
ผบ.สส.ยันไทยไม่ใช่เป้าก่อการร้าย
15 ธ.ค. 2557
'ผบ.สส.' ยันไทยไม่ใช่เป้าหมายก่อการร้าย หลังเกิดเหตุจับตัวประกันที่ซิดนีย์ เร่งสอบข่าวลือกลุ่มไอซิสเข้า 3 จว.ชายแดนใต้ ด้าน 'ประยุทธ์-ประวิตร' สั่งเข้มการข่าว
15 ธ.ค.57 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมกองทัพบก เพื่อมอบนโยบายแนวทางการปฏิบัติงาน เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ โดยมีพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการกองทัพบก (ผบ.ทบ.) พร้อมด้วยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพบกให้การต้อนรับ จากนั้นพล.อ.วรพงษ์ ยังได้เป็นประธานการประชุมผบ.เหล่าทัพครั้งที่ 2/2558 โดยมีผบ.เหล่าทัพและพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.อ.วรพงษ์ แถลงภายหลังการประชุมว่า วันนี้ได้มีการตรวจเยี่ยมกองทัพบก ภายหลังจากที่ตนมาดำรงตำแหน่งผบ.สส. จากนั้นได้มีการประชุมผบ.เหล่าทัพ โดยในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งที่ผ่านมาผบ.เหล่าทัพได้หารือร่วมกันมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งไม่ได้มีปัญหาอะไร สำหรับนโยบายที่ได้เน้นย้ำกองทัพบกในการดูแลพื้นที่ชายแดนและกองกำลังต่างๆ นั้น ได้มีระเบียบปฏิบัติตั้งแต่มีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือไทย-กัมพูชา ปี2543 (เอ็มโอยู 43) พื้นที่ใดที่ยังมีปัญหาก็ยังไม่ได้ดำเนินอะไรทั้งสองฝ่าย โดยให้ดำเนินการตามที่ได้หารือร่วมกันไว้
เมื่อถามว่าช่วงเทศกาลปีใหม่ ส่วนใหญ่จะมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้น เช่น การลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมายและเรื่องอุบัติเหตุได้มีการเน้นย้ำเหล่าทัพอย่างไรบ้าง พล.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวได้มีการหารือร่วมกันก่อนหน้านี้แล้วว่าในช่วงหยุดยาวของเทศกาลต่างๆให้มีการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง พร้อมจัดสถานที่ต่างๆ เช่น บริเวณด้านหน้าค่ายทหารจัดเครื่องดื่มและผ้าเย็นไว้แจกจ่ายให้กับประชาชน ส่วนเรื่องอาชญากรรมที่แอบแฝงมานั้นทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และกองกำลังป้องกันชายแดนต่างๆไม่ได้เพิ่มความเข้มงวดอะไร โดยทำหน้าที่ดูแลตามปกติ สำหรับการตั้งจุดตรวจและจุดสกัดสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ ทางตร.ร่วมกับทางทหารได้ตั้งตามปกติ ไม่ได้ดำเนินการอะไรเป็นพิเศษ เพราะทุกส่วนราชการได้ดำเนินการอย่างเต็มที่
“ทางกองทัพเรามีหน้าที่รับผิดชอบให้ประชาชนที่สัญจรเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ ได้เดินทางไปและกลับอย่างปลอดภัย รวมทั้งท่องเที่ยวอย่างสนุกสนาน โดยไม่ต้องกังวลใดๆ ส่วนการคืนความสุขนั้นทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็คืนความสุขให้อยู่แล้ว ผมหวังว่าประชาชนจะได้รับความสุขเช่นกัน พร้อมทั้งคิดว่ายิ่งนานวันไปประชาชนจะได้รับความสุขมากยิ่งขึ้น” ผบ.สส.กล่าว
เมื่อถามว่า ประเทศไทยสุ่มเสี่ยงจะตกเป้าก่อการร้ายหรือไม่ ภายหลังจากเกิดกรณีที่ผู้ก่อการร้ายจับประชาชนชาวออสเตรเลียเป็นตัวประกัน พล.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ใช่เป้าหมาย และไม่น่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทย ทั้งนี้การประชุมอนุกรรมการภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ก็ได้มีการเตรียมการเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติประจำตามปกติ ทุกอย่างถือว่าเป็นปกติ ที่มีผู้รับผิดชอบและหน่วยปฏิบัติที่ชัดเจน
เมื่อถามว่าจะมีการประชุมเพื่อประเมินติดตามสถานการณ์อย่างไรบ้าง พล.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า มีหน่วยงานหลายส่วนราชการที่รับผิดชอบดำเนินการตามปกติอยู่แล้ว หากมีสถานการณ์ที่เป็นประเด็นเกิดขึ้นก็จะนำมาหารือในที่ประชุมว่ามีที่มาและที่ไปอย่างไร รวมถึงจะมีผลกระทบกับเราอย่างไร อีกทั้งจะป้องกันและแก้ไขอย่างไร แต่ในภาพรวมแล้วประเทศไทยไม่ใช่เป้าหมาย ซึ่งก็สบายใจได้ในระดับหนึ่ง
เมื่อถามย้ำว่าทางสหรัฐฯได้เตือนประชาชนสหรัฐฯที่อยู่ในประเทศไทยให้ระวังตัวมากขึ้น เพราะอาจตกเป็นเป้าหมายของผู้ก่อการร้าย พล.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า ไม่ถึงกับต้องเพิ่มความเข้มข้นในการดูแล เพียงแต่ให้ความสนใจมากขึ้น เพราะว่าทางสหรัฐฯก็เตือนเป็นระยะอยู่แล้ว หากมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้น ประเทศไทยก็เพียงแต่ช่วยดู หรือถ้ามีการร้องขอในเรื่องการรักษาความปลอดภัยก็จะให้การสนับสนุนเต็มที่
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าทางกลุ่มไอซิสได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะมีการป้องกันอย่างไร พล.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า ข่าวดังกล่าวก็ต้องตรวจสอบว่าจริงหรือไม่เป็นอันดับแรก ถ้าเกิดจริงจะทำอย่างไร หากไม่จริงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่และยังไม่มีการยืนยัน
เมื่อถามว่า สถานการณ์ระดับความมั่นคงของไทยอยู่ระดับสีอะไร พล.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า ยังอยู่ในระดับปกติ คือ สีเขียว ซึ่งยังไม่มีการยกระดับใดๆทั้งสิ้น
ด้านพล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญติดตามเฝ้าระวังการข่าวการเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้ายมาโดยตลอด ที่สำคัญพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม ได้สั่งการให้ดูแลเรื่องการก่อการร้ายอยู่แล้ว ทั้งนี้การข่าวติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้ายยังไม่พบ หรือได้รับสัญญาณใด ๆ ที่จะลักลอบเข้ามาในประเทศไทย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงมีแผนการและขั้นตอนในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างชัดเจนไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะนอกจากการที่เราจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงจากต่างประเทศแล้วยังมีการประสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศไทยด้วยเช่นกัน จึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงกับเรื่องดังกล่าว
ผบ.สส.แนะสนช.-สปช.ยึดพระราชดำรัส เลือกคนดีบริหารปท.
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 15 ธ.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีที่มาของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่มีการระดมความคิดเห็นชั้นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า ตนเข้าใจว่าขณะนี้กำลังหารือกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน จากนั้นสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะสรุปว่าการออกแบบการได้มาซึ่งนักการเมืองที่ดีที่สุดจะเป็นเช่นใด เพราะฉะนั้นตอนนี้อย่าเพิ่งด่วนสรุป เพราะยังอยู่ในกระบวนการรวบรวมความคิดเห็นที่มีความเหมาะสมกับประเทศไทยหรือไม่ ทั้งนี้ตนได้รับทราบจากข่าวว่านายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช.ได้พูดถึง 6 ประเด็นการปฏิรูปที่ไม่เสียของ คิดว่าเป็นแนวคิดที่ดี เพื่อจะออกแบบประชาธิปไตยที่เหมาะสมกับสังคมเรา และที่สำคัญต้องให้สอดคล้องกับแนวทางพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าต้องเอาคนดีเข้ามาบริหารประเทศ ดังนั้นแนวทางหลักจะเป็นแบบนี้
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีทางอ้อม กับทางตรงคิดว่าแบบใดดีกว่ากัน พล.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า “บางทีทางตรงรถมันติด ก็ต้องเข้าซอกซอยบ้าง แล้วแต่สถานการณ์ วันนี้อาจไปเส้นทางนี้ แต่วันหน้าอาจไปเส้นทางอื่นก็ได้”
เมื่อถามต่อว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญตอนนี้ที่มีการระดมความเห็นหลากหลาย อาจมีการแบ่งฝักฝ่ายหรือไม่ พล.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า ในเรื่องความคิดที่แตกต่างเป็นเรื่องปกติ ไม่อยากจะไปก้าวก่ายใน สปช. มากนัก แต่อยากให้ สปช.ทำงานให้เต็มที่ในช่วงนี้ เพราะกำลังดำเนินการออกแบบรัฐธรรมนูญอยู่ ซึ่งวิธีการทำงานอาจมีความแตกต่างกันบ้าง แต่ขอให้กำหนดกรอบให้ออกมาชัดเจนก็พอ



