
ลีลาสปช.ถกประเด็นฮอตร่างรัฐธรรมนูญ
ลีลาสปช.ถกประเด็นฮอต ร่างรัฐธรรมนูญ : ประภาศรี โอสถานนท์รายงาน
เปิดเวทีสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) 3 วัน เพื่อถกข้อเสนอแนะคณะกรรมาธิการ 18 คณะของสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อให้เป็นข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มี บวรศักด์ อุวรรณโณ เป็นประธาน นำไปเป็นข้อมูลประกอบเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
แต่ละคณะก็นำข้อมูลมานำเสนออย่างมากมาย ซึ่ง สปช.ทั้งหมดก็ไม่ใช่มือใหม่ แต่ละคนล้วนมีประสบการณ์อย่างมากมาย จึงไม่เคอะเขินหรืออภิปรายตะกุกตะกัก เรียกว่า ผ่านฉลุย..???
2 วันบรรยากาศสีสันก็ไม่หวือหวา ถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน จะมีก็ "ปู่ชัย” ชัย ชิดชอบ นักการเมืองรุ่นลายคราม โชว์ความเก๋า วาดลวดลายอภิปรายงปบระมาณด้านการศึกษา แต่แค่พูดเริ่มต้นสมาชิกเงี่ยหูฟังตั้งอกตั้งใจ แม้ที่ประชุมจะกำหนดเวลาให้สมาชิกอภิปรายได้คนละ 6 นาที โดยหมดเวลาก็มีเสียงออดสัญญาณหมดเวลา
แต่ละคนก็มีเทคนิคและชั้นเชิงที่ต่างกันในการอภิปรายไม่ให้เกินเวลาที่กำหนดไว้ บางคนก็ขอต่อเวลาเล็กๆ น้อยๆ แต่บางคนก็ขอใช้คำย่อแทนคำเต็มเ ช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็พูดสั้นๆ แค่ ท้องถิ่น ก็ประหยัดเวลาไปได้ 3-4 วินาที
บางคนก็ใช้ ”ตัวช่วย” คือ การใช้เพาเวอร์พอยท์มาเป็นตัวช่วยการอภิปรายให้สมาชิกให้เข้าใจง่ายและประหยัดเวลา???
แต่สำหรับ "ปู่ชัย” ทำให้ประธาน สปช. "เทียนฉาย กีระนันทน์” ยังต้องยอมทดเวลาให้ ไม่วายยังมีหยิกแกมหยอกแกมจะน้อยใจประธานเทียนฉาย ว่า...
"งบประมาณด้านการศึกษาไปลงที่ "จุฬาฯ" หมด" ทำเอาท่านประธานหัวเราะลั่น ไม่เก็บอาการ เพราะมุกที่ปู่ชัยหยอกมันใกล้ตัว เนื่องจากท่านประธานเคยเป็นอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาก่อน ก่อนตบมุกจบเรียกเสียงฮาหนแรก หลังไม่ได้ยินเสียงในห้องประชุมอย่างยาวนาน
เข้าสู่วันที่สาม บรรยากาศเริ่มเข้มข้นขึ้น เพราะวันนี้มี 3 คณะกรรมาธิการที่จะให้สมาชิกร่วมถก คือ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดิน คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง โดยทั้ง 3 คณะมีสมาชิก สปช.แจ้งขออภิปรายทั้งหมด 72 คน
ขณะที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองถูกจองกฐินถึง 35 คน เพราะมีประเด็นสำคัญที่จะนำเสนอคือ การเลือกนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีโดยตรง..!
แค่เข้าสู่การประชุม ซึ่งช่วงนั้น “ทัศนา บุญทอง” รองประธาน สนช.คนที่ 2 ก็ขึ้นบัลลังก์นั่งเป็นประธาน เพื่อถกประเด็นการปกครองส่วนท้องถิ่น ก็เจอนักการเมืองแดนอีสานอย่าง "พี่ตุ้ย" เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง สมาชิก สปช.กาฬสินธุ์ ซึ่งอดีตเป็นทั้งส.ส.และส.ว.มาก่อน หยอกเอิง
ผู้คร่ำหวอดลุกขึ้นมาอภิปรายหยอดคำหวานให้รองประธาน ”หญิง” ก่อน ว่า "เป็นคนสวย เก่ง ควบคุมการประชุมได้เป็นอย่างดี" เล่นเอารองประธานทัศนายิ้มแป้น ทำให้บรรยากาศการประชุมป็นไปอย่างราบรื่น
แต่ในช่วงบ่ายบรรยากาศเริ่มดุเดือด เมื่อเข้าสู่ประเด็นของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง เพราะมีสมาชิก สปช.จองคิวจ้องถล่มการเลือกนายกฯ และครม.โดยตรง ถึง 35 คน ซึ่งสมาชิกที่อยู่บริเวณด้านนอกห้องประชุมก็เริ่มทยอยเข้ามาภายในห้องประชุมมากกว่าช่วงอื่นๆ
แค่เริ่มต้นก็เล่นเอาคอการเมืองซี้ดซ้าด ตั้งอกตั้งใจฟังการประชุมเต็มที่ เพราะช่วงแรกก็เปิดคิวให้กรรมาธิการเสียงข้างน้อยหรือฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับโมเดลเลือกตั้งนายกฯ ได้อภิปรายก่อน
ซึ่งไม่ก็ไม่ผิดหวัง เมื่อเจ้าเก่า "ปู่ชัย" ที่ออกตัวแรงมาก่อนหน้านี้ ได้ลุกขึ้นด้วยทีท่าทะมัดทะแมง ก่อนการอภิปรายก็ยังไม่ทิ้งลีลาคนการเมืองที่เจนสนาม ด้วยการแนะนำตัวว่า เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ตัวเองเป็นตัวแทนมาจากพรรคการเมือง คือ ภูมิใจไทย ซึ่งไม่เหมือนวันแรกที่ "ปู่ชัย" ยังอมพะนำ แค่บอกว่า มาจากพรรรค...เรียกได้ว่า ไม่ต้องเป็น ”อีแอบ” กันต่อไป
การอภิปรายก็มีจังหวะจะโคนลงเสียงหนักเบา เล่นเอาสมาชิก สปช.ที่กำลังง่วงๆ หรือสนใจเรื่องอื่นต้องหันมาฟังนักการเมืองหลายสมัยคนนี้ ซึ่ง ”ปู่ชัย” อภิปรายค้านหัวชนฝากับระบบเลือกนายกฯ โดยตรง ยกเหตุผลมาสนับสนุน...
"ในการเลือกตั้งระบบเขตที่ผ่านมามีการซื้อเสียงราคาหัวละ 100-500 บาท แต่หากให้เลือกตั้งนายกฯ และครม.โดยตรง ผมขอรับประกันว่า จะมีการซื้อเสียงหัวละ 1,000-10,000 บาทแน่นอน"
"อีกทั้งที่ผ่านมา กกต.ไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะไม่สามารถส่งคนไปคุมทั้ง 8 หมื่นหมู่บ้านได้ และเขาถือเงินเป็นกระเป๋าเจมส์บอนด์ และเปลี่ยนมาเป็นเป้สะพายหลังของทหารและลงสู่หมู่บ้าน"
ก่อนที่จะตบท้ายแบบเก๋าๆ ว่า "หากทำตามข้อเสนอของผม ก็ให้โชคดี แต่หากทำตามข้อเสนอของคณะกรรมาธิการก็ขอให้ไม่โชคดี"
นอกจากนี้ยังมีกรรมาธิการเสียงข้างน้อย รวมถึงสมาชิก สปช.อีกจำนวนหนึ่งที่คัดค้านการเลือกตั้งตรงนายกฯ อย่างหัวชนฝา อย่าง นันทวัฒน์ บรมานันท์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงกับบอกว่า จะเป็นการเปิดโอกาสให้ทุนเข้ามาครอบงำการเมือง และบอกว่า เราไม่สามารถเลือกนายกฯ โดยตรงได้ หากไม่สามารถแก้ปัญหาซื้อสิทธิ์ขายเสียงได้
พอถึงคิวกลุ่ม 40 อดีตส.ว.ที่ปัจจุบันสวมหมวก สปช.ลุกขึ้นอภิปรายก็เกิดการพาดพิงขึ้นระหว่างกลุ่มอดีต ส.ว. กับ ดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิก สปช.จากนนทบุรี ที่มีการอภิปรายโยงไปถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 จนมีการตอบโต้กันไปมาพอหอมปากหอมคอ เหมือนการหยิบเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ แต่ก็ไม่ได้เกิดเหตุการณ์อะไรที่รุนแรง อย่างที่รู้ๆ กัน หัวข้อนี้ แตะกันเมื่อไร ต้องมีการตอบโต้กัน ไม่ว่าจะเป็นเวทีไหน
แต่ดูเหมือนว่าฝั่ง ส.ว.เลือกตั้งจะมีเพียง "ดิเรก ถึงฝั่ง" ขณะที่ ส.ว.สรรหาที่ลุกขึ้นชี้แจงมี 2 คน คือ "วันชัย สอนศิริ-คำนูณ สิทธิสมาน"
แต่สุดท้ายเรื่องราวก็จบลง เมื่อต่างคนต่างได้ชี้แจง ต่างได้พูดอย่างที่อยากพูด
อย่างไรก็ตาม การถกข้อเสนอของ สปช.ครั้งนี้ ต้องขอชมเชยบรรดาสมาชิก สปช.ที่รักษาเวลาการอภิปรายได้อย่างดีเยี่ยม แม้บางคนจะขอ ”ต่อเวลา” แต่ก็ไม่มากมาย ทำให้การอภิปรายเป็นไปตามกรอบเวลาที่ได้ตกลงกันไว้
ไม่เพียงเท่านี้ ยังรวมไปถึงคนที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมก็ทำหน้าที่ได้อย่างดี มีการตักเตือนสมาชิกที่อภิปรายเพลินจนเกินเวลาไปบ้าง แต่ก็ไม่มีปัญหา ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น..!!!



