ข่าว

เอ็นเอสเอกับปมการตายของดั๊ค ฮัมมาร์โชลด์

เอ็นเอสเอกับปมการตายของดั๊ค ฮัมมาร์โชลด์

20 ธ.ค. 2557

เวิลด์วาไรตี้ : เอ็นเอสเอ กับปมการตายของดั๊ค ฮัมมาร์โชลด์ : โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

 
               เป็นเวลากว่า 50 ปีแล้วที่การจากไปของ ดั๊ค ฮัมมาร์โชลด์ เลขาธิการคนที่สองของสหประชาชาติชาวสวีเดน ในวัยเพียง 56 ปียังคงเป็นหนึ่งในปริศนาการเมืองที่ได้รับความสนใจมากที่สุดเรื่องหนึ่งในยุคสงครามเย็น
 
               สาเหตุอะไรแน่ที่ทำให้เครื่องบินดีซี 6 "อัลเบอร์ตีนา" ที่กำลังพานักการทูตชื่อดังพร้อมคณะอีก 15 ชีวิตไปยังเมืองเอ็นโดลา ในโรดีเซียเหนือ (ขณะนั้นเป็นอาณานิคมอังกฤษ) ปัจจุบันคือแซมเบีย เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2508 เพื่อพบกับนายมอยเซ ชอมเบ ผู้นำกบฏแบ่งแยกดินแดนจังหวัดคาตังกาของสาธารณรัฐคองโก ดิ่งลงจากฟากฟ้าตกลงในป่าห่างสนามบินไม่กี่กิโลเมตร
 
               เจ้าอาณานิคมอังกฤษในโรดีเซีย สรุปผลสอบสวนในปีต่อมาว่า เป็นความผิดพลาดของนักบิน ทั้งที่ไม่มีหลักฐานพิสูจน์
 
               แต่เมื่อมีการศึกษาหาสาเหตุอีกอย่างน้อยสามคณะในเวลาต่อมา ก็ยังไม่อาจฟันธงได้
 
               ความล่าช้ากว่าจะหาซากเครื่องบินเจอ ทั้งอยู่ห่างจากสนามบินเอ็นโดลาไม่กี่กิโลเมตร กับคำพูดของผู้โดยสารคนที่เสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บสามวันให้หลัง ที่บอกกับทีมแพทย์ว่าเห็นประกายไฟบนท้องฟ้า ไม่นานนักก่อนเครื่องบินตก แถมอดีตประธานาธิบดีแฮรรี ทรูแมน พูดเป็นปริศนาว่า ฮัมเมอร์โชลด์กำลังจะทำบางอย่างสำเร็จเมื่อพวกเขาฆ่าเขา" พวกเขาที่ว่าคือใคร อดีตผู้นำสหรัฐไม่ได้ขยายความ จึงนำไปสู่การตั้งทฤษฎีต่างๆ อาทิ หรือจะเป็นฝีมืออเมริกัน ทหารรับจ้างเบลเยียมก่อวินาศกรรม หรือถูกเครื่องบินรบอังกฤษยิงตก เพราะมีหลายประเทศที่จะได้ประโยชน์จากการขัดขวางภารกิจของนายฮัมมาร์โชลด์ นั่นคือความพยายามไกล่เกลี่ยข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัฐบาลคองโกในกรุงคินชาซา กับกลุ่มกบฏในคาตังกา ที่ได้รับการสนับสนุนจากทหารรับจ้างจากเบลเยียม
 
               คองโก อดีตอาณานิคมเบลเยียม และมีโซเวียตหนุนหลัง ร่ำรวยยูเรเนียมมากที่สุดในโลก บรรดาบริษัทเหมืองตะวันตกต่างนั่งไม่ติดกลัวว่าสัมปทานเหมืองของตัวเองจะกระทบหากความพยายามแยกตัวของคาตังกาเป็นอิสระไม่สำเร็จ เวลานั้น หน่วยสืบราชการลับไม่ว่าจะเป็นเคจีบี ซีไอเอและเอ็มไอซิกส์ ต่างก็เคลื่อนไหวคึกคักอยู่ที่นั่นเพื่อพยายามปกป้องผลประโยชน์ประเทศ
 
               เป็นที่น่าสนใจว่า ปริศนานี้กำลังจะคลี่คลาย เมื่อสวีเดนได้ยื่นร่างญัตติขอให้สหประชาชาติตั้งคณะทำงานอิสระประเมินหลักฐานใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยประเด็นสำคัญก็คือ ขอให้ประเทศสมาชิกยูเอ็นลดชั้นความลับแฟ้มเอกสารที่ไม่เคยเผยแพร่มาก่อนเกี่ยวกับคดีนี้ ซึ่งเป้าหมายอยู่ที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ โดยเฉพาะข้อมูลที่เชื่อว่าอยู่ในมือของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ(เอ็นเอสเอ) ของสหรัฐ
 
               การขอเปิดสอบสวนใหม่เป็นไปตามข้อเสนอแนะของคณะผู้เชี่ยวชาญอิสระ ที่ออกรายงานในปีที่แล้วว่า หลักฐานใหม่ในกรณีนี้รวมถึงคำบอกเล่าของชาวบ้านที่รายงานสอบสวนดั้งเดิมมองข้าม และเชื่อว่าสหรัฐอเมริกาเข้าถึงหลักฐานสำคัญที่น่าจะใช้คลายปมสลับซับซ้อน เพราะการสื่อสารทางวิทยุในเอ็นโดลาในคืนวันที่ 17-18 กันยายน 2504 นั้น เอ็นเอสเอ และอาจจะรวมถึงซีไอเอด้วย เก็บบันทึกไว้
 
               คณะทำงานเคยยื่นขอเอกสารจากเอ็นเอสเอภายใต้กฎหมายเสรีภาพข่าวสาร แต่ไม่สำเร็จ เพราะอีกฝ่ายอ้างว่ายังเป็นเอกสารจัดชั้นความลับสุดยอดด้วยเหตุผลความมั่นคงของชาติ แม้เหตุการณ์ผ่านมาครึ่งศตวรรษแล้ว
 
               เพอร์ ทอร์เรสซัน เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำยูเอ็น ซึ่งยื่นคำร้องขอเปิดสอบสวนใหม่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กล่าวว่า นี่ไม่ใช่แค่การขอให้ชำระประวัติศาสตร์ธรรมดา แต่มันคือการเปิดบาดแผลกว่า 50 ปีของสวีเดน และหวังว่าจะปิดบาดแผลนี้ได้