ข่าว

'วรงค์'ค้าน!เลือก'นายกฯ'ไม่ลดซื้อเสียง

'วรงค์'ค้าน!เลือก'นายกฯ'ไม่ลดซื้อเสียง

16 ธ.ค. 2557

'วรงค์' ค้านข้อเสนอ 'สมบัติ' ยันเลือก 'นายกฯ-ครม.' โดยตรง ไม่ลดซื้อเสียง แนะ 'ใช้ชื่อแทนเบอร์-หาเสียงรวม-ห้ามทำป้ายเอง' ยก 4 เหตุผลข้อเท็จจริงอ้างอิง

 
                              16 ธ.ค. 57  นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอของ กมธ.ปฏิรูปการเมือง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มีนายสมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ เสนอให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยตรง ว่า คิดว่า กมธ.ชุดนี้ตีโจทย์ปัญหาการเมืองของชาติไม่ตรงเป้า เพราะปัญหาการเมืองของประเทศเกิดจาก 
 
                              1. รัฐบาลใช้อำนาจมากเกินขอบเขต แบ่งแยกประชาชน และไม่ยอมรับการตรวจสอบ คือ ผิดไม่ยอมรับผิด ขาดจริยธรรมทางการเมือง เมื่อมีปัญหาจะชอบอ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นถ้ามีการเลือกนายกฯ และ ครม.โดยตรง รัฐบาลจะยิ่งมีอำนาจมากขึ้น ถ้าไปเจอรัฐบาลแบบเดิม ปัญหาจะหนักกว่าเดิม 
 
                              นพ.วรงค์ กล่าวว่า 2. การตรวจสอบ ถ่วงดุลฝ่ายบริหารช้าเกินไป ต้องลดการแทรกแซงองค์กรตรวจสอบ ให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญแยกเด็ดขาดจากรัฐบาล โดยเฉพาะการที่รัฐบาลเอื้อประโยชน์ให้ไปรับตำแหน่งกรรมการบอร์ดรัฐวิสาหกิจ แม้จะเลือกนายกฯ และ ครม.โดยตรง ไม่ได้แก้ปัญหานี้ 3. ปัญหาการทุจริตหลักอยู่ที่รัฐบาล และการกำหนดนโยบายเมื่อมีผลประโยชน์ทับซ้อนโดยตรงของรัฐบาล ดังนั้น ไม่ว่าจะใช้ในรูปแบบใด การที่ ส.ส.วิ่งเต้นงบฯ ช่วยตอบสนองประชาชน ก็ยังเกิดอยู่ แม้จะเลือกนายกฯ และ ครม.โดยตรง เพราะเป็นเครือข่ายอุปถัมภ์
 
                              4. การแยกเลือกนายกฯ และ ครม. จะช่วยลดการซื้อเสียงของ ส.ส. ก็ไม่จริง เพราะการแข่งขันทุกระดับ เพื่อไปสู่ชัยชนะ ล้วนมีการเอื้อประโยชน์ทุกรูปแบบ ถ้าตราบใดที่ประชาชนบางกลุ่มยังไม่มีจิตสำนึก การซื้อเสียงก็ยังเกิดขึ้น ทั้งนี้ที่ผ่านมา การกำหนดให้ผู้รับสมัครเลือกตั้งใช้หมายเลข เอื้อให้เกิดการซื้อเสียงง่ายขึ้น แต่หากใช้ชื่อ-นามสกุลผู้สมัคร รูปถ่าย และชื่อพรรค-ตราพรรค จะทำให้การซื้อเสียงยากขึ้น ยิ่งเป็นเขตใหญ่ ใช้ระบบวันแมน-วันโหวต จะทำให้ประชาชนสนใจในตัวผู้สมัคร ต้องจำชื่อ-นามสกุล ให้ได้ ถ้าอ่านหนังสือไม่ได้ ก็ให้จำรูปแทน
 
                              "ที่สำคัญ ถ้าต้องการลดอิทธิพลของเงินทุนในการประชาสัมพันธ์ กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำป้ายรวม โดยผู้สมัครจ่ายเงินรวมตอนสมัคร ห้ามผู้สมัครทำป้ายเอง ให้ผู้สมัครทำได้แค่บัตรแจกแนะนำตัว กำหนดจำนวนรถแห่ป้าย หรือให้มีแค่รถปราศรัยผู้สมัคร ไม่จำกัดการปราศรัย จะช่วยลดอิทธิพลของเงินทุนได้มาก เพราะการหาเสียงแต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายเรื่องป้าย และรถแห่จำนวนมาก จะเปิดโอกาสให้คนดี มีชื่อเสียงแต่เงินน้อย ได้เข้ามาเป็น ส.ส. หากใช้ชื่อ-นามสกุล หรือรูปแทนเบอร์ ผู้สมัครก็ต้องทำความดีอย่างมากเพื่อให้ประชาชนจำชื่อ-นามสกุล หรือรูปให้ได้ด้วย"