ข่าว

เติมความสุขให้'น้อง'ใน3จังหวัดชายแดน

เติมความสุขให้'น้อง'ใน3จังหวัดชายแดน

17 ธ.ค. 2557

ไลฟ์สไตล์ : เติมความสุขให้ 'น้อง' ใน 3 จังหวัดชายแดน

 
                ด้วยวิถีที่ต้องปรับเปลี่ยนจากความไม่สงบในบ้านเกิด และบางคนก็ต้องสูญเสียพ่อแม่ ทำให้เด็กๆ หลายคนต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า เป็นเด็กที่หวาดระแวง การเติมเต็มความสุขให้แก่น้องๆ เหล่านี้จึงเป็นกิจกรรมหลักที่ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างต้องการไปช่วย เฉกเช่นเดียวกับกลุ่มผู้เข้าอบรมผู้บริหารการสื่อสารมวลชนขั้นสูงรุ่นที่ 4 จากสถาบันอิศรา ที่รวมตัวกันพร้อมกับภาคเอกชนทั้งธนาคารกสิกรไทย เมืองไทยประกันชีวิต โดยมีคนสำคัญเจ้าของพื้นที่ ภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ช่วยประสานและดำเนินงานจนเกิดกิจกรรม "ปันน้ำใจให้น้องพื้นที่ชายแดนใต้" เมื่อวันก่อน ที่โรงเรียนบ้านนิคมสร้างตนเองธารโต อ.ธารโต จ.ยะลา
 
                โดยพ่องาน ภาณุ อุทัยรัตน์ เล่าให้ฟังว่า ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้เข้าอบรมก็ได้ช่วยกันจัดกิจกรรมนี้ขึ้น โดยได้พิจารณาจากหลากหลายปัจจัยในการมาช่วยเติมความสุข ปันน้ำใจให้น้องๆ ในครั้งนี้ ซึ่งโรงเรียนธารโตนี้เป็นโรงเรียนที่มีความพร้อม นักเรียนมีความตั้งใจล่าสุดนักเรียนติดหนึ่งในสิบการสอบคณิตศาสตร์ของระดับประเทศ ที่สำคัญคนในพื้นที่ ผู้ปกครอง รวมถึงครูและตัวนักเรียนเอง ร่วมใจกันพัฒนาและดูแลโรงเรียนจนเป็นที่กล่าวขานมาอย่างต่อเนื่อง
 
                "ผนวกกับตอนนี้สถานการณ์ในพื้นที่เงียบสงบขึ้นมาก รวมถึงในพื้นที่อื่นๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ด้วยโครงการคืนความสุขให้ประชาชนของคสช. และรัฐบาล จึงทำให้การทำงานของ ศอ.บต.มาถึงวันนี้ราบรื่นขึ้น หรือจะบอกว่าดีขึ้นก็ได้ ทุกวันนี้คนในพื้นที่กล้าที่จะเดินทางไปไหนต่อไหนมากขึ้น ปิดประตูบ้านได้ดึกขึ้น ใช้ชีวิตอย่างปกติมากขึ้น ด้วยเหตุผลสำคัญคือพวกเราทุกคนได้ร่วมมือกัน โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ที่คอยช่วยเหลือ เป็นหูเป็นตา ล่าสุดที่มีคนก่อเหตุร้ายก็สามารถจับตัวได้ นี่คือการเริ่มต้นที่ดีและอยากให้ความร่วมมืออย่างนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำคัญคือผมอยากทำงานให้บ้านเกิด (ปัตตานี) อย่างเต็มที่ ทำงานด้วยความรับผิดชอบ ปีนี้ต้องดีกว่าปีที่ผ่านๆ มา" เลขาธิการศอ.บต.กล่าว
 
                ด้าน เกษม อินทร์แก้ว หนึ่งในผู้เข้าอบรม บสส.รุ่นที่ 4 กล่าวว่า จำได้ว่าเดินทางมายะลาในสมัยเด็กๆ ครั้งหนึ่งและไม่ได้เดินทางมาเยือนอีกเลย แต่ภาพความทรงจำชัดเจนมาก คือเป็นจังหวัดที่เงียบสงบ มีความสุข ประชาชนยิ้มแย้ม อยู่กันอย่างเรียบง่าย จากนั้นเมื่อมีข่าวเกิดความไม่สงบก็ไม่สบายใจ การเดินทางมาวันนี้อีกครั้งอยากจะบอกว่าไม่ได้เห็นความรุนแรง หรือต้องระวังตัวอย่างที่เป็นข่าว ผู้คนใช้ชีวิตปกติ  "มาวันนี้พูดได้เลยว่ายะลาวันนี้ปลอดภัย และอบอุ่นใจ" หนึ่งในผู้ใหญ่ใจดีกล่าว
 
                ในขณะที่ "น้องแป้ง" สุทธิลักษณ์ แดงดี นักเรียนชั้นประถมปีที่ 4 โรงเรียนบ้านบ่อหิน ที่มารวมรับน้ำใจจากผู้ใหญ่ใจดีในครั้งนี้เล่าให้ฟังว่า ดีใจที่มีผู้ใหญ่ในกรุงเทพมหานครคิดถึงพวกเรา ถามว่ากลัวหรือเปล่าก็กลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พ่อแม่จะไม่ให้ออกไปไหน กลับจากโรงเรียนก็ให้รีบกลับบ้านเลย และก็อยู่ในบ้านไม่ได้ออกมาเล่นกับเพื่อนๆ เหมือนเมื่อก่อน ไปโรงเรียนก็อยู่แต่ในห้อง กลางวันก็ไม่ค่อยได้ออกมาวิ่งเล่น แต่ถึงวันนี้ดีขึ้น ไปไหนมาไหนได้บ้าง แต่ก็ต้องไปกับพ่อแม่ "ดีใจค่ะที่พี่ๆ ไม่ลืมพวกหนู" เด็กหญิงวัย 10 ขวบกล่าวปิดท้ายหลังจากได้รับของที่ผู้ใหญ่ใจดีนำไปให้