ข่าว

‘อุดมเดช’ยันเหตุ‘ตาลีบัน’ไม่โยงถึงไทย

‘อุดมเดช’ยันเหตุ‘ตาลีบัน’ไม่โยงถึงไทย

17 ธ.ค. 2557

"อุดมเดช" ยัน เหตุก่อการร้าย ตาลีบัน ไม่โยง ถึงไทย ชี้ ประเมินผลติดตามอย่างต่อเนื่อง สั่งจับตา"สมศักดิ์"โพสต์ข้อความชี้หากละเมิดสถาบันต้องดำเนินคดี

 
 
          วันที่ 17 ธ.ค.57 เมื่อเวลา 07.30 น.  ที่ กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวกรณีกลุ่มผู้ก่อการร้ายตาลีบันบุกไปสังหารนักเรียนในประเทศปากีสถาน ว่า ตนได้เน้นย้ำงานด้านการข่าวให้ระมัดระวัง และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่อยากให้กังวลมากนัก เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เชื่อมโยงกับสถานการณ์ในบ้านเรา รวมทั้งไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย แต่เราก็ต้องติดตามข่าวสาร ถือเป็นเรื่องสถานการณ์ภายในประเทศของเขา
 
           โดยเหตุการณ์ร้ายที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายบุกไปสังหารเด็กในโรงเรียนนั้น ตนเข้าใจว่าโรงเรียนดังกล่าวเป็นโรงเรียนที่มีลูกหลานราชการเรียนอยู่ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องภายในที่มีพื้นฐานแต่ละส่วนกัน ทว่าทางเราก็ต้องประเมินและติดตามข่าวสาร เพื่อความไม่ประมาทอย่างยิ่ง




สั่งจับตา "สมศักดิ์" โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก ชี้หากละเมิดสถาบัน ต้องดำเนินคดี 

          พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงการประเมินผลติดตามบุคคลที่ละเมิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ตนได้ติดตามการข่าว และยอมรับว่ามีคนละเมิดกฎหมายดังกล่าว ถือว่าเป็นสิ่งกังวลใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยทางกองทัพได้ติดตามเรื่องดังกล่าว และประสานงานกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ตนคิดว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศ รักและเคารพสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่มีเพียงบางคนที่คิดต่างไปจากคนส่วนใหญ่ โดยไม่นึกถึงว่าชาติ บ้านเมืองเราอยู่ได้ ด้วยความสงบ เพราะเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจ และยังเสียสละมาอย่างยาวนาน จนทำให้ชาติ บ้านเมืองมีความร่มเย็น จึงอยากขอความร่วมมือ ให้ประชาชนในประเทศที่คนที่มีจิตใจเดียวกัน ให้ช่วยกันปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่าปล่อยให้เป็นภาระของส่วนราชการเป็นอย่างเดียว ทั้งนี้ในส่วนกองทัพเราก็ช่วยเหลือรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้ว
 
           เมื่อถามว่า มีคนเอากฎหมายนี้มากลั่นแกล้งคน เพื่อเป็นประโยชน์ทางการเมือง พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ตนยังไม่เคยเห็นว่ามีการใช้กฎหมายดังกล่าวมากลั่นแกล้งใคร ซึ่งการใช้กฎหมายดังกล่าว จะใช้ตามความจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย โดยสิ่งที่มีความสงบเรียบร้อย สิ่งที่เรารักหวงแหน บางคนไม่เข้าใจ เราก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ได้ดำเนินการนอกกฎหมายเลย 
 
           "ทั้งนี้ผมขอยืนยันว่า ตั้งแต่ รัฐบาล และ คสช.เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ไม่เคยใช้กฎหมายมากลั่นแกล้งใครเลย และยังขอให้มั่นใจด้วยว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันมีคุณธรรม และยุติธรรมในการดูแลบ้านเมือง"พล.อ.อุดมเดช กล่าว และว่า ส่วนกรณีนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประจำคณะศิลปศาตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น ทางฝ่ายความมั่นคงก็ได้ติดตาม ถ้าพบว่าทำผิดหรือละเมิดที่เข้าข่ายผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ ในส่วนของสังคมก็ต้องช่วยกันดู ว่าการโพสต์ข้อความในเฟสบุ๊คของนายสมศักดิ์ เหมาะสมหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ขอย้ำว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ใครทำผิดก็อย่าไปเข้าข้าง ฉะนั้นถ้าเราช่วยกัน สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ก็ลดน้อยไปเอง
 




 

"ผบ.ทบ."ยกคณะเข้าพบ "โซวิน"ผบ.ทบ.พม่า เน้นเจรจาความร่วมมือตามแนวพรมแดน
 
          เมื่อเวลา 07.30 น. ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมด้วย พล.อ.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่1 พล.ท.สาธิต พิธรัตน์ แม่ทัพภาคที่ 3 และพล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมคณะได้ร่วมเดินทางไปเยือนประเทศสหภาพเมียรมาร์ ตามคำเชิญของ พล.อ. อาวุโส โซวิน รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการทหารบก สหภาพเมียรมาร์
 
          พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ตนเดินทางไปตามคำเชิญของ พล.อ.อาวุโส โซวิน ที่ได้เชิญเมื่อครั้งพบปะกันในการประชุมผู้บัญชาการทหารบกอาเซียนที่ประเทศเวียดนามที่ผ่านมา ซึ่งหลายๆ ประเทศได้ใช้โอกาสนี้เชื้อเชิญ ผบ.ทบ.ในประเทศต่างๆ ให้มาพบปะกันกับประเทศที่มีพรมแดนติดกัน ที่จำเป็นต้องมีการประสานงานหารือเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามการไปเยือนครั้งนี้ตนจะถือโอกาสไปคารวะ พล.อ. อาวุโส มินอ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดสหภาพเมียรมาร์ด้วย

          สำหรับหัวข้อในการพูดคุยนั้น จะเน้นความสัมพันธ์ที่ดีด้านต่างๆ อันเป็นภารกิจร่วมทางทหาร อาทิ ความร่วมมือการดูแลความเรียบร้อยตามแนวชายแดน ความร่วมมือการสกัดกั้นยาเสพติด ตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ได้เน้นย้ำมาโดยตลอด พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญ เกี่ยวกับการป้องกันสกัดกั้นปัญหายาเสพติด เพราะต้องประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน
 
          นอกจากนี้ยังหารือถึงความร่วมมือการดูแลหมู่บ้านตามแนวชายแดนให้มีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่ทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้เรามีโครงการหมู่บ้านตามแนวขนานชายแดนอยู่แล้ว และไม่ใช่เฉพาะประเทศเมียนมาร์เท่านั้น ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา เราก็มีโครงการดังกล่าวนี้ด้วย
 
          พล.อ.อุดมเดช กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามการเดินทางครั้งนี้ ตนจะสานต่อนโยบายเดิมของอดีต ผบ.ทบ. ในเรื่องการปลูกป่าตามแนวชายแดน เพราะปัจจุบันพื้นที่ป่าถูกทำลายไปมาก จะหารือเพิ่มเติมเพื่อให้การปฏิบัติเห็นผลเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม เราเตรียมประชุมร่วมกับประเทศต่างๆที่พรมแดนติดกัน เพื่อแก้ปัญหาโรคติดต่อที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรีในเร็วๆนี้