ข่าว

บัญญัติแนะรัฐบาลปรับการทำงาน-ปชส.

บัญญัติแนะรัฐบาลปรับการทำงาน-ปชส.

08 ก.ค. 2552

“บัญญัติ” แนะ “รบ.” ใช้บทเรียนช่วง 6 เดือนปรับ “การทำงาน-ปชส.” ให้มากขึ้น ชี้ พูดกันเรื่องโครงการหลักๆ ที่อยู่ในความสนใจของประชาชนน้อยไปหรือไม่ เชื่อทำให้ “รบ.” ทำงานต่อไปได้ ไม่ถึงขั้นยุบสภากลางคัน เชื่อ “ม็อบเสื้อแดง” ทำอะไรไม่ได้ ยัน “ปชป.” มีทีมงานเก่

 (8ก.ค.) นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาท่ามกลางกระแสความขัดแย้งว่า ตนมองในทางดีว่าจะเริ่มดีขึ้น เพราะเมื่อผ่านมา 6 เดือนมาแล้วเชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาล คงต่างมานั่งวิเคราะห์กันว่างานที่ยังมีปัญหากันนั้นเป็นเพราะอะไร เมื่อมีการนำเสนออย่างเป็นทางการก็มักจะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์การโต้แย้งคัดค้าน ซึ่งเมื่อพรรคร่วมรัฐบาลสรุปปัญหาได้เช่นนี้ ต่อไปเวลามีโครงการอะไรเสนอก็จะได้หารือกันก่อนว่าโครงการนี้ประชาชนคิดอย่างไร

 กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตนกล่าวมานี้มากเป็นพิเศษ เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าประชาชนไม่ไว้ใจนักการเมือง ขณะเดียวกันจะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนถึงปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากภายนอกเพื่อให้ประชาชนเข้าใจ พร้อมๆ กับการให้ความหวังว่าผ่านขั้นตอนจากนี้ไปกี่เดือน ที่งบประมาณซึ่งรัฐบาลเสนอจะเป็นผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าการประชาสัมพันธ์ยังน้อยไป ดังนั้นเชื่อว่าหากทำความเข้าใจได้ทั้งประชาชนและพรรคร่วมรัฐบาล ก็ไม่น่าจะมีปัญหา และไม่น่าจะมีผลให้เกิดเหตุการณ์ขัดแย้งจนถึงขั้นต้องยุบสภากลางคัน

 “ผมว่าปัญหาการเมืองในวันนี้ เป็นปัญหาการเมืองที่ต้องสร้างความเข้าใจกันเป็นพื้นฐาน เพราะถ้าไม่ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าเขาประสบกับอะไรอยู่ ชีวิตเขาพอจะมีความหวังอะไรได้บ้างใน 3 เดือน 6 เดือนข้างหน้า เพราะฉะนั้น 6 เดือนที่ผ่านมาผมว่ามันเป็นคุณูปการว่า ในการทำงานระหว่างพรรคร่วมด้วยกันก็เห็นแล้วว่าอะไรเป็นปัญหาหรือไม่เป็นปัญหา และปัญหาความรู้สึกของประชาชนเกิดขึ้นจากอะไร อย่างไร และแม้จะยังคงมีปัญหามากมาย แต่ถ้าฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะรัฐบาลยืนอยู่บนจุดเหล่านี้ให้แข็งแรง และเอาประสบการณ์ บทเรียนที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ประคับประคองทิศทางการเมืองให้เดินไปข้างหน้าได้ มีความชัดเจนมากขึ้น ประชาชนรู้สาเหตุ ประชาชนรู้อนาคต ผมคิดว่ารัฐบาลน่าจะพอเดินหน้าต่อไปได้” นายบัญญัติ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนการทำงานในการพิจารณาโครงการต่างๆ ของพรรคร่วมรัฐบาลมีปัญหาพอสมควร นายบัญญัติ กล่าวว่า ถือเป็นบทเรียนที่ทำให้รู้สึกว่าการทำงานร่วมกันต่อไปนี้ จะต้องมีความรัดกุมมากขึ้น และในการนำเสนอแนวคิดเรื่องต่างๆ ก็น่าที่จะหารือกันเพื่อประเมินกระแสสังคมว่าเห็นด้วยหรือไม่ ตรงไหนยังมีจุดอ่อนอยู่และแก้ไขจุดอ่อนนั้น หากพรรคร่วมรัฐบาลย้อนกลับมาดูตามความเป็นจริง กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ยับยั้งโครงการของพรรคร่วมรัฐบาลนั้น เป็นเพราะกระแสสังคมเริ่มปฏิเสธต่อต้าน วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงก่อน ซึ่งถือเป็นภารกิจของรัฐบาลทั้งคณะที่ต้องทบทวน เพราะหากฝืนเดินไปข้างหน้า ก็เท่ากับปฏิเสธกระแสสังคม

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังคงมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมือง คิดว่าจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กลุ่มที่เคลื่อนไหวคงยังไม่หยุดกันง่ายๆ แต่เชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมือง หรือกลุ่มการเมือง ก็คงต้องระมัดระวังความรู้สึกของประชาชน ที่มีต่อความเคลื่อนไหว เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลซึ่งเป็นองค์กรหลัก จะช่วยกันสร้างความเข้าใจในหมู่ประชาชน ทั้งโดยตัวรัฐบาลเองและตัวบุคคลภายนอก ที่เป็นกลางทางการเมืองมีความรอบรู้ มาช่วยกันทำความเข้าใจและทำให้ประชาชนมีความรู้สึกว่า การแสดงออกของประชาชนต่อการเคลื่อนไหวทางการเมือง และต่อกิจกรรมทางการเมืองจะมีผลเป็นอันมาก ในการประคับประคองสถานการณ์ทางการเมือง ตนคิดว่าถ้าประชาชนเข้าใจและกล้าแสดงออกด้วย จะมีผลทำให้สถานการณ์เข้ารูปเข้ารอยได้ โดยได้เห็นได้ชัดในการออกมาแสดงความเห็นของภาคธุรกิจหลายครั้ง จากหลายสถาบันดูมีน้ำหนัก ทำให้ทั้งนักการเมืองและกลุ่มการเมืองฟัง และระมัดระวังในการเคลื่อนไหว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ม็อบเสื้อแดงที่นัดจะกลับมารวมตัวกันในช่วงวันเกิดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือไม่ นายบัญญัติ กล่าวว่า ยังไม่คิดว่าจะทำได้ขนาดนั้น แต่สิ่งสำคัญคือประชาชนต้องรู้เท่าทันและช่วยกันแสดงออกว่า การเคลื่อนไหวบางอย่างเป็นการเคลื่อนไหว ด้วยความสุจริตใจบนพื้นฐานของสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือมีวาระซ้อนเร้นทำเพื่อใคร ซึ่งคิดว่าถ้าประชาชนเข้าใจสิ่งนี้ และกล้าแสดงออก จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นแน่นอน

 ส่วนการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณที่ผ่านมา มีผลต่อการเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่อีสานนั้น กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ช่วงที่แล้วมาต้องยอมรับความจริงว่าประชาชนบางพื้นที่ มีโอกาสที่จะรับข้อมูลข่าวสารครบถ้วนยังไม่มี เพราะข้อมูลจากสื่อยังไม่ถึงเต็มที่ ขณะที่การรับข้อมูลโดยตรงจากกลุ่มคนเสื้อแดง มีการกระทำอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นคิดว่าในวันนี้บทบาทของสื่อถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยสร้างความเข้าใจกับประชาชน และช่วยกันเตือนสติทุกฝ่าย โดยเฉพาะนักการเมืองว่าทำอะไรไปแล้วจะเป็นประโยชน์ หรือสร้างความแตกแยกมากขึ้น

 นายบัญญัติ กล่าวถึงการเตรียมการเลือกตั้งสมัยหน้า ที่พรรคประชาธิปัตย์จะต้องต่อสู้กับพรรคใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย ที่แม้ยังไม่มีหัวหน้าพรรคแต่ยังมีส.ส.สูสีกับพรรคประชาธิปัตย์ว่า พรรคเพื่อไทยอาจจะมีความรู้สึกว่า ยังไม่มีผู้นำที่เป็นที่น่าพอใจ ก็ได้คำตอบว่าอยู่อย่างนี้ก็ดี เพราะบางครั้งสามารถเรียกคะแนนนิยมหรือคะแนนสงสารได้ว่า วันหนึ่งคนที่ส.ส.ในพรรคเชื่อมั่นว่ายังมีศักยภาพอาจจะได้กลับมาเป็นหัวหน้าจริงๆ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นภารกิจที่ประชาชนต้องเข้าใจ ขณะเดียวกันการที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็มีภารกิจที่หนักหน้าสาหัสมากจนแทบไม่มีเวลามาทำงานให้พรรคการเมือง ซึ่งตรงนี้ถือเป็นความเสียเปรียบ และทุกครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาลจะเจอปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจที่หนักหน่วงด้วย อย่างไรก็ตามในส่วนของความพร้อมในการเตรียมผู้สมัครรับเลือกตั้งสมัยหน้านั้น ขณะนี้ทีมเก่ามีพร้อมอยู่แล้วทุกเขตเลือกตั้ง เพียงแต่เห็นว่าต้องปรับปรุงทีมใหม่กันบ้างเพื่อความทะมัดทะแมง และยังไม่มีข่าวการย้ายพรรค

 ส่วนกรณีของนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ที่ตอนนี้มีความสนิทสนมกับนายสมชาย วงศ์สวัสด์ น้องเขยของพ.ต.ท.ทักษิณนั้น นายบัญญัติ กล่าวว่า นายสุทัศน์มีความสนิทสนมกับนายสมชาย ตั้งแต่สมัยที่นายสุทัศน์เป็นรมว.ยุติธรรม และนายสมชายเป็นปลัดกระทรวง และถือเป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อนายสมชายไปพื้นที่อีสานแล้วจะรับประทานอาหารร่วมกัน ซึ่งไม่มีอะไรเป็นพิเศษ และนายสุทัศน์ยังยืนยันอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์