ข่าว

‘ดี หรือ ด้อย’เลือกนายกฯ-ครม.ตรง

‘ดี หรือ ด้อย’เลือกนายกฯ-ครม.ตรง

19 ธ.ค. 2557

‘ดี หรือ ด้อย’เลือกนายกฯ-ครม.ตรง : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

               จบลงแล้วสำหรับการพิจารณาข้อเสนอคณะกรรมาธิการปฏิรูป สภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ประเด็นสำคัญที่ใช้เวลานานที่สุดคือ รายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีข้อเสนอการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีโดยตรง

               โดย "สมบัติ ธำรงธัญวงศ์" ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง ได้นำเสนอข้อดีของเรื่องดังกล่าว ได้ 7 หัวข้อ ได้แก่ 1.สามารถตรวจสอบประวัติบุคคลที่สมัครเป็นนายกฯ และคณะรัฐมนตรีก่อนการเลือกตั้งได้ 2.เป็นข้อกำหนดให้พรรคการเมืองคัดคนดีให้ประชาชนพิจารณา เพื่อเพิ่มโอกาสการชนะการเลือกตั้ง

               3.ฝ่ายบริหารทำหน้าที่เฉพาะการบริหาร ไม่ต้องทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อให้ทุ่มเทเวลาแก้ปัญหาให้ประชาชน 4.ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมีเสถียรภาพ

               5.ฝ่ายรัฐบาลไม่ต้องตอบแทน หรือจัดสรรงบประมาณให้ ส.ส.ในพื้นที่  

               6.การถ่วงดุลอำนาจมีประสิทธิภาพ โดยฝ่ายนิติบัญญัติสามารถตรวจสอบและฟ้องคดีต่อศาลการเมืองได้โดยตรง 7.ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นอิสระ โดยรัฐบาลไม่สามารถที่จะยุบสภาได้

               ขณะที่ "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ" กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็ลุกขึ้นชี้แจงถึงข้อด้อยของระบบนี้ โดยเรียกว่า "ระบบซูเปอร์ประธานาธิบดี" และแบ่งเป็น 5 หัวข้อ ได้แก่ 1.เพิ่มความขัดแย้งในสังคมไทย ซึ่งหากระบบเลือกตั้งขาดความเที่ยงธรรมและกรอบการเมืองไม่เอื้อให้ฝ่ายค้านรู้สึกว่าพรรคตนมีโอกาสชนะเลือกตั้งรอบหน้า ผู้แพ้อาจรู้สึกว่าถูกบังคับให้ต้องปฏิบัติการนอกระบบ

               2.การซื้อเสียงรุนแรงมากขึ้น เพราะหากให้อำนาจผู้ชนะแบบกินรวบ ทำให้มีผู้ออกเงินและลงทุนมหาศาลเพื่อซื้อเสียงทั้ง ส.ส.เพื่อให้ได้จำนวน ส.ส.มากที่สุด ขณะที่บัญชีรายชื่อของ ครม.อาจจะเป็นบุคคลที่ออกเงินมากที่สุดแทนเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ

               3.มีนายกฯ และครม.ที่เข้มแข็งเกินไป ไม่สามารถปลดออก หรือปรับครม. ได้เพราะมาจากการเลือกตั้งตรงของประชาชน และอาจทำให้เกิดการแทรกแซงองค์กรอิสระสื่อมวลชน และนำมาซึ่งการชุมนุมไล่รัฐบาลได้เหมือนที่เคยเกิดมาแล้ว

               4.ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง เพราะครม.ที่มาจากการเลือกตั้งตรงจะมีอำนาจมากกว่าประธานาธิบดี เสนอกฎหมาย และงบประมาณได้ และหากเกิดภาวะอำนาจล้นฟ้าที่ฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติเป็นพรรคเดียวกันจะไม่เกิดการตรวจสอบ

               5.ระบบตรวจสอบที่เสนอมานั้นยังไม่เพียงพอต่อการจำกัดอำนาจที่มหาศาลของรัฐบาลได้

               นี่คือข้อดีข้อด้อยที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดในที่ประชุมสภา แต่ถึงนาทีนี้แล้วแทบจะฟันธงได้เลยว่า ข้อเสนอนี้ "แท้ง" แน่นอน เพราะถึงขนาดประธานคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ออกมาแจงเองแบบนี้ ก็ยากที่จะเป็นจริง ไม่รวมเสียงค้านที่มาจากรอบนอกอีกมากมาย