ข่าว

‘ประยุทธ์’นั่งประธานปราบโกงเร่งงาน6ด้าน

‘ประยุทธ์’นั่งประธานปราบโกงเร่งงาน6ด้าน

16 ธ.ค. 2557

‘ประยุทธ์’นั่งประธานปราบโกงเร่งงาน6ด้าน รับปฏิรูปเรื่องยากอยากให้2เรื่องคลอดก่อน

                16ธ.ค.2557 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมร่วมระหว่างครม.และคสช.ว่า การประชุมร่วมกันเพราะได้นัดหมายไว้แล้ว แต่การประชุมคสช.เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ได้พูดติดตามงานคสช.ว่าได้ทำอะไรมาบ้าง โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคช.ได้สั่งการให้ติดตามเร่งรัดงานทั้ง 6 ด้าน และมีการแจ้งการแต่งตั้งคณะกรรมการการทุจริตแห่งชาติการ ขึ้นกับคสช. โดยคณะกรรมการดังกล่าวมีหัวหน้าคสช.เป็นประธาน และมีพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของคสช. เป็นรองประธาน และจะตั้งคสช.อีก 3 คน กับบุคลภายนอกอีกส่วนหนึ่ง

                "คณะกรรมการฯนี้จะมีหน้าที่จี้ติดตาม เร่งรัด บูรณาการงานต่างๆ แต่ไม่มีอำนาจไปจับใคร เป็นการใช้อำนาจมาตรา 42 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว เมื่อมีอะไรก็จะแจ้งให้รัฐบาลทราบและไปดำเนินการ ซึ่งต้องใช้อำนาจคสช. เพราะคสช.มีกลไกในการตรวจสอบ คงจะทุ่นแรงหน่วยงานที่รับเรื่องต่อไปพอสมควร  จะเป็นเพียงสะพานเชื่อมระหว่างองค์กรอิสระกับรัฐบาลแต่ไม่ทับซ้อนงานกับองค์กรอิสระ ถ้าคณะกรรมการชุดนี้ตรวจพบความผิดปกติอะไรก็จะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการต่อ ส่วนความจำเป็นที่ต้องตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา เพราะวาระแห่งชาติของคสช. มีเรื่องการปราบปรามการทุจริต เรื่องธรรมาภิบาลอยู่ด้วย" นายวิษณุ กล่าวและว่า

                นอกจากนี้ที่นายกฯเสนอให้มีตัวแทนคสช.เข้าร่วมประชุมครม.ด้วยนั้นคาดว่าจะให้พล.อ.อักษรา เกิดผล รองเลขาธิการคสช.มาร่วมประชุมครม.เพราะนายกฯเห็นว่าการประชุมครม.บางเรื่อง คสช.ควรจะรับไปดำเนินการได้เลย หรือไปติดตาม จึงคิดว่าควรจะมีใครในคสช.มานั่งร่วมประชุมในวาระที่ไม่ใช่เรื่องลับ คาดว่าจะตั้ง


รับปฏิรูปเรื่องยากอยากให้2เรื่องคลอด

 

                นายวิษณุ  กล่าวถึงกรณีที่นายกฯอยากให้บรรจุเรื่องการปฏิรูปลงในรัฐธรรมนูญว่า วิธีการคงให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯไปคิด แต่หลักใหญ่ที่คสช. รัฐบาลต้องการคือ ช่วง 1 ปีจากนี้งานปฏิรูปบางอย่างต้องออกมาบ้าง บางอย่างที่ทำไม่ทันก็ควรมีความต่อเนื่อง การปฏิรูปคงทำไม่เสร็จภายใน 1 ปี นายกฯเล่าให้ฟังว่า เคยคุยกับจีนที่เขาปฏิรูปโดยทำเรื่องง่ายก่อนค่อยทำเรื่องยาก แต่ของเราถูกจำกัดด้วยเวลา จึงควรทำเรื่องยากๆออกมาสัก 1 - 2 เรื่องก่อน อย่างอื่นเอาไว้ค่อยทำก็ได้ นายกฯจึงบอกว่าอยากเห็นเรื่องยากๆ เรื่องใหญ่ๆ เรื่องที่ทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้ออกมาก่อน ถ้าให้เดาสิ่งที่อยู่ในใจคนทั้งประเทศคือ อยากเห็นการปฏิรูปการเมือง กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม

                เมื่อถามว่า ในธรรมนูญการปกครองระบุว่าหากทุกอย่างไม่ผ่าน ทางคสช.สามารถหยิบยกของใหม่มาใช้ได้เลย นายวิษณุ กล่าวว่า  ขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณใดๆ เพราะไว้วางใจว่าคณะกรรมาธิการยกร่างฯจะทำหน้าที่ได้ ตอนร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็ถามกันแล้วว่าต้องการเวลาสำหรับร่างนานเท่าไหร่ คิดว่าเวลาที่ให้ไว้คงพอสมควรที่จะทำได้ เรื่องเวลาจึงไม่มีปัญหา แต่ปัญหาคือทำออกมาแล้วถูกใจหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง


ให้กำลังใจครม.ตั้งใจทำงานต่อไป


                พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคช.ปรารภในที่ประชุมครม.ให้กำลังใจครม.ทุกคน รู้ว่าทำงานด้วยความเหนื่อยยาก นอกจากมาตรการที่ออกมาแล้วไม่สามารถแก้ปัญหาได้100% แต่กลับมีปัจจัยต่างประเทศและปัจจัยในประเทศที่ทำให้มาตรการไม่เห็นผล 100%  ก็ขอให้ตั้งใจทำต่อไป อย่ากลัวที่จะถูกกล่าวหาว่าทุจริต ถ้าท่านตั้งใจที่จะสุจริต เพราะถ้าท่านช้า ไม่กล้าทำ ท่านก็จะโดนเล่นงานด้วย แต่ถ้าท่านทุจริตท่านก็จะโดนเล่นงานด้วย ดังนั้นเป็นเรื่องท้าทายความสามารถของรัฐมนตรีและข้าราชการทุกคนก็ขอให้กำลังใจทุกคน
 

รบ.ไทยพร้อมพูดคุยสันติสุขแล้ว

                พล.ต.สรรเสริญ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ปรารภในที่ประชุมครม.ถึงการพูดคุยเพื่อสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีคำถามเยอะมากกว่าเมื่อไรจะคุย เมื่อไรปัญหาจะจบ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะจบได้ง่ายๆเพราะเป็นปัญหาที่สะสมมานาน แต่ทั้งนี้ฝ่ายพูดคุยของไทยเราพร้อมแล้วในระดับนโยบาย และระดับขับเคลื่อนมีพล.อ.อักษรา เกิดผล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ การประสานงานในพื้นที่ก็มีแม่ทัพภาคที่ 4 ดำเนินงาน ดังนั้นเท่ากับว่าฝั่งเราพร้อมแล้ว แต่ฝ่ายที่เห็นต่างเขาพร้อมแล้วหรือยัง เพราะเขาต้องไปรวบรวมมาให้ครบทุกกลุ่ม เราจะคุยกับกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดไม่ได้ เพราะถ้าคุยกลุ่มเดียวแล้วกลุ่มอื่นไม่ได้คุยเรื่องก็ไม่ยุติ ก็จะถูกกดดัน

                “ดังนั้นฝ่ายที่เห็นต่างท่านต้องไปรวมกลุ่มมา เราพร้อมคุยแล้ว ถ้าท่านพร้อมเมื่อไร รวมกลุ่มกันครบ ท่านแจ้งมาเลเซียที่เขาพร้อมเป็นตัวกลางได้เลย ดังนั้นต้องทำความเข้าใจกับสังคมว่าไม่ใช่ว่าเราไม่พร้อม เราพร้อมแล้ว แต่รอเขาพร้อมที่จะคุยกับเรา”พล.ต.สรรเสริญ กล่าวและยังระบุอีกว่า นายกฯกำชับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติในพื้นที่ว่าอย่าให้เขาเข้าใจแค่ยุทธวิธี แต่ต้องให้เข้าใจยุทธการและยุทธศาสตร์บางส่วนด้วย เพื่อป้องไม่ให้มีการนำไปบิดเบือนในสิ่งที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำ
 

จีนเทียบเชิญ"ประยุทธ์"เยือนเป็นทางการ 

                นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ประชุมสุดยอดแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 5 (จีเอ็มเอส) ซึ่งจะจัดขึ้นที่โรงแรมแชงกรีลา กรุงเทพฯ ในวันที่ 19 - 20 ธ.ค.2557 จะประกอบด้วยประเทศสมาชิกไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม เมียนมาร์ และจีน โดยเป็นการประชุมระดับผู้นำ มีนายกรัฐมนตรีจีน และประธานาธิบดีเมียนมาร์เดินทางมาด้วยตนเอง ขณะที่กัมพูชา ลาว และเวียดนามได้ส่งผู้แทนระดับรัฐมนตรีเข้าร่วม เพื่อหารือสานต่อความร่วมมือใน 10 สาขา และพิจารณาแผนงานและงบประมาณจำนวน 123 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการขนส่งสินค้า และโครงการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม มูลค่าประมาณ 50,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ในจำนวนนั้นมี 78 โครงการอยู่ในประเทศไทย เน้นการเชื่อมระเบียงเศรษฐกิจจากเหนือสู่ใต้ และตะวันออกสู่ตะวันตก อีกทั้งเป็นยกระดับเศรษฐกิจเออีซี และลดช่องว่างระหว่างกัน โดยการประชุมดังกล่าว เสริมสร้างบทบาทไทยเป็นศูนย์กลางในอาเซียน

                นายเสข กล่าวว่า ในกำหนดประชุมครั้งนี้ นายหลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนจะเดินทางมาถึงในวันที่ 19 ธ.ค.2557 ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงรับรองอาหารค่ำให้กับผู้นำและผู้แทนที่ร่วมงาน จากนั้นในวันรุ่งขึ้น วันที่ 20 ธ.ค.2557 นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานพิธีเปิดการประชุม และในช่วงบ่ายจะมีการแถลงผลการประชุมโดยนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จะได้หารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีจีน เพื่อหารือถึงความร่วมมือในหลายเรื่อง โดยทางจีนได้เชิญ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 22 - 23 ธ.ค.นี้ อีกด้วย


จัดประชุมสุดยอดผู้นำ6ประเทศแม่น้ำโขง

                ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล รอ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า การประชุมสุดยอดผู้นำประเทศ ครั้งที่ 5 ในแผนงานพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง 6 ประเทศ จีเอ็มเอส ซึ่งรัฐบาลไทยจะเป็นเจ้าภาพวันที่ 19-20 ธ.ค. ที่โรงแรมแชงกาลีล่า ภายใต้หัวข้อหลักความมุ่งมั่น ลดความเหลือมล้ำ พัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งจะมีการประชุมคู่ขนานเกี่ยวข้อง 4 เรื่อง ประกอบด้วย 1.การประชุมด้านการลงทุนของลุ่มแม่น้ำโขง 2.การประชุมภาคธุรกิจของลุ่มแม่น้ำโขง 3.การประชุมของหุ้นส่วนการพัฒนา และ 4.การประชุมกลุ่มเยาวชนลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อสร้างความตระหนักในภาคธุรกิจต่อศักยภาพในการพัฒนาของภูมิภาค

                “ในที่ประชุมจะมีการรายงานการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง การจัดตั้งสมาคมรถไฟของประเทศลุ่มแม่น้ำโขง เป็นต้น ซึ่งครม.ได้เห็นชอบให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่จะกำกับดูแลการทำงานของไทยภายใต้การดูแลแผนดังกล่าว เข้าร่วมประชุม” รอ.นพ.ยงยุทธ กล่าว