ข่าว

สามี(ตัวดี)ถูกทวงหนี้

สามี(ตัวดี)ถูกทวงหนี้

09 ก.ค. 2552

สามีไปมีภรรยาใหม่ ล่าสุดสามีเป็นหนี้บัตรเครดิต มีจดหมายส่งมาที่บ้าน พร้อมกับมีโทรศัพท์มาทวงหนี้ ดิฉันบอกไปว่า สามีไม่ได้อยู่ที่บ้านนี้แล้ว แต่คนที่โทรมาก็ไม่เชื่อแถมพูดจาไม่ดีใส่ดิฉันด้วย ดิฉันทนไม่ไหวจึงได้โทรศัพท์ไปบอกสามีว่า ทางธนาคารโทรมาทวงหนี้ สาม

เท่าที่ดิฉันทราบ ตอนนี้สามีมีหนี้ที่เกิดจากบัตรเครดิตรประมาณ 3 แสนบาท ซึ่งเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นหลังจากย้ายไปอยู่กับผู้หญิงคนใหม่
 ดิฉันอยากทราบว่า หนี้สินที่เกิดขึ้นนี้ ดิฉันต้องรับผิดชอบร่วมกับสามีหรือไม่คะ เพราะจดทะเบียนสมรสกัน และขณะนี้ก็ยังไม่ได้หย่าขาดจากกันทางกฎหมาย
 สามีเพิ่งจะออกจากบ้านไปอยู่กับผู้หญิงคนใหม่ได้ไม่ถึง 2 ปี และบ้านก็เป็นชื่อของดิฉันกู้ซื้อร่วมกับสามี แต่ดิฉันเป็นคนผ่อนส่งเพียงคนเดียวมาโดยตลอด ดิฉันกลัวว่าถ้าสามีมีปัญหาเรื่องหนี้สิน บ้านที่ดิฉันอาศัยอยู่ทุกวันนี้จะถูกยึดด้วยหรือไม่คะ
 ขอคำแนะนำด้วยค่ะว่า ดิฉันควรทำอย่างไรดี ตอนนี้เครียดมากค่ะ
ตุ๊กตา
ตอบ
 ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารยศศักดิ์  โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า กรณีหนี้บัตรเครดิต หากเป็นหนี้สินที่เกิดขึ้นจากคนใดคนหนึ่ง คนนั้นก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ หรือเรียกว่า "หนี้ใครหนี้มัน" คุณไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบแทนสามี และถึงแม้ว่าจะมีเจ้าหนี้โทรศัพท์มาทวง แต่ก็ไม่มีสิทธิที่จะมาตามให้คุณชำระหนี้แทนสามีได้
 แต่จากการที่คุณและสามีจดทะเบียนสมรสกัน ในทางกฎหมายถือว่า เป็นคนคนเดียวกัน และขณะนี้ก็ยังไม่ได้หย่าขาดจากกัน ก็ยังถือว่า เป็นบุคคลคนเดียวกันในทางกฎหมาย ดังนั้น หากเรื่องของหนี้บัครเครดิตของสามีได้ผ่านกระบวนการของศาล หรือมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น แล้วเลยไปถึงเรื่องของการบังคับคดี ถ้าถึงขั้นตอนนั้น จะมีผลกระทบต่อคุณแน่
 เนื่องจากเมื่อมีการบังคับทรัพย์เกิดขึ้น ก็จะต้องมีการตามสืบทรัพย์ที่สามีของคุณมีอยู่ อาจรวมไปถึงทรัพย์สินส่วนตัวของสามี หรือสินสมรสที่มีอยู่กับคู่สมรส ซึ่งในที่นี้ก็คือ บ้าน ที่สามีมีชื่อร่วมอยู่กับคุณ ในทางกฎหมายถือว่า เป็นสินสมรสระหว่างคุณกับสามี เจ้าหนี้จึงมีสิทธิทวงถามตามหนี้ในส่วนนี้ได้ครึ่งหนึ่ง 
 ทางที่ดี อาจจะเข้าไปเจรจากับสามี เพื่อขอให้เอาชื่อออกแล้วคุณก็หาผู้กู้ร่วมใหม่ที่คุณไว้ใจได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องคุยกับธนาคารด้วยว่า จะยอมให้คุณเปลี่ยนลูกหนี้ที่กู้ร่วมกับคุณเป็นคนอื่นได้หรือไม่ ต้องลองไปปรึกษากับธนาคารดูก่อนว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง
ลุงแจ่ม