
กลิ่นอายอินเดียคลอเคลียฟิฟตี้
19 ธ.ค. 2557
เกาะกระแสแฟชั่น : กลิ่นอายอินเดียคลอเคลียฟิฟตี้ : โดย...จ้าว ก.ไก่ ณ บางนา
เอาใจแฟชั่นนิสต้าชาวไทยให้ได้เริดหรูก่อนใครในเอเชียแปซิฟิค สำหรับแบรนด์ดังจากเมืองน้ำหอม "หลุยส์ วิตตอง" ด้วยว่าปีนี้หอบเอาคอลเลกชั่นเสื้อผ้า และเครื่องประดับ ประจำฤดูใบไม้ผลิ/ ฤดูร้อน 2015 ทั้งของสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ มาอวดโฉมที่ห้องเพนท์เฮ้าส์ สุโขทัย เรสซิเดนซ์ เมื่อวันก่อน
โดยคอลเลกชั่น เสื้อผ้าสุภาพสตรี ประจำซีซั่นฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ประจำปี 2015 ที่จะถึงนี้ นิโคลาส์ เฌสกิแยร์ พาย้อนเวลากลับไปในยุค 50s และ70s แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายสไตล์อังกฤษในแบบวินเทจและความโรแมนติกที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ในฤดูกาลนี้ ผู้หญิงของหลุยส์ วิตตองสามารถเดินทางข้ามยุคได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่เลือกสวมใส่เสื้อผ้าตัวโปรดต่างชิ้นที่มาจากต่างสมัยจากในตู้เสื้อผ้าแล้วปรับโฉมด้วยเซ้นส์แห่งการมิกซ์แมทช์ที่ล้ำเลิศก็สามารถเยื้องย่างได้ในทุกที่ที่ปรารถนา โครงเสื้อถึงจะเป็นการสร้างสรรค์ที่ต่อเนื่องมาจากคอลเลกชั่นที่แล้ว อาทิ โครงเสื้อที่ดูเนี้ยบกริบจากคอลเลกชั่นฟอล/วินเทอร์ 2014 หรือสไตล์ที่พลิ้วไหวโรแมนติก อย่างเสื้อในคอลเลกชั่นครูซ 2015 จะเห็นได้จากเสื้อแจ็กเก็ตที่เข้าคู่กับกางเกงคัตติ้งคมกริบ ต่างจากอีกลุคที่เป็นชุด "มินิเดรส" นับเป็นไฮไลท์ประจำซีซั่นนี้ ซึ่งตัดเย็บจากหนังปลาไหลเคลือบเงาลายทางสลับสองโทนสี ส่วนเทคนิคการตัดเย็บที่สะดุดตาของคอลเลกชั่นนี้ก็คือ การเย็บแบบ Overstitching บนกางเกงเดนิม การตกแต่งหัวซิปขนาดใหญ่และการใช้หนังเย็บกุ๊นตามขอบเสื้อผ้า
มาถึงคอลเลกชั่น "กระเป๋า" ไฮไลท์ยังคงอยู่ที่ไอคอนใบล่าสุดของแบรนด์อย่าง Petite Malle มาในหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ตัดเย็บจากผ้าใบสีน้ำตาลใบนุ่มไปจนถึงรุ่นสุดหรูที่ตัดเย็บจากหนังจระเข้สีแดงและสีเขียว แน่นอนว่านิโคลาส์ได้ออกแบบกระเป๋ารูปทรงใหม่สำหรับซีซั่นนี้ ชื่อว่า BasaceRonde กระเป๋าสะพายรูปทรงคล้ายอานม้า ที่ตกแต่งด้วยเทคนิคแพทช์เวิร์กของหนังต่างชนิดทั้งหนังวัว หนังกลับ และแม้แต่หนังปลาไหล ส่วน "รองเท้า" นั้นเต็มไปด้วยรายละเอียดต่างๆ อาทิ การตกแต่งด้วยส้นยางรูปทรงดอกโมโนแกรม การตัดเย็บด้วยหนังปลาไหลหลากสี หรือวัสดุใหม่อย่างผ้าใบโมโนแกรมสีแดงบนพื้นดำ ไปจนถึงการฉลุลายบนหนังของบู๊ท
มาถึงคอลเลกชั่น เสื้อผ้าสุภาพบุรุษ สปริง/ซัมเมอร์ 2015 คิม โจนส์ ผู้อำนวยการคอลเลกชั่นสุภาพบุรุษ ได้นำความประทับใจในการเดินทางไปยังราชสถาน และประทับใจถึงความยิ่งใหญ่ของมหาราชา ไสว ใจ สิงห์ (Sawai Jai Singh) ผู้สร้างนครสีชมพูหรือ ชัยปุระ รวมถึงความทรงจำแห่งนครสีขาวอุไดปูร์ สวนรันทัมบอร์ และพระราชวังทัชมาฮาลแห่งนครอัครา มาผสมผสานกัน โดยเฉพาะการตกแต่งเสื้อแบบอินเดียโบราณมาปรับให้ดูโมเดิร์นขึ้น อาทิ การนำกระจกสลักโลโก้ LV มาประดับเสื้อผ้าด้วยเทคนิคการปักกระจกของอินเดียที่ชื่อ ชิช่า (Shisha) ขณะเดียวกันลายกราฟฟิกที่เป็นเอกลักษณ์เห็นได้ทั้งคอลเลกชั่น ก็คือ ลายผ้าเทอร์เบิน ลายผ้าปักท้องถิ่น และ ลายหลุยส์ วิตตอง คาราโคแรม หลากสีทั้งสีช็อกกิ้งพิ้งค์ สีส้ม และสีฟ้า ซึ่งนอกจากจะเห็นอยู่บนลายเสื้อแล้ว ยังได้นำลายนี้มาทอเป็นผ้าลายก้างปลาแล้วตัดเย็บเป็นเสื้อแจ็กเก็ตผ้าวูลปกแหลมเข้ากับกางเกงเอวสูงขาตรง ให้มีกลิ่นอายแห่งอินเดียในยุค 70s อีกด้วย
สำหรับ "เครื่องหนัง" ผ้าใบโมโนแกรม ไอคอนของแบรนด์ ได้ถูกนำมาใช้ในกระเป๋าใบใหม่ 3 รุ่น ได้แก่ Doctor Bag ที่ตัดเย็บจากหนังกวางและกุ๊นขอบด้วยผ้าใบโมโนแกรม กระเป๋าเดินทางใบนุ่ม และกระเป๋า Tote ใบสูงที่ตกแต่งสายสะพายและป้ายกระเป๋าด้วยผ้าใบโมโนแกรม นอกจากนี้ยังมีกระเป๋า V Bag ที่ทำจากหนังนุ่มบางเบาและไม่ซึมน้ำ เหมาะกับหนุ่มนักเดินทางในยุคศตวรรษที่ 21 ใช้ได้ตั้งแต่เช้าเข้าออฟฟิศและไปยิมช่วงตกเย็น และโดดเด่นด้วยโลโก้ Gaston V ปิดท้ายที่คอลเลกชั่น "รองเท้า" ก็มีทั้งแบบโมเดิร์นและร่วมสมัย ไปจนถึงมาดสปอร์ตสุดล้ำด้วยรองเท้าผ้าใบทั้งสีขาวและดำที่ประดับหนังจระเข้



