ข่าว

อนุญาตฝากขัง'พงศ์พัฒน์'ครั้งที่3

อนุญาตฝากขัง'พงศ์พัฒน์'ครั้งที่3

17 ธ.ค. 2557

ศาลอนุญาตฝากขังครั้งที่ 3 'พงศ์พัฒน์-เครือข่าย' รวม 10 ราย คดีหมิ่นเบื้องสูง-ฟอกเงิน-พ.ร.บ.สัตว์ป่า อีก 12 วัน ขณะที่ตำรวจค้านประกัน

 
                               17 ธ.ค. 57  พ.ต.ท.สมเกียรติ ตันติกนกพร พนักงานสอบสวนตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 3 พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อายุ 58 ปี อดีต ผบช.ก. และ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อายุ 59 ปี อดีต รอง ผบช.ก. ผู้ต้องหาคดีร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทฯ , เจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ฯ , เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ฯ , เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 , 149 และ 157 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ
 
                               ด.ต.สุรศักดิ์ จันทร์เงา อายุ 50 ปี อดีตผู้บังคับหมู่ กก.ปพ.บก.ป. และ ด.ต.ฉัตรินทร์ หรือจักรินทร์ เหล่าทอง อายุ 48 ปี อดีตผู้บังคับหมู่ กก.ปพ.บก.ป. ฐานเป็นเจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 , 149 และ 157
 
                               นางปิยพรรณ ชินนะประภา อายุ 56 ปี และนายชอบ ชินนะประภา อายุ 60 ปี สามีภรรยา ซึ่งเป็นน้องสาวและน้องเขยของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ผู้ต้องหาคดีร่วมกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กระทำความผิดฐานฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟองเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (5) (9) และมาตรา 5 (1) (2) และมาตรา 60 
 
                               โดยคำร้องระบุว่า ตามคำร้องฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 2 ลงวันที่ 4 ธ.ค. ซึ่งศาลอาญาอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหา ทั้ง 6 คน มีกำหนด 12 วัน นับตั้งแต่วันที่  6 - 17 ธ.ค.นั้น การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากต้องทำการสอบปากคำพยานสำคัญอีก 35 ปาก รอผลการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินจากธนาคารที่เกี่ยวข้อง รอตรวจสอบและประเมินราคาทรัพย์ที่ตรวจยึดจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และรอผลการตรวจพิสูจน์หรือเปรียบเทียบของกลางกับผู้ต้องหาจากกองพิสูจน์หลักฐาน ด้วยเหตุและความจำเป็นดังกล่าว จึงขอฝากขังผู้ต้องหาทั้งหกอีกเป็นครั้งที่ 3 มีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 18 - 29 ธ.ค.นี้ พนักงานสอบสวนขอคัดค้านขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานรวมถึงเป็นอุปสรรค หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของพนักงานสอบสวนได้
 
                               วันเดียวกันนี้ พ.ต.ท.สมเกียรติ ตันติกนกพร ได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 3 พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อายุ 55 ปี อดีต ผบก.รน. ผู้ต้องหาคดีเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ฯ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และ 157 และ พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ อายุ 46 ปี อดีต ผกก.4 บก.ปคบ. ฐานเป็นเจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 , 149 และ 157
 
                               โดยคำร้องฝากขังสรุปว่า ตามที่ศาลอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 2 ทั้ง 2 คน มีกำหนด 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 6 - 17 ธ.ค.นั้น พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานมาโดยตลอด แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากต้องสอบสวนปากคำพยานปากสำคัญอีก 14 ปาก รอผลการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินจากธนาคารที่เกี่ยวข้อง รอผลตรวจสอบและประเมินราคาทรัพย์สินที่ตรวจยึดจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และรอผลการสอบสวนขยายผลถึงสถานที่เก็บซ่อนทรัพย์สินเพิ่มเติม จึงขอฝากขังผู้ต้องหาอีกเป็นครั้งที่ 3 มีกำหนด 12 วัน นับแต่วันที่ 18 - 29 ธ.ค.นี้ และหากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว พนักงานสอบสวนขอคัดค้าน เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน การปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาอาจเป็นอุปสรรค หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของพนักงานสอบสวนได้
 
                               นอกจากนี้ พ.ต.ท.วีระวุฒิ บำรุงสวัสดิ์ พนักงานสอบสวนตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 3 นายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์เดช อายุ 57 ปี และนางสวงค์ มุ่งเที่ยง อายุ 54 ปี สองสามีภรรยา ผู้ต้องหาคดีร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มาตรา 19 และ 47
 
                               โดยคำร้องระบุว่า ตามที่ศาลอาญาอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 2 มีกำหนด 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 6 - 17 ธ.ค. พนักงานสอบสวน ทำการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานมาโดยตลอด แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากต้องสอบสวนปากคำพยานอีก 3 ปาก และรอผลการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร , ผลการตรวจพิสูจน์ซากสัตว์ป่าคุ้มครองของกลาง จากผู้เชี่ยวชาญของกรมประมง และกรมกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มาประกอบสำนวนการสอบสวน จึงขอฝากขังผู้ต้องหาอีกเป็นครั้งที่ 3 มีกำหนด 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 18 - 29 ธ.ค.นี้
 
                               ทั้งนี้การฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 10 คน ศาลดำเนินการผ่านระบบการสื่อสารทางจอภาพ หรือวิดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์ ไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง ที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ขณะที่ผู้ต้องหาไม่คัดค้าน ศาลจึงอนุญาตฝากขังครั้งที่ 3 ผู้ต้องหาทั้งหมดได้ตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอ