
'ประยุทธ์'ปธ.ต่อต้านทุจริต
17 ธ.ค. 2557
'ประยุทธ์' ลงนามคำสั่ง คสช. ตั้งคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ พร้อมนั่งเก้าอี้ประธานเอง หวังเป็นศูนย์กลางป้องกันปราบปรามคอร์รัปชั่นให้เป็นระบบเกิดรูปธรรม
17 ธ.ค. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ลงนามคำสั่ง คสช. ที่ 127/2557 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2557 โดยมีรายละเอียดว่า เนื่องจาก คสช.มีนโยบายสำคัญและเร่งด่วนในการป้องกัน ขจัดการทุจริต และประพฤติมิชอบ ซึ่งแม้ในปัจจุบันจะมีหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสาน และติดตามผลการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทำให้การกำกับดูแล ติดตาม ประเมินผล และผลักดันการดำเนินการตามนโยบายในเรื่องดังกล่าวยังไม่เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้มาตรา 42 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ได้บัญญัติให้ในกรณีที่ คสช.เห็นว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ควรดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในเรื่องใด ให้ คสช.แจ้งให้ ครม.ทราบ เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป เพื่อให้การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างเหมาะสม และสามารถผลักดันนโยบายในเรื่องของการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทาง คสช. จึงมีคำสั่งดังนี้
1. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งภายใน คสช. เรียกว่า "คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ" ประกอบด้วย หัวหน้า คสช. เป็นประธานฯ , หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของ คสช. เป็นรองประธานฯ , ผู้ดำรงตำแหน่งใน คสช.ที่หัวหน้า คสช.มอบหมายให้ไม่เกิน 3 คน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งหัวหน้า คสช.แต่งตั้งอีกไม่เกิน 9 คน เป็นกรรมการ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการ หัวหน้า คสช.อาจขอให้ ครม.มีมติให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการฯ ตามความจำเป็นและเหมาะสม ทั้งนี้ให้ประธานกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐเป็นกรรมการและเลขานุการ
2. คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ 1) จัดทำแนวทางและมาตรการในการบูรณาการเพื่อเสริมสร้างและประสานความร่วมมือในการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบระหว่างหน่วยงานของรัฐหรือภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและไปในทิศทางเดียวกัน และเสนอให้ ครม.ทราบ เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป 2) ติดตามประสานและสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินงานของคณะกรรมการตามกฎหมาย หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องตลอดจนพิจารณาข้อเสนอของภาคเอกชนในการต่อต้าน ป้องกัน และขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ 3) จัดทำผลการดำเนินการและเสนอแนะความคิดเห็นหรือกลไกการดำเนินการที่จำเป็นต่อ ครม. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินหรือเพื่อมีมติสั่งการให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการ 4) จัดทำข้อเสนอแนะในการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประกอบการพิจารณาตามที่เห็นสมควร 5) ในกรณีที่เห็นสมควรอาจแจ้งต่อหัวหน้า คสช. เพื่อขอให้การประชุมร่วมกันของ คสช.และ ครม. เพื่อปรึกษาหารือหรือพิจารณาแนวทางการดำเนินการให้การแก้ไขปัญหาในเรื่องของการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นรูปธรรมมากขึ้น 6) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อพิจารณาหรือช่วยเหลือในการปฏิบัติงานตามความจำเป็น 7) เชิญเจ้าหน้าที่ บุคคล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง ความเห็น หรือคำแนะนำทางวิชาการ หรือเรียกเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามความจำเป็น 8) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่หัวหน้า คสช.มอบหมาย
3. ให้เสนอคำสั่งนี้ให้ ครม.พิจารณา เพื่อมอบหมายให้สำนักงบประมาณอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานและรับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานตามคำสั่งนี้ และพิจารณาเบิกจ่ายเบี้ยประชุมให้เป็นไปตาม พ.ร.ฎ.ว่าด้วยเบี้ยประชุมกรรมการและการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการอื่นๆ ที่จำเป็นเพื่อให้การเบิกจ่ายเป็นไปตามระเบียบทางราชการ โดยเบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงบประมาณ ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
หวิดเดี้ยง ! กิ่งไม้หักใส่ขบวนรถนายกฯ
เมื่อเวลา 09.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "คืนความสุขให้เธอ...เยาวชน" ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลอง ถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย กรุงเทพฯ เสร็จสิ้น และอยู่ระหว่างเดินทางกลับมายังทำเนียบรัฐบาล ได้เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้น โดยขณะที่ขบวนรถของนายกรัฐมนตรี ได้ออกจากท้องฟ้าจำลอง และเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสุขุมวิท (สุขุมวิท 40) ขาเข้าบริเวณหน้าโรงเรียนปทุมคงคา เกิดเหตุกิ่งต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ หรือต้นตาเบบูญ่า ขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ฟุต ที่ปลูกอยู่บริเวณทางเท้าได้หักลงมาฟาดใส่ขบวนรถของพลเอกประยุทธ์ โดยเฉียดรถเบนซ์ ทะเบียน ญค 1881 กรุงเทพมหานคร เพียงเล็กน้อย และโดนเข้ากับรถมอเตอร์ไซค์ คาวาซากิ สีดำ ซึ่งเป็นรถของทีมรักษาความปลอดภัย ซึ่งมีทหารจากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21) จำนวน 2 นาย ขี่ประกบข้างรถนายกรัฐมนตรีอย่างแรง รถไถลไปประมาณ 10 เมตร ทำให้ จนท.ที่ขับขี่ได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือขวา ส่วน จนท.ที่ซ้อนท้ายได้รับบาดเจ็บที่สะโพกด้านขวา ส่วนรถเบนซ์ของนายกรัฐมนตรี ถูกเศษกิ่งไม้กระเด็นโดนประตูด้านซ้าย มีรอยเพียงเล็กน้อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่เกิดเหตุพลเอกประยุทธ์ ได้สั่งรถชะลอ และสอบถามถึงอาการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 2 นาย เมื่อได้รับทราบว่าไม่ได้รับบาดเจ็บมาก จึงได้เคลื่อนขบวนรถเพื่อกลับมาปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากนายกรัฐมนตรี จะต้องเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเวลา 10.30 น. และได้สั่งการให้หัวหน้าชุดรักษาความปลอดภัยดูแลเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นาย รวมทั้งเมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงทำเนียบรัฐบาลได้แสดงความเป็นห่วงพร้อมสอบถามทีมรักษาความปลอดภัยด้วยว่า มีใครเป็นอะไรมากหรือไม่ และสั่งการให้ดูแลเป็นอย่างดี
ทั้งนี้เมื่อขบวนรถของนายกรัฐมนตรีได้เคลื่อนออกไป เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้นำผู้บาดเจ็บทั้ง 2 นายส่งโรงพยาบาลทันที พร้อมสั่งการไม่ให้มีการให้ข้อมูลใดๆ กับสื่อมวลชน และไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ โดยแจ้งว่ามีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนสาเหตุถือเป็นอุบัติเหตุปกติเนื่องจากมีลมพัดแรงทำให้กิ่งไม้ ซึ่งตรวจสอบแล้วมีโพรงผุอยู่ด้านในหักลงมาและบังเอิญเป็นช่วงที่ขบวนรถผ่านพอดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ที่หักโค่นลงมานั้นมีอายุค่อนข้างมาก คาดว่าปลูกมานานแล้ว ประกอบกับช่วงเช้าวันเดียวกันนี้มีลมแรง เนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาว จึงทำให้กิ่งไม้ดังกล่าวหักโค่นลงมา อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญกับขบวนรถของนายกรัฐมนตรีทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ ประสานกับเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดของกรุงเทพมหานครเข้าเคลียร์พื้นที่เพื่อตัดกิ่งไม้ที่เกิดเหตุ หลังจากที่มีการเก็บหลักฐานทั้งหมดโดยมี พ.อ.อมฤต บุญสุยา รองผบ.รอ.21 หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรีร่วมตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ โดยยืนยันว่าเป็นเรื่องอุบัติเหตุไม่ใช่การกระทำของมนุษย์หรือการลอบปองร้ายแต่อย่างใด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครยังได้ประสานไปยังผู้บังคับบัญชาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมสั่งการให้เร่งสำรวจต้นไม้ริมฟุตปาธในถนนทั้งหมดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุเกิดขึ้นอีก
ย้ำปฏิรูปไม่ง่าย
เมื่อเวลา 08.30 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "คืนความสุขให้เธอ...เยาวชน" ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลอง ถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย กรุงเทพฯ โดยกล่าวช่วงหนึ่งว่า ที่ผ่านมาตนไม่มีโอกาสได้เรียนมากนัก ถึงวันนี้ผ่านการทำงานมา 38 ปี ไม่ได้ไปไหนถูกเชิญมาก็ไม่มีโอกาสได้ไป เพราะติดราชการชายแดน เป็นงานด้านความมั่นคง ซึ่งปัจจุบันงานด้านความมั่นคงรอบบ้านเราดีแล้ว ต่างมีความเชื่อมั่นในรัฐบาลและตน ทุกวันนี้เราไม่มีปัญหาเรื่องชายแดน พอพูดคุยกันได้ แต่มีปัญหาเรื่องเดียว คือ ปัญหาภายในประเทศของเรา ที่ผ่านมาเราอยู่กันอย่างสุขสงบเรื่องดีๆ มีให้คิดตั้งเยอะอยู่กันได้ตั้งนาน แต่ก็อุตส่าห์มาคิดเรื่องทะเลาะกันจนได้ คนไทยช่างคิด อะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็เอามาขยายเป็นเรื่องใหญ่โต แทนที่จะคิดกันเรื่องการพัฒนาประเทศ ซึ่งวันนี้เราอยู่ในขั้นตอนการปฏิรูป จึงอยากชี้แจงว่ามันไม่ใช่เรื่องปกติ การปฏิรูปใดๆ ไม่มีอะไรที่ง่าย ไม่ใช่เรื่องปกติ และไม่สามารถทำได้ในเวลาอันสั้น การปฏิรูปต้องมีถึง 3 ระยะ ระยะที่ 1 เราทำไปแล้ว ปฏิรูปทุกอย่างให้เร็วขึ้น มีความทันสมัย โดยการดำเนินการของ คสช.เพราะมันเป็นรัฏฐาธิปัตย์ แต่วันนี้เราก็ใช้การบริหารราชการแผ่นดินตามปกติเป็นส่วนใหญ่ ตนไม่อยากใช้อำนาจ แต่เราต้องใช้เวลา ระหว่างนี้จึงต้องขอความร่วมมือช่วยกันลดแรงกดดัน
"วันนี้เราแก้ปัญหาในหลายๆ ด้าน ทั้งปัญหาด้านความมั่นคง ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งทุกอย่างเริ่มดีขึ้น มีการติดไฟฟ้าส่องสว่างถึง 15,000 จุดทั่วประเทศ เพื่อลดปัญหาอาชญากรรมและความไม่ปลอดภัย ซึ่งไม่ใช่เพราะผมเก่ง เพียงแต่สามารถสั่งงานแบบบูรณาการได้ บูรณาการงาน คน และแผนงานต่างๆ ได้ โดยต้องทำให้เกิดความโปร่งใส แต่ต้องยอมรับว่า คนที่จ้องจะโกงก็มีความพยายามโกง ต้องจับให้ได้ ซึ่งมีจำนวนมาก ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ โดยใช้กฎหมายเป็นหลักในการดำเนินการ จะไปตัดสินกันเองไม่ได้ ผมพร้อมใช้อำนาจทุกอย่างเพื่อให้ประเทศชาติปลอดภัยไม่ต้องห่วง ไอ้คนที่ชอบออกมาพูดวันนี้ พูดมากๆ ก็ขอให้ระวัง ไปเขียน ไปวิจารณ์ ตอนอยู่ทำไมไม่ทำ พอถึงวันนี้บอกว่าห่วงเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่ตอนอยู่กลับไม่ทำ วันนี้รัฐบาลพยายามที่จะปรับแก้และเปลี่ยนแปลง"
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เรื่องปัญหาราคายางพารา วันนี้มีการเรียกร้องที่จะให้มีการปรับขึ้นในราคาแพงๆ เกษตรกรเขาไม่รู้เรื่อง มีแต่คนไปปลุกระดมสร้างความเข้าใจผิดมาตลอด อย่างราคาน้ำมันดิบที่ตอนนี้ลดลงประมาณ 50 เปอร์เซนต์ต่อบาเรล แต่จะให้เราลดราคาน้ำมันที่ผ่านมากลั่นแล้วให้เท่ากับราคาน้ำมันดิบที่ลด ลดไม่ได้ เพราะมีปัจจัยต่างๆ อีกมาก อย่าลืมว่าถ้าเทียบลิตรต่อลิตรเมื่อเอาน้ำมันดิบมากลั่นเป็นน้ำมันบริสุทธ์ที่แยกเป็นเบนซินหรือดีเซลได้เพียงนิดเดียวเท่านั้น แล้วยังมีค่าการตลาดและอื่นๆ เข้ามาประกอบอีก ขอร้องว่าอย่าเอาทั้งหมดมาพันกันหรือถ้าจะทำง่ายๆ ให้หาเงินมาอุดหนุนแบบเก่าก็ทำได้ แต่สถานการณ์ปัจจุบันประเทศทั่วโลกยกเลิกการทำแบบนี้หมดแล้ว สิ่งที่ควรคิดคือการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ มาแข่งขันกัน ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลไม่คิดมัวแต่ประท้วงและกลัวเสียคะแนนเสียง ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหามักจะติดขัดแม้แต่การขึ้นทะเบียนชาวนาก็ยังทำไม่ได้ทั้ง 100 เปอร์เซนต์ ที่จ่ายช้าเพราะจ่ายไม่ได้เนื่องจากการขึ้นทะเบียนไม่ครบ ไม่ตรง การทำงานไม่มีการปรับปรุงและดูแล กว่าจะไล่ให้หมดก็ช้า แต่ถ้าทำแบบเร็วก็จะเกิดการโกง รัฐบาลชุดนี้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาทุกอย่าง แต่ไม่สามารถทำได้เร็วอย่างเรื่องราคายางพาราจ่ายได้น้อยแค่ 20 เปอร์เซนต์ เพราะกลัวว่าจะจับได้ อีกทั้งบัญชีก็ไม่ครบ ยิ่งรัฐบาลเข้มงวดมากก็ยิ่งไม่กล้าทำ
พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ความจริงคนเป็นนายกรัฐมนตรี ควรจะพูดให้น้อย จะได้ไม่โดนด่า แต่ที่ตนพูดมากเพื่อสร้างความเข้าใจให้เกิดการเรียนรู้ คนไทยต้องคิดเป็น และแยกแยะสิ่งต่างๆ ให้ได้ การปฏิรูปเราต้องร่วมมือกันทำเพราะจากนี้ไปคงไม่สามารถเกิดขึ้นได้อีก ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสเดียวที่จะได้ทำ การปฏิรูปทำได้ไม่ยากหากเราใช้กฎหมายและความร่วมมือกัน แต่ถ้าเกิดความไม่เข้าใจก็จะเกิดความเสียหายแต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าเรามักไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเพราะมีทั้งผู้ที่มีส่วนได้และผู้มีส่วนเสีย วันนี้ทุกประเทศเริ่มหันมาคบกับไทยเพราะเราเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น รัฐบาลชุดปัจจุบันมีความชัดเจนที่ผ่านมาการตกลงเจรจาทำไม่เสร็จถูกทวงถามตลอด ก็ค่อนข้างอาย เพราะเราได้ตกลงไปแล้วแต่ยังไม่ได้ทำ วันนี้ต้องมาไล่ทำเป็นร้อยเรื่อง ไม่ได้โม้ วันนี้พวกตนที่เข้ามาทำงานแก่กันไปหมดเพราะเครียด ทั้งปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ และอย่าเอาตนมาเปรียบเทียบกับการทำงานที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ตนทำหน้าที่ปกป้องประเทศในฐานะทหาร ซึ่งถือว่าทำหน้าที่ได้ 100 เปอร์เซนต์
"ผมไม่อยากจะก้าวล่วงว่าที่ผ่านมาพลาดตรงไหน แต่เมื่อผมเข้ามา ก็เพื่อต้องการเริ่มต้นใหม่ อย่าเอาไปเทียบกับเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ทุกอย่างต้องใช้เวลาและมีขั้นตอน วันนี้เราต้องลดความเหลื่อมล้ำทั้งด้านจิตใจและในความเป็นจริงและขอร้องว่าอย่าเอาสถานการณ์วันนี้ไปเปรียบเทียบกับสถานการณ์เมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา และหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเหมือนเดิมตั้งแต่เดือน พ.ค. วันนี้เราคงไม่เงินเดือนจ่าย ต้องยอมรับว่าทุกอย่างเป็นเรื่องที่ยาก แต่ก็ต้องทำ แต่ก็ยังมีสื่อหนังสือพิมพ์บางฉบับจะเอานี้ เอาโน้น ซึ่งผมเข้าใจในหน้าที่ของพวกท่าน แต่หลายสื่อจะแบ่งคนเป็นข้างนี้หรือข้างนั้นไม่ได้ มาคอยติติงรัฐบาล เรากำลังจะทำและจะแก้เพื่อส่วนรวมก็มาคอยจ้องเล่นงาน วันนี้ทุกคนต้องช่วยกันว่าจะนำประเทศชาติไปในทิศทางใด จะรักชอบใครผมไม่ว่า แต่เราเป็นศัตรูกันไม่ได้ วันนี้หนังสือพิมพ์หลายฉบับก็ยังเลือกข้างอยู่เหมือนเดิม ผมพูดก็โกรธ แต่ก็ทำเหมือนอยากให้ประเทศรบกันอยู่เช่นเดิม ผมไม่เข้าใจ ต้องคำนึงด้วยว่าสิ่งที่ท่านชอบนั้นส่วนรวมได้ประโยชน์อะไร ได้มาไม่ถึง 50 เปอร์เซนต์ แล้วอีก 50 เปอร์เซนต์ ไปอยู่ที่ไหน ขอให้ทุกคนยึดประเทศชาติเป็นหลัก แต่ก็คงบังคับกันไม่ได้ แต่ก็อยากให้ช่วยกัน"
หนุนเรียน 'อาชีวะ' จบมามีงานทำ
ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลอง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "คืนความสุขให้เธอ...เยาวชน" ซึ่งเป็นกิจกรรมที่กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมมือกับศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลอง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 ธันวาคม - 10 มกราคม โดยยกเว้นในช่วงเทศกาลปีใหม่
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เมื่อก่อนความเจริญเติบโตทางด้านวิทยาศาสตร์ไม่ได้รวดเร็วอย่างวันนี้ สิ่งสำคัญคือเราต้องเรียนรู้ ต้องมีความอยากทำ และสนุกที่จะเรียนรู้ ไทยเราพัฒนาได้ช้าเพราะขาดคนที่จะพัฒนาสิ่งเหล่านี้ เพราะประเทศไทยเราเก่งเรื่องเกษตรกรรม 70 เปอร์เซนต์ของการส่งออกในประเทศ คือ สินค้าการเกษตร แต่ไม่ได้ส่งออกเรื่องของเทคโนโลยี ซึ่งมีมูลค่าสูง ประเทศไทยจึงขาดบุคลากรด้านนี้ ทำให้พัฒนาช้า จึงจำเป็นต้องพัฒนาเพิ่มบุคลากรด้านนี้ให้มากขึ้น ตนได้คุยกับ รมต.ศึกษาธิการ แล้วว่าอยากให้มีการเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์มากขึ้น เพราะปัจจุบันเด็กชอบเลือกเรียนสิ่งที่ง่ายกว่า แต่พอจบมาก็ไม่มีงานทำ พอสนับสนุนให้เรียนอาชีวะก็กลัวอันตราย ทั้งที่เรียนอาชีวะเมื่อจบออกมาก็น่าจะมีงานทำทันที เพราะมีบริษัทเอกชนเข้าไปร่วมทุนในลักษณะทวิภาคี มีการเรียนจากของจริงเมื่อมีประสบการณ์จบออกมาก็จะมีงานทำทันที แต่คนที่เลือกเรียนมหาวิทยาลัยก็ต้องศึกษาต่อเพื่อความก้าวหน้า
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัญหาการขัดแย้งก็เป็นส่วนของการไม่พัฒนา อย่างไรก็ดีส่วนตัวต้องการสนับสนุนในการเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ เพราะถือเป็นโอกาสในการพัฒนาประเทศด้วย ไทยเราต้องเดินหน้าไปพร้อมกันไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรม วันนี้เราจำเป็นต้องพัฒนาไม่ว่าเป็นเรื่องข้าว โดยต้องสร้างการเรียนรู้ให้กับผู้ซื้อด้วยว่าจะหุงข้าวอย่างไรให้ทานได้อร่อยมากขึ้น ฝากไปยังร้านอาหารไทยในต่างประเทศให้รักษามาตรฐานที่ดีไว้ เพื่อการแข่งขันในอนาคต
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หากประเทศไทยยังมีการประท้วงอยู่ก็จะเสียโอกาส หากชาติไม่เข้มแข็งขาดความสามัคคีก็จะด้อยพัฒนา วันนี้เราวางยุทธศาสตร์ประเทศว่าอีก 10 - 20 ปี จะเดินหน้าอย่างไร เราวางยุทธศาสตร์ชาติโดยใช้การพัฒนาวิทยาศาสตร์มาเป็นตัวนำ จึงต้องเร่งผลิตคนที่มีความรู้ความสามารถให้มากขึ้น และที่ผ่านมาเรามีนักเรียนไทยได้รับรางวัลในต่างประเทศจำนวนมาก การสร้างคนรุ่นใหม่ในด้านนี้จึงจำเป็นต้องดึงคนเหล่านี้มาช่วยในการพัฒนา อาจให้มาสอนหนังสือ โดยนำไปต่อยอดกับครูที่มีอยู่เดิมแล้ว เราต้องดูว่าจะเอาคนเหล่านั้นกลับมาเพื่อช่วยพัฒนาประเทศได้อย่างไร ซึ่งก็ต้องฝากดูแลเรื่องนี้ต่อไปด้วย แต่เยาวชนในปัจจุบันไม่นิยมเรียนด้านวิทยาศาสตร์เนื่องจากค่อนข้างยุ่งยาก วันนี้เราต้องกำหนดคนให้เหมาะสมกับการใช้งานในประเทศ โดยใช้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัญหาของชาติวันนี้มีเรื่องคนและอุปกรณ์เครื่องมือ การที่จะปรับเปลี่ยนอย่างใดอย่างหนึ่งต้องดูตัวชี้วัดว่าผู้เรียนจะได้อะไร ทั้งนี้เยาวชนไทยไม่ได้ด้อยกว่าประเทศอื่นๆ สำหรับคำขวัญวันเด็กที่ได้เขียนไว้ว่า ความรู้คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต ก็เขียนจากสิ่งที่เห็นอย่างในปัจจุบัน โดยต้องให้เด็กมีความรู้ และปลูกฝังเรื่องคุณกรรม และส่วนตัวก็ให้ความสำคัญกับเยาวชนมาโดยตลอด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินชมนิทรรศการพร้อมพูดคุยกับเด็กนักเรียนว่า อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือไม่ การเป็นนักวิทยาศาสตร์นั้นดี มีเงินมาก สามารถพัฒนาสู้กับต่างประเทศ และเป็นมหาอำนาจทางด้านวิทยาศาสตร์ได้ด้วย
กทม.เด้งรับ สั่งรื้อต้นไม้เก่า-ลำต้นผุพัง
นางอัจฉราวดี ชัยสุวิรัตน์ ผู้อำนวยการเขตคลองเตย กล่าวว่า ได้รับรายงานเบื้องต้น กิ่งไม้ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ร่วงหล่นใส่รถนำขบวน พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ถนนสุขุมวิทขาเข้า บริเวณด้านหน้าอาคารยูเนสโก โดยขบวนรถนายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล ภายหลังจากไปเปิดงาน "คืนความสุขให้เธอ...เยาวชน" ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลอง) ถนนสุขุมวิท ขาออก โดยจากการตรวจสอบพบว่าต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี ประกอบกับเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีลมแรง ส่งผลให้กิ่งไม้ดังกล่าวฉีกและตกลงมาใส่รถนำขบวน
นางอัจฉราวดี กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาด เพิ่มความระมัดระวังในการตรวจ และแต่งกิ่งต้นไม้อย่างเข้มข้น หากพบต้นไม้ที่มีอายุมาก รวมทั้งมีรากลอย และลำต้นผุพัง ให้ดำเนินการรื้อถอนทันที เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อย่างไรก็ตาม ทางเขตคลองเตยมีแผนการดำเนินการตัดแต่งกิ่งต้นไม้อยู่แล้ว โดยในปีนี้ได้เริ่มดำเนินการตัดแต่งกิ่งต้นไม้บนถนนสุขุมวิท ตั้งแต่แยกเอกมัย ในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมาไปแล้วกว่า 70 ต้น ซึ่งเขตคลองเตยพร้อมให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น และไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
'สุวพันธุ์' ย้ำ 25 ธ.ค. 'นายกฯ' แถลงผลงาน 3 เดือนด้วยตัวเอง
เมื่อเวลา 09.00 น. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ครั้งที่ 3/2557 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล
นายสุวพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมฯ ว่า เป็นการประชุมติดตามการดำเนินการในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ว่าแต่ละด้านมีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง และมีประเด็นสำคัญในการดำเนินเรื่องอย่างไร โดยสรุปว่าทุกกระทรวงได้รายงานผลการดำเนินการในรอบ 2 เดือน โดยเป็นการติดตามในนโยบาย 11 ด้าน รวมถึงเรื่องของการปรองดองสมานฉันท์ และการปฏิรูปประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาเราจะคิดตามกรอบดังกล่าวเป็นหลัก ทุกกระทรวงได้รายงานมาแล้วแต่ยังไม่สามารถสรุปผลที่สมบูรณ์ได้เนื่องจากต้องมีการหารือเพิ่มเติม ระหว่างเลขานุการร่วม และเจ้าภาพหลักในแต่ละนโยบายเพิ่มเติม เพื่อสรุปรายงานที่สมบูรณ์โดยคาดว่าจะเสร็จในสัปดาห์นี้
นายสุวพันธุ์ กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมมีการชี้แจงถึงการทำงานของรัฐบาลในช่วง 3 เดือน และมีมติให้ตน และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาหารือกันเพื่อเตรียมการให้กับนายกรัฐมนตรี ในการแถลงผลงานในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์หน้า นายกรัฐมนตรีจะต้องเห็นรายงานฉบับสมบูรณ์แล้ว ส่วนเรื่องของการแถลงผลงานรัฐบาลวันที่ 25 ธันวาคมนั้น ตัวหลักในการจัดการ คือ สำนักโฆษกฯ ส่วนตนจะคอยเสริมเรื่องข้อมูล
นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อว่า เรื่องของขวัญปีใหม่ ที่ประชุมได้พิจารณา โดยตอนนี้มีข้อมูลพื้นฐานในแต่ละเรื่องอยู่แล้ว แต่เพื่อความสมบูรณ์ ต้องให้แต่ละกระทรวงกลับไปตรวจทานอีกครั้ง และได้เสนอแนะแต่ละกระทรวงไปว่า ขอให้นำกลับมาเสนอให้ที่ประชุม ครม.ได้รับทราบ ในสัปดาห์หน้า ซึ่งของขวัญจะแบ่งออกเป็นของขวัญที่เป็นรูปธรรมกับของขวัญของประเทศที่อาจจะไม่เป็นรูปธรรม แต่เป็นนโยบาย หรือการพัฒนาในระยะยาว เช่น การขยายเครือข่ายคมนาคมทางราง
เมื่อถามถึงรายงานการปฏิรูปและปรองดอง เป็นอย่างไรบ้าง นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตอนนี้มีโครงการของกระทรวงมหาดไทย และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรม โดยได้รายงานในที่ประชุมในสิ่งที่ได้ดำเนินการ เช่น โครงการให้การศึกษาอบรม โครงการพบปะประชาชนในระดับอำเภอและหมู่บ้าน ซึ่งสิ่งที่ทางคณะกรรมการฯ ได้ขอทางกระทรวงมหาดไทย และ กอ.รมน. คือ อยากได้การประเมินผลสัมฤทธ์ของการดำเนินงานที่ผ่านมา ซึ่งตนคิดว่าภาพที่จะเห็นผลสมบูรณ์ทุกนโยบายภายในกลางสัปดาห์หน้า ส่วนเรื่องรายงานความคืบหน้าการปฏิรูปนั้น สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เป็นผู้รับผิดชอบหลักในเรื่องนี้ รัฐบาลมีบทบาทสนับสนุนให้ สปช.ดำเนินการได้เท่านั้น
'บิ๊กตู่' ส่งสารแสดงความเสียใจถึง 'นายกฯ ออสเตรเลีย' ต่อวิกฤตการณ์ตัวประกันที่นครซิดนีย์
กระทรวงการต่างประเทศได้เผยแพร่เอกสารข่าว ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ส่งสารแสดงความเสียใจถึงนายโทนี แอ็บบอตต์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย กรณีเกิดวิกฤตการณ์ตัวประกัน ที่นครซิดนีย์ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ตัวประกันเสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ว่า เมื่อได้รับทราบเหตุการณ์การเสียชีวิตของตัวประกัน และต่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่เกิดขึ้นดังกล่าว ในนามของรัฐบาลและประชาชนไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของเหยื่อในเหตุการณ์ และขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้
ลงชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
--------------------------
Excellency,
I have learnt about Sydney siege at Lindt Chocolate Cafe in Martin Place on 15 December 2014 and was saddened for two decreased hostages and several wounded people.
On behalf of the Royal Thai Government and the people of Thailand, I would like to convey to Your Excellency and, through you, to the bereaved families of the victims my deepest sympathy and condolences. Our thoughts and prayers are with you and the families of all the victims at this difficult time.
Accept, Excellency, the renewed assurances of my highest consideration.
General Prayut Chan-o-cha
Prime Minister of the Kingdom of Thailand
--------------------------
เตรียมเปิดทำเนียบฯ ต้อนรับ 'นายกฯ จีน'
เว็บไซต์ของทำเนียบรัฐบาล (thaigov.go.th) รายงานว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีกำหนดให้การต้อนรับ นายหลี่ เค่อเฉียง (Mr. Li Keqiang) นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลง ระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน มีกำหนดการดังนี้
โดยในวันที่ 19 ธันวาคม เวลา 16.00 น. นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี ต้อนรับ จากนั้น นายกรัฐมนตรีจีน ลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนที่ผู้นำทั้งสองและคณะ จะหารือข้อราชการ ที่ห้องสีเขียว เวลา 16.40 น. เมื่อเสร็จสิ้นการหารือข้อราชการ นายกรัฐมนตรี เชิญนายกรัฐมนตรีจีน เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลง จำนวน 2 ฉบับ ก่อนเดินทางเข้าร่วมงานอาหารค่ำ นายกรัฐมนตรี เจ้าภาพ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำที่เข้าร่วมการการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศ ครั้งที่ 5 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพมหานคร
สำหรับสาระสำคัญของร่าง MOU ดังกล่าว คือ รัฐบาลไทยตกลงให้รัฐบาลจีนเข้ามีส่วนร่วมดำเนินการตามกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558 - 2565 โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐาน (Standard Gauge) เส้นทางหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-ท่าเรือมาบตาพุด ระยะทางประมาณ 734 กิโลเมตร และช่วงแก่งคอย-กรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 133 กิโลเมตร ซึ่งเป็นโครงการทางคู่ขนาดมาตรฐานโครงการแรกของไทย โดยทั้ง 2 ฝ่ายจะใช้ความร่วมมือในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล และกำหนดให้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารร่วมขึ้นใหม่ชุดหนึ่ง เพื่อกำกับดูแลการดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สำหรับไทยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธานร่วม สำหรับจีนให้ผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (National Development and Reform Council) เป็นประธานร่วม
และบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตรนั้น จะเป็นการแสดงเจตจำนงข



