพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ โดยยึดหลัก 4 ประการคือ 1.ให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ โดยหัวหน้าหน่วยงาน ต้องวางแผนทำงานในเชิงรุก บูรณาการกับส่วนกลาง และให้พลเรือน ตำรวจ ทหาร อำนวยความสะดวก สนับสนุนให้เกิดเอกภาพและประสิทธิภาพ 2.สนับสนุนสงเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เน้นเรื่องป้องกันการเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และการข่าวภาคประชาชน พร้อมอบรมชุดอาสาสมัครป้องกันภัยหมู่บ้าน เพื่อให้กำลังภาคประชาชนมีความพร้อมในการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งหมู่บ้านตามแนวชายแดน หมู่บ้านคู่ขนาน ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจ การศึกษา ให้กับเจ้าหน้าที่และประชาชนกลุ่มเป้าหมาย
3.เน้นแผนงานเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน การพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างจิตสำนึกด้านความมั่นคง รวมถึงการส่งเสริมงานพัฒนาด้านต่างๆกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเข้าสู่ประชาคมิาเซียน อละ 4.การทำงานของทางจังหวัดมีความสำคัญต่ิความสำเร็จงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการบูรณาการแผนงานทุกภาคส่วน โดยให้กระทรวงมหาดไทยจัดทำโครงการให้ครอบคลุมมิติความมั่นคง เน้นการพูดคุยประสานงาน พร้อมบูรณาการงบประมาณ ในการพัฒนาประเทศตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด ดังนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัด จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะทำให้ทุกส่วนเดินหน้าไปพร้อมๆกัน เพราะหากต่างคนต่างคิด ต่างทำไม่เกิดประโยชน์
"ปีนี้ถือเป็นปีแรก ทางนายกรัฐมนตรี อยากให้งานด้านความมั่นคงสอดแทรกเข้าไปอยู่ในแผนงานทั้งหมด ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น รวมถึงป้องกันการทำงานซ้ำซ้อน โครงการเหมือนกันก็รวมงบประมาณมาจัดด้วยกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่ได้ให้ทำเป็นประชานิยม นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ความมั่นคงยั่งยืนถาวร ทั้งนี้งานด้านความมั่นคงเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าประเทศมั่นคง ทุกอย่างจะเดินหน้าทั้ง ด้านเศรษฐกิน สังคม วัฒนธรรม พร้อมทั้งอยากให้เชื่อมั่นรัฐบาลว่าจะนำพาประเทศไปได้ "พล.อ.ประวิตร กล่าว



