ข่าว

คอมมานโดบุกช่วยเหยื่อย‘ตาลีบัน’ดับ141ราย

คอมมานโดบุกช่วยเหยื่อย‘ตาลีบัน’ดับ141ราย

17 ธ.ค. 2557

วิกฤตการณ์กราดยิงและจับตัวประกันในปากีสถานสิ้นสุดลง หลังการบุกของหน่วยคอมมานโด และมีผู้เสียชีวิต 141 คน

 
 
          ทางการปากีสถาน ระบุว่า เหตุการณ์ที่กลุ่มตาลีบันในปากีสถาน 6 คนบุกจับตัวประกันและกราดยิงในโรงเรียน "อาร์มี่ พับลิก สคูล" ในเมืองเปชวาร์ของปากีสถานวันนี้ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 141 คน เป็นนักเรียน 132 คน และครู 9 คน ส่วนคนร้ายถูกวิสามัญทั้งหมด 
 
          เหตุโจมตีนองเลือดครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของปากีสถาน เริ่มต้นเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น ของเมื่อวันอังคาร โดยกลุ่มคนร้ายที่แต่งกายด้วยเครื่องแบบทหาร บุกโจมตีโรงเรียนที่อยู่ในการบริหารของกองทัพในเมืองเปชวาร์ จังหวัดไคเบอร์ ปักตุนควา ซึ่งหลังเกิดเหตุ หน่วยคอมมานโดของกองทัพ ได้รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุและมีการยิงต่อสู้กับคนร้ายก่อนจะสามารถยุติวิกฤตการณ์ลงได้เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. ตามเวลาในท้องถิ่น หรือราว 20.30 น. ตามเวลาในไทย หรือราว 8 ชั่วโมง หลังเกิดเหตุ 
 
          ทหารสามารถช่วยเหลือตัวประกัน ที่เป็นครูและนักเรียนหลายสิบคน โดยเกือบทั้งหมดเป็นเด็กนักเรียน นอกจากนี้ ยังพบผู้บาดเจ็บเป็นนักเรียน 121 คน และครู 3 คน  เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่ แต่ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า เนื่องจากระเบิดที่คนร้ายติดตั้งไว้ รายงานระบุว่า คนร้ายได้เปิดฉากโจมตีด้วยระเบิด ก่อนบุกเข้าในโรงเรียนและจับตัวประกันไว้  นักเรียนคนหนึ่งบอกว่า คนร้ายมีปืนกล และเปิดฉากยิงไม่เลือกหน้าทันทีที่เข้าไปในโรงเรียน ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ เล่าว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังถึง 10 ครั้ง
 
          กลุ่มเทห์รีค-อี-ตาลิบัน ปากีสถาน หรือ ทีทีพี อ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ และสั่งให้ยิงเฉพาะเด็กโตเพื่อแก้แค้นที่กองทัพกวาดล้างสมาชิกของกลุ่มในจังหวัดนอร์ธ วาซิริสถาน ใกล้กับเปชวาร์  โรงเรียนที่เกิดเหตุเป็น 1 ในโรงเรียน 146 แห่งทั่วประเทศที่อยู่ภายใต้การบริหารของกองทัพ และมีเด็กนักเรียนอายุระหว่าง 10-18 ปี ซึ่งเป็นลูกของทหาร ส่วนครูที่สอนส่วนใหญ่ก็เป็นภรรยาของทหาร
 
          นายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟ ประกาศให้ไว้อาลัยทั่วประเทศแก่ผู้เสียชีวิตนาน 3 วัน และบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนครั้งนี้เป็นโศกนาฏกรรมระดับชาติ ส่วนคนที่อยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายครั้งนี้จะไม่ปล่อยให้ลอยนวลได้แน่  ด้านมาลาลา ยูซาฟไซ เด็กสาวชาวปากีสถานเจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพ ที่รอดชีวิตจากการถูกกลุ่มตาลีบันยิงที่ศีรษะ กล่าวว่า เหตุการณ์สังหารหมู่ในโรงเรียนที่เมืองเปชาวาร์ทำให้เธอหัวใจสลาย และประนามการกระทำที่เหี้ยมโหดและขี้ขลาดของตาลีบัน เธอบอกว่า รู้สึกเช่นเดียวกับคนนับล้านทั่วโลก เธอเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสียชีวิตของเด็กๆ  ซึ่งเป็นเสมือนพี่และน้องของเธอ เราจะไม่มีวันพ่ายแพ้

 
          ผู้เชี่ยวชาญกำลังตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์โจมตีและสังหารหมู่ครูและนักเรียนของ "อาร์มี่ พับลิก สคูล" ในเมืองเปชวาร์ จังหวัดไคเบอร์ ปักตุนควา ของปากีสถาน อาจเป็นการตอบโต้ที่มาลาลา ซูซาฟไซ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
 
          คนร้ายที่มีจำนวนทั้งหมด 6 คน ได้ก่อเหตุสะเทือนขวัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ด้วยการบุกเข้าไปในโรงเรียน ที่มีนักเรียนราว 500 คน และเริ่มกราดยิงไม่เลือกหน้า พวกเขายังบังคับให้นักเรียนดูครูคนหนึ่งถูกราดน้ำมันและจุดไฟเผาทั้งเป็น และที่เธอถูกแยกออกมาโดยสังหารอย่างเหี้ยมโหด ก็เพราะเธอเป็นภรรยาของนายทหารคนหนึ่ง  คนร้ายอีกคนหนึ่งกดระเบิดตัวเองในห้องเรียน ที่มีนักเรียนอยู่ถึง 60 คน เจ้าหน้าที่บอกว่า คนร้ายมีสายอยู่ในโรงเรียน ก่อนลงมือโจมตีที่มีการวางแผนมาอย่างดี 
 
          กลุ่มเตห์รีค อี ตาลีบัน ปากีสถาน หรือ TPP ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบ และบอกด้วยว่า นี่แค่หนังตัวอย่างเท่านั้น  นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ บอกว่า เป็นวันอันมืดมนของมนุษยชาติ และนับเป็นเหตุการณ์สังหารหมู่ที่เลวร้ายที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในภูมิภาคที่ปัญหาก่อการร้ายฝังรากลึกแห่งนี้ 
 
          การที่เด็กนักเรียน 132 คน และครูอีก 9 คน ถูกสังหารหมู่ในครั้งนี้ ได้กลายเป็นรอยด่างและการโจมตีนองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์ของปากีสถาน  เด็กที่รอดชีวิตหลายคน ต่างเล่าเรื่องเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ตอนที่คนร้ายกรูเข้าไปในโรงเรียนและมองหาเด็กเพื่อเป็นเป้ากระสุนปืน ก่อนจะเปิดฉากยิงไม่เลือกหน้า ด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มอย่างสะใจ และในช่วง 3 ชั่วโมงของปฏิบัติการโหด คนร้ายได้สังหารเด็กและครูไปถึง 141 คน ก่อนที่พวกเขาจะถูกวิสามัญ 
 
          นอกจากผู้เชี่ยวชาญจะเชื่อว่า การลงมือของกลุ่มคนร้ายครั้งนี้ เป็นการตอบโต้ที่มาลาลาได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพแล้ว ยังเชื่อว่าจะเป็นการแก้แค้นที่กองทัพปากีสถาน กวาดล้างตาลีบันอย่างหนักในพื้นที่นอร์ธ วาสิริสถาน ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา 
 
          มาลาลา บุคคลที่มีอายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เคยถูกตาลีบันจ่อยิงในระหว่างนั่งอยู่บนรถโรงเรียน เมื่อปี 2555 เพื่อเป็นการลงโทษที่เธอเคลื่อนไหวสนับสนุนการศึกษาแก่เด็กผู้หญิงในปากีสถาน ทำให้เธอกลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับการกดขี่ผู้หญิงและสิทธิเพื่อการศึกษาจนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญ บอกว่า คนร้ายมีหลายเหตุผลในการโจมตีโรงเรียน แต่หนึ่งในนั้นคือการส่งสารไปถึงผู้สนับสนุนมาลาลา ซึ่งหลังเกิดเหตุ มาลาลาได้กล่าวว่า เธอหัวใจสลายจากการกระทำอันน่ากลัวที่เลือดเย็น 
 
          แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคน ก็มองว่า การสังหารหมู่ครั้งนี้ พุ่งเป้าโดยตรงไปที่กองทัพปากีสถาน ที่ได้ชื่อว่า เกือบจะเป็นผู้ควบคุมทั้งความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศ  โรงเรียนที่ถูกโจมตี ก็มีระบบการศึกษาที่แยกออกมา ทั้งยังมีการบริหารจัดการที่ดี รวมถึงมีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ดีกว่าโรงเรียนของลูกหลานพลเรือนทั่วไป ครูและนักเรียนก็ล้วนแล้วแต่เป็นภรรยาและลูกหลานของเจ้าหน้าที่ในกองทัพทั้งนั้น 
 
          มีศพสองศพที่ถูกเผาจนจำไม่ได้ ถูกนำไปไว้ที่โรงพยาบาลทหารคอมไบน์ ในเมืองเปชวาร์ โดยเบื้องต้นพบว่า เป็นศพที่ไหม้เกรียมจากการระเบิดพลีชีพ โดยเชื่อว่า หนึ่งในจำนวนนี้ เป็นมือระเบิด และมีรายงานที่ยังไม่ยืนยันด้วยว่า บางศพที่ถูกส่งไปที่โรงพยาบาล ถูกตัดศีรษะด้วย ส่วนศพอื่นๆ ที่มีตั้งแต่อายุ 10-18 ปี ถูกยิงที่หน้าอกและศีรษะ 
 
          เด็กบางคนรอดชีวิตมาได้ เพราะเสื้อเปื้อนเลือดของเด็กอื่นและแกล้งตาย พ่อแม่บางคนรับศพลูกไปผิด เพราะใบหน้าไหม้เกรียมจากแรงระเบิดจนจำไม่ได้ กองทัพได้สรุปจำนวนผู้เสียชีวิตว่าเป็นเด็กนักเรียน 132 คน ครู 9 คน และเด็กที่บาดเจ็บอีก 122 คน ส่วนคนร้ายถูกวิสามัญทั้งหมด
 
          หน่วยข่าวกรองและตำรวจ ได้ใช้ปฏิบัติการบุกในเมืองเปชวาร์โดยทันควันหลังเกิดเหตุ และจับกุมผู้นำศาสนาได้ 2 คน กับคนที่เชื่อว่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นอีก 27 คน นอกจากนี้ ยังเชื่อว่า คนร้ายมีสายอยู่ในโรงเรียน เพราะพวกเขารู้ว่า มีเด็ก 150 คน กำลังดูการสาธิตการปฐมพยาบาลอยู่ภายในห้องประชุมใหญ่ พวกเขายังตามล่าเหล่าภรรยาทหารและสังหารพวกเธออีกด้วย
 
          ด้านกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถาน ได้ประนามการโจมตีที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า การสังหารเด็กๆ ผู้บริสุทธิ์ ผิดหลักการของตาลีบัน และยังแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวผู้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักด้วย แต่กลุ่ม TTP อ้างว่า ได้ส่งมือปืนเข้าไปในโรงเรียน เพื่อตอบโต้กองทัพปากีสถาน ที่กวาดล้าง TTP และพันธมิตรในแถบนอร์ธ วาซิริสถาน อย่างหนัก พวกเขาอ้างว่าสมาชิกในครอบครัวได้ล้มตายไปเป็นจำนวนมากจากปฏิบัติการของกองทัพ และเลือกโรงเรียนของกองทัพ ก็เพราะรัฐบาลเล่นงานครอบครัวของพวกเขาก่อน และต้องการให้กองทัพรู้สึกเจ็บปวดเช่นเดียวกัน