ข่าว

 กมธ.สื่อจี้รัฐตั้งสภาปชช.สร้างภูมิรู้เท่าทันสื่อ

กมธ.สื่อจี้รัฐตั้งสภาปชช.สร้างภูมิรู้เท่าทันสื่อ

15 ธ.ค. 2557

กมธ.สื่อจี้รัฐตั้งสภาปชช.สร้างภูมิรู้เท่าทันสื่อ หวั่นเด็กเยาวชนตกเป็นเหยื่อสื่อออนไลน์

              เมื่อเวลา 15.20 น.วันที่ 15 ธ.ค.2557  นายจุมพล รอดคำดี ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) รายงานความเห็นและข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญของคณะ กมธ.ฯ ต่อที่ประชุม สปช.เพื่อเห็นชอบเสนอให้คณะกรรมาธิการยกร่างต่อไป โดยเนื้อหาส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับผู้ทำหน้าที่สื่อเพื่อให้มีเสรีภาพปราศจากการครอบงำและแทรกแซงจากอำนาจรัฐและอำนาจทุน

              อย่างไรก็ตามในประเด็นการรู้เท่าสื่อนั้น กมธ.ปฏิรูปสื่อได้เสนอให้รัฐเข้าไปมีส่วนส่งเสริมให้ประชาชนฐานะผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก และเยาวชนในทักษะการรู้เท่าทันสื่อฯ ทั้งนี้มีข้อพิจารณาด้วยว่าในอนาคตกลุ่มเด็กและเยาวชนมีแนวโน้มใช้สื่อสมัยใหม่จำนวนมาก ดังนั้น รัฐต้องดูแลและส่งเสริมการใช้สื่อใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของข่าวสาร ดังนั้นควรตั้งสภาประชาชนเพื่อกำกับดูแลสื่อและให้ข้อมูลเพื่อเพิ่มทักษะการรู้เท่าทันสื่อฯ

              "ส่วนปัญหาที่ผ่านมากรณีการสื่อสารที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง และทำให้สังคมแตกแยกมีข้อเสนอกำหนดหรือกฎหมายที่ว่าด้วยการเอกผิดทางอาญาอย่างชัดเจนกับการสื่อสารที่ทำให้เกิดความเกลียดชังกันในสังคม" นายจุมพล กล่าว

              สำหรับประเด็นดังกล่าวมีผู้อภิปราย 2 คนโดยมีสาระที่ขอให้เพิ่มเติมในประเด็นการกำกับดูแลสื่อเทียมหรือสื่อที่นำเสนอเพียงข้อมูลด้านเดียว หรือมีลักษณะโฆษณาชวนเชื่อ นอกจากขอให้มีมาตรการที่ใช้กำกับสื่อในกลุ่มโซเชียลมีเดียหรือสื่อบนอินเตอร์เน็ต ที่พบว่ามีการกระจายข้อมูลไปสู่สาธารณะโดยขาดการกลั่นกรองหรือข้อเท็จจริงและก่อให้เกิดปัญหา และการกระทำที่ผิดกฎหมาย และประเด็นสำคัญให้สื่อมวลชนคำนึงถึงการนำเสนอข่าวสารที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมากกว่าประโยชน์ที่เกิดกับปัจเจกบุคคลด้วย

              ด้านนายมานิจ สุขสมจิตร รองประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ คนที่ 2 ให้ข้อเสนอแนะว่าในประเด็นที่ กมธ.ฯ นำเสนอสามารถนำไปเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญได้ และมีบางประเด็นที่อยู่ในกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือส่วนบทบัญญัติของประมวลจริยธรรม อย่างไรก็ตามที่ผ่านมายอมรับว่าสื่อมวลชนถูกวิจารณ์ในการทำหน้าที่และเรียกร้องให้มีการปฏิรูป โดยเฉพาะการทำงานของสื่อมวลชนที่ทำงานเป็นเหมือนสื่อของรัฐ ขาดความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตามในประเด็นของกลุ่มรัฐเข้าครอบงำสื่อมวลชนด้วยการซื้อพื้นที่โฆษณานั้น ล่าสุดทางคณะทำงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเสนอกฎหมายควบคุมการโฆษณาของรัฐที่มีหลักเกณฑ์โฆษณา เชื่อว่าจะช่วยลดการแทรกแซงด้วยการใช้งบของรัฐซื้อพื้นที่โฆษณาได้

 

กมธ.วิทย์ชูประเด็นรัฐอุดหนุนทุนทำวิจัยเพิ่ม

              นายศักรินทร์ ภูมิรัตน์ ประธาน คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) รายงานความเห็นและข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญของคณะ กมธ.ฯ ต่อที่ประชุม ว่าภาครัฐต้องมีส่วนสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาในระบบงานที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรม โดยเฉพาะการให้การศึกษา ความรู้ความเข้าใจ และการสนับสนุนงบประมาณในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นตามเป้าหมายของแผนพัฒนาประเทศ เพื่อการพัฒนางานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงต้องส่งเสริมการคุ้มครอง แลกเปลี่ยนและแบ่งบันทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อกระตุ้นการส่งเสริมและประดิษฐ์ คิดค้นต่อยอดความรู้ใหม่ รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย รวมถึงมีระบบการบริหารจัดการให้เกิดการคุ้มครองปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่การบริหารของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อประเด็นดังกล่าวต้องจัดให้มีผู้ทรงคุณวุฒิทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญหาเพื่อให้ข้อเท็จจริงต่อครม. นอกจากนั้นต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนส่งเสริมและสนับสนุนการลงทุนทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อสร้างสมรรถนะและความสามารถของชุมชนท้องถิ่น

 

กมธ.ปฏิรูปสังคมฯเสนอ8ประเด็น


                คณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส โดย นายอำพล จินดาวัฒนะ ประธาน กมธ.สังคมฯ ชี้แจงว่า ประเด็นที่เกี่ยวกับสังคมชุมชน อยู่ในข้อเสนอของกมธ.หลายชุด เชื่อว่ากมธ.ยกร่างฯ คงจะได้พิจารณาทั้งหมด ซึ่งในส่วนของกมธ.สังคมฯ ได้เสนอ 8 ประเด็น ประกอบด้วย 1.ขอบเขตความคุ้มครองของรัฐธรรมนูญ เช่น ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ ที่ต้องได้รับความคุ้มครอง 2.สิทธิที่ควรได้รับความคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญ 3.ความเสมอภาค เท่าเทียมกัน และการไม่เลือกปฏิบัติ 4.สิทธิชุมชน 5.หน้าที่พลเมือง 6.การสร้างครอบครัวเข้มแข็ง ร่มเย็นและเป็นสุข 7.สังคมคุณธรรม และ 8.การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรม