
10ประเด็นเด่นข้อเสนอร่างรัฐธรรมนูญ
10ประเด็นเด่นข้อเสนอร่างรัฐธรรมนูญ : โอภาส บุญล้อมรายงาน
ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว...สำหรับ 3 วัน ของการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณาความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการปฏิรูปทั้ง 18 คณะของ สปช. เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ประชุมลงมติเห็นด้วยให้ สปช. ส่งความเห็นและข้อเสนอแนะดังกล่าว พร้อมการอภิปรายของสมาชิก สปช. ไปยังกรรมาธิการยกร่าง ทั้งนี้ มีประเด็นที่นำเสนอมากถึง 246 เรื่อง
แต่ที่เป็นประเด็นเด่นมีอยู่ 10 เรื่อง ด้วยกัน ดังนี้
1.เลือกนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีโดยตรง ทั้งนี้เรื่องเลือกนายกฯ และ ครม. โดยตรง เป็นข้อเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองของ สปช. โดยให้เหตุผลนานัปการถึงข้อดี อาทิ ประชาชนสามารถตรวจสอบประวัติบุคคลที่เป็นนายกฯ และ ครม. รวมถึงนโยบายก่อนการเลือกตั้งได้, ทำให้พรรคการเมือง คัดคนดี ให้ประชาชนเลือกเพราะต้องการได้รับเลือกตั้ง, ฝ่ายบริหารทำหน้าที่เฉพาะการบริหาร ไม่ต้องทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ทำให้มีเวลาทุ่มเทแก้ปัญหาให้ประชาชน, ฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติมีเสถียรภาพ, ฝ่ายนิติบัญญัติมีอิสระจากฝ่ายบริหาร, ฝ่ายรัฐบาลไม่ต้องตอบแทน พึ่งพา ส.ส.
แต่เรื่องนี้ กลับถูกท้วงติง ไม่เห็นด้วยจาก "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ" ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า เป็นระบบ "ซูเปอร์ประธานาธิบดี" เพราะนายกฯ โดยตรง ตามระบบที่เสนอมานี้สามารถเสนอกฎหมายและงบประมาณเข้าสู่สภาได้ ในขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐยังทำไม่ได้เลย
จากนั้น "บวรศักดิ์" ยังได้ชี้ให้เห็นถึงข้อเสียว่ามีหลายข้อ อาทิ เพิ่มความขัดแย้งในสังคมไทยหากการเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม ทำให้ฝ่ายค้านรู้สึกว่าพรรคตนคงแพ้เลือกตั้งไปเรื่อยๆ ฝ่ายที่แพ้เลือกตั้ง อาจใช้วิธีไม่เป็นประชาธิปไตย ใช้การเผชิญหน้าและใช้ความรุนแรงได้, การซื้อเสียงรุนแรงมากขึ้น เพราะต้องใช้คะแนนทั้งประเทศ, มีนายกฯ และ ครม. ที่เข้มแข็งเกินไป ไม่สามารถปลดออกหรือปรับ ครม.ได้แม้ทำไม่ดี เพราะมาจากการเลือกตั้งตรงของประชาชน , หากเกิดฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติเป็นพรรคเดียวกันจะไม่เกิดการตรวจสอบ
2.ส.ส.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 350 คน เขตละไม่เกิน 3 คน โดยให้ถือว่าผู้ที่ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1-3 ได้รับการเลือกตั้ง ทั้งนี้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1 คน สามารถเลือก ส.ส. ได้ 1 คน
3.ผู้สมัคร ส.ส. ต้องไม่เป็นญาติกัน กล่าวคือ ห้ามผู้สมัคร ส.ส.มีความสัมพันธ์กันในลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุพการี คือ พ่อ แม่ หรือคู่สมรส ทั้งโดยนิตินัยและพฤตินัย หรือเคยเป็นคู่สมรสและยังคงมีความสัมพันธ์ฉันสามี ภรรยา หรือ เป็นบุตร บุตรบุญธรรม กัน
ทั้งนี้ ข้อเสนอในข้อ 2 และ ข้อ 3 เป็นข้อเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง เช่นกัน
4.พรรคการเมืองต้องรับผิดชอบในการเลือกผู้สมัคร เป็นข้อเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งเป็นมาตรการกำกับและบทลงโทษต่อพฤติกรรมที่มิชอบเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบ โดยพรรคการเมืองต้องเสนอผู้สมัครรับเลือกตั้งที่มีความรู้ ความสามารถ มีคุณภาพ คุณธรรม หากพบว่าผู้สมัครมีความประพฤติมิชอบพรรคการเมืองต้องร่วมรับผิดชอบด้วย
5.ยึดทรัพย์นักการเมืองที่ทุจริตถึงชั้นลูกหลาน เป็นข้อเสนอของ สปช. ผู้อภิปราย ว่า กรณีที่พบนักการเมืองทุจริตคอร์รัปชั่นเงินแผ่นดิน ต้องกำหนดให้ติดตามเงินหรือริบทรัพย์สินคืนสู่แผ่นดินแม้ทรัพย์สินดังกล่าวนั้นจะตกอยู่ในยุคลูกหรือหลาน แล้วก็ตาม
6.นักการเมืองต้องรับผิดชอบต่อความผิดบริวาร เป็นข้อเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยนักการเมืองต้องร่วมรับผิดชอบด้วย หากบุคคลที่ทำหน้าที่ติดตาม ที่ปรึกษา และเครือข่ายที่เกี่ยวกับนักการเมือง ไปกระทำความผิด
7.ห้ามนักการเมือง ข้าราชการระดับสูงเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ เป็นข้อเสนอของสมาชิก สปช. ว่า ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ต้องไม่มีส่วนเข้าไปเป็นผู้บริหาร กรรมการบริหาร หรือลูกจ้างในบริษัทที่แสวงหากำไรหรือเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ขณะที่ในหมวดที่เกี่ยวกับการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐในรายงานของ สปช.ที่เสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ระบุ ห้ามอัยการรับตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจด้วย
8.ออกกฎหมายป้องกันประชานิยม เป็นข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปเศรษฐกิจฯ ที่ต้องการให้มีกฎหมายป้องกันการดำเนินนโยบายประชานิยมที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ
9.ลดอายุองค์กรอิสระและดำรงตำแหน่งได้วาระเดียว เช่น ป.ป.ช.ลดวาระดำรงตำแหน่งเหลือ 6 ปี จากเดิม 9 ปี และเป็นได้วาระเดียว, ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ดำรงตำแหน่งวาระเดียว 6 ปี จากเดิม 9 ปี, กกต.มีอำนาจเพียงแค่จัดการเลือกตั้งเท่านั้น โดยอำนาจในการสั่งให้เลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) เป็นของศาล และเป็นได้วาระเดียว 6 ปี จากเดิม 7 ปี
10.ปฏิรูปองค์กรตำรวจ กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เป็นข้อเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ให้ยกเลิกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยให้มี "สภากิจการตำรวจแห่งชาติ" แทน "และมีตำรวจส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ แต่งตั้ง โยกย้าย หรือถอดถอนตำรวจได้
ต้องจับตากันต่อไปว่า...ข้อเสนอทั้งหมดเหล่านี้ เมื่อถึงขั้นพิจารณาของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะได้รับการสานต่อมากน้อยแค่ไหน



