ข่าว

เหิม!‘5โจ๋’ปล้นจยย.หนุ่มส่งนสพ.กลางกรุง

เหิม!‘5โจ๋’ปล้นจยย.หนุ่มส่งนสพ.กลางกรุง

19 ธ.ค. 2557

5โจรวัยโจ๋เหิม ปล้นจยย.2หนุ่มส่ง นสพ.กลางกรุง

 
 
          วันที่ 19 ธ.ค.57 เมื่อเวลา 01.00 น. นายธรรมพร ตุ้มเรืองศรี อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/50 ซอยอาจณรงค์ 1 แขวงและเขตคลองเตย กทม. และนายรณชัย ไก่กา อายุ 18 ปีเดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.หญิงศิริรัตน์ พุ่มเจริญ พนักงานสอบสวน.สน.สุทธิสาร เนื่องจากถูกคนร้าย 5 คนใช้รถจักรยานยนต์ 2 คันขับประกบข้างซ้าย-ขวา แล้วเอาอาวุธปืนปล้นเอารถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เอ็มเอสเอ็กซ์ สีขาวดำ หมายเลขทะเบียน 1 กค-565 กทม.ไป ขณะกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวอยู่บนถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. เพื่อนำหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ไปส่งให้สถานนีโทรทัศน์สีช่อง 3 ใช้ในรายการข่าววันใหม่
 
          นายธรรมพร กล่าวว่า ตนทำงานรับจ้างส่งหนังสือพิมพ์ให้สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 มานาน 3 ปี แล้วโดย 2 ปี ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์เดินทางไปรับหนังสือพิมพ์จากสำนักงานหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และไทยรัฐเพื่อไปส่งที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 อาคารมาลีนนท์ ถ.พระราม4 ก่อนเที่ยงคืนให้ทันใช้ในรายการข่าววันใหม่ แต่มาปีนี้ตนรับหนังสือพิมพ์เดลินิวส์เพียงอย่างเดียว เนื่องจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐพิมพ์เสร็จ 01.00 น.ไม่ทันรายการ โดยก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 22.30 น. ตนกับนายรณชัย ขับขี่รถจักรยานยนต์คันที่ถูกปล้น โดยนายรณชัยเป็นคนขับส่วนตนนั่งซ้อนท้าย ออกจากบ้านพักย่านคลองเตยเพื่อไปรับหนังสือพิมพ์ที่สำนักพิมพ์เดลินิวส์ ถนนวิภาวดี จำนวน 3 ฉบับ จากนั้นก็ขับขี่รถจยย.มาตามถนนรัชดาภิเษกเพื่อมุ่งหน้าไปสถานีโทรทัศน์ช่อง 3
 
          นายธรรมพร กล่าวต่อว่า ขณะที่ตนขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาเลยซอยรัชดาภิเษก 18 เพียงเล็กน้อย ก็มีคนร้ายเป็นชาย 5 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน เป็นรถฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 ไอ ทั้งสองคัน คันแรกสีขาวซ้อน 2 อีกคันสีดำแดงซ้อน 3 จดจำเลขทะเบียนไม่ได้ ขับเข้ามาประกบซ้าย-ขวา ส่วนการแต่งกายจำได้แค่ว่า 4 คนสวมหมวกกันน็อกสีดำแบบเต็มใบ ส่วนอีกคนไม่สวมหมวก จำได้ว่าลักษณะผอม ผิวคล้ำ ตัดผมเกรียนทรงสกินเฮด ใบหน้าปรุ สูงประมาณ 170 ซม.สวมเสื้อยีนแขนยาว นุ่งกางเกงยีน โดยทั้งหมดตะโกนสั่งให้หยุดรถ แต่พวกตนไม่ยอมหยุดยังขี่ต่อไป จากนั้น 1 ในกลุ่มคนร้ายซึ่งเป็นคนนั่งซ้อนท้ายคันที่ประกบด้านขวาก็เอื้อมมือมาบิดกุญแจรถจักรยานยนต์ของตนแล้วดึงออกไปในขณะที่รถยังวิ่งอยู่ ทำให้เครื่องดับไม่สามารถขี่ต่อไปได้
 
          “พอรถผมเครื่องดับแล้วจอดสนิทคนร้ายทั้งหมดก็ลงมาจากมอเตอร์ไซค์ โดยคนร้าย 2 ที่ประกบซ้ายขวาคนชักอาวุธปืนแบบไทยประดิษฐ์ 2 กระบอก ขึ้นมาขู่พวกผมบอกให้เอารถมา ผมกับเพื่อนจึงเดินถอยหนี จากนั้น 1 ในกลุ่มคนร้ายก็ยิงปืนใส่พวกผม แต่กระสุนด้านได้ยินแต่เสียงแชะ จากนั้นคนร้ายก็ขึ้นคร่อมรถของผม แล้วสตาร์ทขับหลบหนีไปทันทีมุ่งหน้าไปทางแยกพระราม9 ระหว่างหลบหนี 1 ในนั้นก็บอกพวกผมว่า พวกกูอยู่แถวนี้ ก่อนจะควักเอาวัตถุต้องสงสัยคล้ายกับระเบิดประดิษฐ์พันด้วยสก็อตเทปสีดำขนาดเท่ากำปั้นเด็กปาใส่พวกผมเพื่อไม่ให้วิ่งตาม แต่โชคดี ที่ไม่ระเบิด” นายธรรมพร กล่าว 
 
          นายธรรมพร กล่าวด้วยว่า ตนเกรงว่าทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 จะไม่มีหนังสือพิมพ์ใช้ในการจัดรายการ และไม่อยากให้เสียงาน เพราะไม่เคยหยุดงาน ขนาดไม่สบายก็ขับรถจักรยานยนต์มาส่งตลอด จึงตัดสินในเรียกรถแท็กซี่ไปส่งหนังสือพิมพ์ที่ช่อง 3 ก่อน จากนั้นค่อยนั่งรถแท็กซี่ย้อนกลับมาแจ้งความที่สน.สุทธิสาร สำหรับรถจักรยานยนต์คันที่ถูกคนร้ายปล้นไปนั้นเป็นของแม่ตนที่เช่าซื้อไว้มา 2 ปีแล้ว ผ่อนเดือนละ 3,500 บาท เหลืออีก 1 ปี ก็จะผ่อนหมด หลังจากนี้คงต้องยืมรถจักรยานยนต์เพื่อนไปทำงานก่อน ทั้งนี้ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหากับใคร หรือมีศัตรูที่ไทนมาก่อน เพิ่งเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ครั้งแรก ตอนนี้รู้สึกหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กระทบกับขวัญกำลังใจในการทำงานหาเงิน เพราะต้องใช้รถจักรยานยนต์ทำงานกลางคืน เกิดความระแวงกลัวไม่ปลอดภัย ต่อไปคงต้องเปลี่ยนเส้นทางไม่กล้ามาเส้นทางนี้อีกถึงแม้จะเป็นเส้นทางที่ใกล้และสะดวกก็ตาม
 
          ด้าน พ.ต.ท.แดนชัย ทูลอ่อง พงส.ผนก.สน.สุทธิสาร กล่าวว่า เบื้องต้นได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร ทำการลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อหาเส้นทางที่คนร้ายใช้ขับมาก่อเหตุและเส้นทางหลบหนี ส่วนผู้เสียหายนั้นสามารถจดจำรูปพรรณคนร้ายได้ชัดเจนก็จะส่งตัวไปทำการสเก็ตช์ภาพที่กองทะเบียนประวัติอาชญากรต่อไป ทั้งนี้จะกำชับให้เจ้าหน้าที่สายตรวจ ออกตรวจตราในพื้นที่ให้ถี่ยิ่งขึ้น เนื่องจากเหตุดังกล่าวนั้นคนร้ายก่อเหตุอุกอาจใจกลางกรุงแบบนี้