
เงินช่วยเหลือเกษตรกร จัมพ์สตาร์ทศก.ท้องถิ่น
19 ธ.ค. 2557
ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : เงินช่วยเหลือเกษตรกร จัมพ์สตาร์ทศก.ท้องถิ่น : โดย...ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี
ราคาพืชผลทางการเกษตรที่ยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลต่อกำลังซื้อของชาวนา 3.5 ล้านราย และชาวสวนยางพารา 1.2 ล้านราย คิดเป็นสัดส่วนถึง 85% ของเกษตรกรทั่วประเทศ รัฐบาลจึงกำหนดมาตรการช่วยเหลือพร้อมกับดูดซับผลผลิตทางการเกษตรไปพร้อมกัน ซึ่งประกอบด้วยวงเงินช่วยเหลือชาวนา รวม 9.55 หมื่นล้านบาท และวงเงินช่วยเหลือชาวสวนยางพารา รวม 3.85 หมื่นล้านบาท นอกจากตัวเกษตรกรซึ่งเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงแล้ว ธุรกิจท้องถิ่นอีกหลายกลุ่มจะมีเม็ดเงินผันเข้าไปหาด้วย
จากการศึกษาผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรพบว่าเม็ดเงินดังกล่าวจะถูกกระจายไปในแต่ละภูมิภาคที่แตกต่างกันตามผลผลิตและเนื้อที่เพาะปลูก โดยพบว่าเกษตรกรในภาคอีสานจะมีเม็ดเงินช่วยเหลือเข้าไปหมุนเวียนมากที่สุดราว 6.37 หมื่นล้านบาท รองลงมาเป็นภาคใต้ 2.82 หมื่นล้านบาท และภาคเหนือราว 2.67 หมื่นล้านบาท ส่วนเม็ดเงินที่เหลืออีก 1.53 หมื่นล้านบาท จะกระจายเข้าสู่ภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศ
นอกจากนี้แล้ว เมื่อวิเคราะห์เชิงลึกผ่านโครงสร้างการผลิตและการจับจ่ายใช้สอยของเกษตรกร พบว่าธุรกิจท้องถิ่นที่ได้รับผลดีจากมาตรการนั้นมีหลายกลุ่ม ขึ้นอยู่กับประเภทของเงินช่วยเหลือ โดยประเมินว่า เงินช่วยเหลือชาวนาและชาวสวนยาง รวม 4.8 หมื่นล้านบาท ที่กำลังเร่งเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ จะส่งผลดีทันทีกับกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม ค้าปลีกเครื่องใช้ในบ้าน การศึกษา บันเทิงและสันทนาการ สอดคล้องกับช่วงฤดูกาล และการจัดโปรโมชั่นของร้านค้าช่วงปลายปีและต้นปีหน้า จึงเป็นเม็ดเงินส่วนแรกของมาตรการที่สามารถเข้าขับเคลื่อนภาคธุรกิจท้องถิ่นในช่วงปลายไตรมาส 4 และต้นไตรมาส 1 ปีหน้าหากเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
ส่วนเงินสินเชื่อ รวม 8.54 หมื่นล้านบาท ซึ่งในส่วนของข้าวนั้น เปิดให้ชาวนาในภาคอีสานและภาคเหนือเข้าร่วมโครงการได้ถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า และในส่วนของยาง สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที โดยเม็ดเงินก้อนนี้จะส่งผลดีต่อกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ได้แก่ เครื่องจักรกลเกษตร ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง น้ำมันเชื้อเพลิง และรวมถึงธุรกิจกลุ่มการบริโภคก็จะได้อานิสงส์ต่อเนื่อง จึงทำให้เศรษฐกิจในท้องถิ่นมีสภาพคล่องมากยิ่งขึ้น เสริมความเชื่อมั่นในการจับจ่ายและลงทุนของธุรกิจท้องถิ่น
อย่างไรก็ดี มาตรการของกรมชลประทานที่ขอความร่วมมือชาวนา 26 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลองงดทำนาปรังเพื่อลดผลกระทบจากภัยแล้ง เป็นประเด็นที่จะส่งผลลบต่อพื้นที่ภาคกลาง แม้จะมีมาตรการช่วยเหลืออื่นเข้ามาเสริม อาจได้รับผลกระทบด้านรายได้จากปริมาณผลผลิตข้าวที่ลดลงในช่วงจำกัดพื้นที่เพาะปลูกดังกล่าว
ทั้งนี้ มาตรการเหล่านี้จะมีประสิทธิผลมากเพียงใด ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการเบิกจ่ายและจำนวนเงินที่ออกสู่ระบบพร้อมๆ กัน ซึ่งหากทำได้รวดเร็วเต็มอัตรา คงช่วยจัมพ์สตาร์ทเศรษฐกิจท้องถิ่นได้เป็นแน่
--------------------------
(ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : เงินช่วยเหลือเกษตรกร จัมพ์สตาร์ทศก.ท้องถิ่น : โดย...ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี)



