
บิ๊กตู่จ้อสื่อเพลินจนน้ำลายกระเด็น
บิ๊กตู่จ้อสื่อเพลินจนน้ำลายกระเด็น บอกอยากพูดอะ ทำไม
16ธ.ค.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการให้สัมภาษณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทางเจ้าหน้าที่สำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีไม่ได้เตรียมโพเดียมให้เหมือนที่ผ่านมา แต่พล.อ.ประยุทธ์ใช้เวลาสัมภาษณ์ประมาณ 30 นาที โดยมีโต้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวอย่างดุเด็ด เผ็ดมัน ตามบุคคลิกเหมือนทุกครั้ง
จนช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ถึงกับน้ำลายกระเด็ดไปถูกศีรษะผู้ช่วยผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ที่นั่งถือไมค์สัมภาษณ์อยู่ด้านหน้าจนต้องหยุดชะงัก และใช้มือปิดปาก พร้อมกล่าวขอโทษและใช้มือจับศรีษะผู้ช่วยผู้สื่อข่าวคนดังกล่าว โดยในตอนท้ายการสัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเห็นว่าใช้เวลาตอบคำถามครบถ้วน และใช้เวลานานแล้ว จึงเอ่ยขึ้นว่างั้นวันนี้พอก่อน พล.อ.ประยุทธ์ หันมาตอบทันทีว่า “ก็อยากพูดอะ ทำไม”
ตำหนิ'สมศักดิ์ เจียมฯ'ไม่ควรสอนคนไม่เคารพก.ม.
พล.อ.ประยุทธ์ และหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมร่วมครม.-คสช.เกี่ยวกับการติดตามคนที่กระทำความผิดกฎหมายทั้งในและนอกประเทศว่า ตนสั่งการเอง โดยต้องไปไล่ดูรายละเอียดว่ามีอะไรบ้างค่อยๆทยอยพิจารณา แต่อย่าเพิ่งไปเชื่อมโยงอะไรกับใครทั้งสิ้น สิ่งแรกที่สั่งการไปให้รีบทำเป็นพิเศษคือต้องไปดูเรื่องการละเมิดม.112 และผลกระทบจากข่าวลือต่างๆ ที่จะต้องเร่งทำความเข้าใจกับต่างชาติ นอกจากนี้ผู้ที่ทุจริต ละเมิดกระบวนการยุติธรรมต้องทยอยดำเนินการ ปัญหาตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่เรา เพียงแต่แจ้งไปแล้วบางทีต่างชาติไม่ส่งตัวกลับมา
ผู้สื่อข่าวถามว่า คนที่ละเมิดม.112 ที่หนีไปต่างประเทศจะดำเนินการคดีให้ชัดเจนอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต่างชาติไม่ส่งตัวมาให้ตำรวจไปจับก็ไม่ได้ และวันนี้มีเรื่องสิทธิมนุษยชนมากขึ้น หลายคนหนีไปอยู่ประเทศโน้นประเทศนี้ ซึ่งต่างประเทศไม่เข้าใจว่ากฎหมายเรา คงต้องทำเรื่องชี้แจงว่ามีความผิดอย่างไร และหารือกันต่อไปเพราะไม่สามารถดำเนินการได้รวดเร็ว แต่ยังดีกว่าให้บุคคลเหล่านี้ไปพูดให้เกิดความเสียหาย ซึ่งจะใช้คำว่าส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนก็ไม่ได้ ต้องใช้ว่าผู้ที่มีความผิดตามประมวลกฎหมายของไทยแจ้งให้ต่างประเทศรับทราบเพื่อให้ผู้กระทำผิดหยุดเคลื่อนไหว ซึ่งบุคคลดังกล่าวมีจำนวนไม่ถึง 100 คน
ต่อข้อถามว่า ขณะนี้มีการนำม.112 มาใช้วิพากษ์วิจารณ์โจมตีกันไปมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “โจมตีใครล่ะ ผมถามว่าเขาผิดหรือไม่ เขาพูดละเมิดไหม ในเมื่อกฎหมายม.112 ระบุไว้ว่าห้ามทำอย่างนี้ แต่ทำไมคนเหล่านี้ถึงทำความผิด แล้วความผิดที่พูดมาเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ถ้าเป็นเรื่องจริงกฎหมายก็มีอยู่ ทุกคนละเมิดกฎหมายไม่ได้อยู่แล้ว จะบอกว่าไม่รู้ไม่ได้ แต่ถ้าตัวเองไม่ได้พูดแล้วถูกไปแจ้งความดำเนินคดี อย่างนี้ถือเป็นการกล่าวอ้าง แต่ทุกวันนี้ที่มีคดีเขาพูดหรือไม่”
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯจะดำเนินการกับผู้กล่าวอ้างแจ้งความเอาผิดผู้ที่ไม่ได้ทำความผิดจริงอย่างไรพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “มีใครล่ะที่ไม่ได้ทำ ที่มีคดีอยู่ทุกวันนี้ทำหมด บางคนผมไปพูดคุยแล้วเขาบอกว่า เข้าใจผิดแล้วจะไม่ทำอีก แต่กลับหนีแล้วไปทำต่อที่ต่างประเทศ เราดำเนินการตามขั้นตอน ไม่ใช่อยู่ดีๆ จับทุกคนเลย เราติดตามเฝ้าระวัง แจ้งเตือน มีคณะทำงานเยอะแยะ ทั้งกองทัพ ไอซีที กลาโหม ส่งตำรวจไปพบพูดคุย และเซ็นสัญญาว่าอย่าทำอีกเพื่อให้รู้ว่าผิด บางคนก็ไม่ทราบเห็นเขาส่งมาเลยส่งต่อแล้วก็เขียนนิยายไปเรื่อย ซึ่งจะเห็นว่ามีไลน์ส่งกันไปมา มันจริงที่ไหนเล่า ใครนั่งเขียนก็ไม่รู้ กำลังตามเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน มันเขียนให้เกิดความแตกแยก หาว่ารัฐบาลนี้ไปช่วยฝ่ายโน้น มันไม่มี ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายทั้งหมด ผมยืนยัน แต่ปัญหาคือจะทำได้เมื่อไหร่อย่างไรก็ว่ามา องค์กรอิสระก็มีกระบวนการยุติธรรมก็มีต้องดำเนินคดีไป จะวันนี้หรือวันไหนก็ไม่รู้”
เมื่อถามอีกว่า บุคคลเหล่านี้ถือเป็นภัยความมั่นคงของประเทศหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นภัยหมดทำให้เกิดความแตกแยกในสังคมหรือผู้ที่ถูกกล่าวอ้างก็ต้องฟ้องกลับมาว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
“อย่างนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ก็เห็นๆอยู่เขียนอย่างโน้นอย่างนี้ไปเรื่อย คนประเภทนี้มีไม่กี่คนแล้วเป็นครูบาอาจารย์ทำอย่างนี้ได้อย่างไร ไม่ควรสอนให้คนปฏิเสธกฎหมาย ต้องสอนให้คนเคารพกฎหมาย วันนี้ผมไม่ยอมอยู่แล้ว ส่วนเว็บไซด์หมิ่นสถาบันขณะนี้กำลังติดตามอยู่ ถ้ารู้ตัวจะมีการห้ามปราม ติดตามไอพีแอดเดรส เรามีทุกวิธีตามกฎหมาย แต่เดิมใช้วิธีการขอหมายศาลฟ้องศาล แต่วันนี้เราไปพบได้ก็ไปเลยบอกให้หยุดซึ่งเขาจะหยุดสักพักแล้วก็ทำใหม่อย่างนี้ต้องจับดำเนินคดี ปัจจุบันติดคุกหลายคน ขอยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องการเมือง และต้องดูว่าที่เขาเขียนบทความละเมิดเหล่านั้นอวยให้ใครฝ่ายไหนอยู่ข้างไหน ซึ่งคงไม่มีใครบ้าไปเชียร์ แต่ไม่ควรดึงสถาบันลงมาเล่น ตรงนี้ไม่ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
สั่งจัดเวทีแสดงความเห็นให้”นักวิชาการ”จ้อ
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า พลเอกประยุทธ์ปรารภในที่ประชุมครม.ถึงผู้ที่มีความคิดเห็นต่างจากรัฐบาลและคสช. รวมทั้งการเคลื่อนไหวของนักวิชาการ คณาจารย์ ที่นายกฯเน้นย้ำว่าจะต้องสร้างความเข้าใจ เพราะจะมีความเห็นที่แตกต่างก็ไม่เป็นไร ทำได้ แต่ขัดขวางการทำงาน อย่าทะเลาะกันอย่ากระแนะกระแหนเหน็บแนมเพราะไม่สนับสนุนบรรยากาศการสร้างความปรองดอง เพราะไม่ว่าจะมีคณะรูปไหนเข้ามาแต่ถ้ายังพูดจาต่อว่าต่อขาน กล่าวร้ายอีกฝ่ายจะปฏิรูปไปนานแค่ไหนก็ยังคงไว้ซึ่งความขัดแย้ง ดังนั้นจึงฝากทำความเข้าใจกับผู้ที่เห็นต่าง
“โดยเฉพาะนักวิชาการ นักศึกษาท่านนายกฯบอกว่าท่านทั้งหลายเหล่านี้มีแนวความคิดหลายเรื่องที่เป็นประโยชน์ ต้องทำความเข้าใจกับเขา แล้วเปิดเวทีให้เขาแสดงความคิดเห็นเพราะความคิดเห็นทั้งหลายเหล่านี้ในบางเรื่องสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง ก็ให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)ทำอยู่ฝ่ายเดียว จึงขอให้หาเวทีให้ผู้ที่มีความเห็นต่างในแต่ละกลุ่มด้วย”พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
ระบุคสช.-ครม.เดินหน้ายุทธศาสตร์ไปพร้อมกัน
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมร่วมครม.-คสช.ว่า คสช.มีข้อเสนอให้กับรัฐบาลหลายข้อ โดยรัฐบาลจะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของทั้ง 2 ฝ่ายให้เกิดความชัดเจนให้ทันเวลาที่มีอยู่ เพราะวันนี้ความคาดหวังของประชาชนสูง ตนจึงสั่งการว่าในเมื่อต้องดำเนินการในทุกประเด็น กำหนดยุทธศาสตร์ให้เดินไปพร้อมกันคือรัฐบาลทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน โดย เฉพาะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความยากจน ราคาพืชผลการเกษตร กฎหมาย ความเข้าถึงกระบวนยุติธรรม การจัดระเบียบสังคม บุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ ยาเสพติด อาวุธสงคราม และการพัฒนาเศรษฐกิจให้มีความเข้มแข็ง การศึกษา สังคมจิตวิทยา ที่ต้องทำให้เป็นรูปธรรม และต้องสรุปให้ได้ว่าอะไรทำสำเร็จไปแล้วบ้าง ไม่อย่างนั้นประชาชนก็ไม่รู้ไม่ทราบ หาว่าเราทำเพียงเล็กน้อย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้หลายเรื่องต้องเขียนกฎหมายใหม่ และต้องทำให้โครงสร้างเดิมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องบูรณาการให้ได้ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นรัฐบาลพรรคการเมือง เมื่อคสช.เข้ามาก็บูรณาการตรงนี้ได้ เพราะสั่งการตรงลงไปได้ และวางแผนงบประมาณให้ต่อเนื่องไม่ซ้ำซ้อน อย่างไรก็ตาม คสช.จะให้อำนาจภายใต้กฎอัยการศึกให้น้อยที่สุด โดยจะให้คสช.ทำในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น ติดตามการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นำมาเสนอแนะเพื่อให้การทำงานเร็วขึ้น ลงพื้นที่ไปสัมผัสประชาชน การจัดระเบียบที่ต้องใช้กำลังทหารใช้กฎอัยการศึกขับเคลื่อนให้การบริหารเร็วขึ้น ไม่เช่นนั้นจะติดข้อกฎหมายทั้งหมด วันนี้ตนได้ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาตร์เพื่อขับเคลื่อนในเรื่องของความโปร่งใสที่ตนเป็นประธาน และคณะกรรมการติดตามการขับเคลื่อนโดยคสช.เพื่อเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมครม.
สั่งคสช.ส่งตัวแทนเข้าฟังการประชุมครม.ทุกครั้ง
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า พลเอกประยุทธ์ปรารภในที่ประชุมครม.ถึงการทำงานร่วมกันของคสช.และครม.ที่มีการประชุมร่วมกันเดือนละหนึ่งครั้ง แต่อาจจะไม่ทำให้คสช.ติดตามงานต่างๆได้ครบทุกเรื่อง โดยเฉพาะมติของครม.ที่ได้สัญญาไว้กับประชาชน แม้หัวหน้าฝ่ายของคสช.จะเป็นรัฐมนตรีที่ทำงานในรัฐบาล แต่ระดับผู้ขับเคลื่อน ระดับเจ้าหน้าที่ตามงานไม่ทัน ดังนั้นในการประชุมครม.ทุกครั้ง คสช.จะส่งผู้แทนเข้าร่วมรับฟังทุกครั้งในการประชุมครม.
วอนข้อเสนอปฏิรูปที่ออกมายังไม่มีข้อยุติ
พล.ต.สรรเสริญ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า พลเอกประยุทธ์ ปรารภในที่ประชุมครม.ถึงการปฏิรูปของคณะต่างๆในแม่น้ำ5สายของคสช. ทุกอย่างยังไม่ได้ข้อยุติ แต่เป็นเพียงข้อเสนอของภาคส่วนต่างๆที่มีความคิดเห็นประกอบจึงขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งวิตกกังวล ตีโพยตีพาย อย่าเพิ่งแสดงพลังคัดค้าน เพราะยังมีขั้นตอนอีกจำนวนมากกว่าจะได้ข้อยุติ และคสช.เองก็จะต้องพิจารณาร่วมกันกับภาคส่วนต่างๆอีก จึงมั่นใจว่าท้ายที่สุดแล้วอะไรที่ออกมาต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในสังคม จะมีเหตุผลอธิบายให้สังคมเกิดการยอมรับได้ เพราะถ้าไม่มีเหตุผลรองรับก็ไปไม่ได้
ครม.เทของขวัญปีใหม่ให้ปชช.
ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุมครม.มีเรื่องของขวัญปีใหม่จากระทรวงต่างๆ อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับภาคเอกชนจัดกิจกรรมจัดทำบุญปีใหม่น้อมใจถวายในหลวง 20 - 21 ธ.ค. ที่เทศบาลนครนนทบุรี จะมีการจัดงานขายสินค้าให้ประชาชน ระหว่างวันที่ 24 - 30 ธ.ค.2557 เป็นต้น ส่วนกระทรวงคมนาคม จากกรมทางหลวงจะยกเว้นค่าผ่านทางบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ-ชลบุรี และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายบางประอินท์-บางพลี ช่วงเทศกาลปีใหม่ 26 ธ.ค.2557 ถึง 4 ม.ค.2558 ส่วนการทางพิเศษแห่งประเทศไทย จะยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษบูรพาวิถี สายบางนา-ชลบุรี ทางยกระดับด้านทิศใต้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เชื่อมทางพิเศษบูรพาวิถี และทางเชื่อมต่อทางพิเศษกาญจนาภิเษก บางพลี-สุขสวัสดิ์ 26 ธ.ค.2557 ถึง 4 ม.ค.2558
ด้านพล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ปรารภในที่ประชุมครม.ถึงของขวัญปีใหม่ของรัฐบาล ว่าอย่าเป็นกังวลมากกับของขวัญอะไรที่ให้กับประชาชนหากให้ได้ก็ให้ไป แต่ของทั้งหลายเป็นสิ่งที่จบสิ้นในระยะเวลาอันสั้น เช่น การซื้อขายสินค้าราคาถูก การใช้เส้นทางพิเศษฟรีช่วงปีใหม่ จึงขอให้ทุกหน่วยงานสร้างความเข้าใจและการรับรู้ของประชาชนว่าการวางรากฐานในการแก้ไขปัญหาระยะกลาง ระยะยาวของรัฐบาลมีความสำคัญ แม้จะไม่ใช่เรื่องที่ทำจบสิ้นในเวลาอันสั้น ทั้งการลดความเหลื่อมล้ำ การจัดระเบียบสังคม การจัดระเบียบสถานที่ท่องเที่ยวหรือสถานบริหาร การจัดระเบียบขอทาน การจัดระเบียบคิวรถ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีใครทำ ก็ขอให้ประชาชนอย่านึกถึงความสะดวกสบายเพียงอย่างเดียว แต่มีความจำเป็นต้องจัดระบบบ้านเมืองให้มีความทันสมัยเรียบร้อย ซึ่งรัฐบาลกำหนดว่าจะต้องทำให้ได้ ทั้งเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานเส้นทางรถไฟเพื่อให้การคมนาคมมีความคล่องตัวมากขึ้น
“นายกฯบอกว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้รวมทั้งการแก้ปัญหาพืชผลทางการเกษตรถือเป็นของขวัญให้ประชาชนได้ทั้งสิ้น จึงขอให้ทุกหน่วยงานรวบรวมผลงานที่ผ่านมาในการแถลงผลงานของรัฐบาล และขอให้สร้างการรับรู้ว่าอย่าคิดถึงเพียงสิ่งที่จะได้ช่วงปีใหม่ ลดแลก แจกแถม ฟรี ก็ขอให้คิดถึงเรื่องที่เป็นระยะกลางและระยะยาวด้วย”พล.ต.สรรเสริญ กล่าว



