
รักเออีซีได้ แต่อย่าหลง
16 ธ.ค. 2557
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : รักเออีซีได้ แต่อย่าหลง : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
ประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังได้รับการจับตาดูจากทุกมุมโลก โดยเฉพาะกลุ่มสมาชิกที่รวมตัวกันในนามของสมาคมอาเซียน ซึ่งกำลังจะเปิดพรมแดนสำหรับทำธุรกิจการค้าชนิดรวมพลังกันและกัน หรือที่รู้จักกันในนามของ เออีซี ซึ่งนอกจากจะถูกจับตามองจากประเทศยักษ์ใหญ่ของโลกแล้ว หลายประเทศในกลุ่มก็ยังตื่นตัวเร่งเร้าปลุกให้คนในประเทศเตรียมพร้อมกันอย่างเต็มที่
ในประเทศไทยเองก็มีความพยายามทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ออกมากระตุ้นเตือนให้เตรียมพร้อมรับมือการเปิดพรมแดนเพื่อการค้าขายในครั้งนี้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการใช้ภาษา ซึ่งเกือบทุกหน่วยงานเน้นไปที่ภาษาอังกฤษ จนหลงลืมไปว่าประชาชนของประเทศเพื่อนบ้านจำนวนไม่น้อย ยังใช้ภาษาถิ่น ดังนั้น การเรียนรู้ภาษาประจำชาติและภาษาถิ่น จึงมีความสำคัญไม่น้อย
สถานศึกษาและสถานที่ราชการต่างๆ เริ่มมีการติดรูปภาพธงชาติ และเครื่องแต่งกายของกลุ่มสมาชิกอาเซียนกันแพร่หลาย เพื่อเป็นการเกริ่นให้คนไทยได้รู้จักเอาไว้ในเบื้องต้น และตามจังหวัดต่างๆ เริ่มตื่นตัวและมีการเอาเรื่องราวของประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเป็นจุดขาย บางจังหวัดแม้จะไม่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ก็พยายามสร้างจุดสนใจให้เกี่ยวพันกับอาเซียนขึ้นมา เช่น มีการตั้งชื่อทางแยกว่า “ห้าแยกอินโดจีน” พร้อมทั้งมีการสร้างหลักกิโลเมตรขนาดใหญ่ หรือมีการสร้างป้ายบอกระยะทางจากจุดนั้นไปถึงเมืองหลวงของแต่ละประเทศ
แต่บางครั้งการตื่นตัวในด้านที่เกี่ยวพันกับอาเซียน ของหน่วยงานและองค์กรของรัฐในประเทศไทย ก็ดูจะเป็นการตื่นตัวที่ขาดการประสานงานที่ดี จนทำให้เกิดความสูญเปล่าทั้งในเรื่องงบประมาณ และเป็นการทำให้เกิดผลทางด้านลบหรือเสียเงินเปล่าขึ้นมาได้ด้วยเช่นกัน เช่น การติดตั้งป้ายบอกเส้นทาง สำหรับการเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เอาไว้บนทางหลวงแผ่นดินระหว่างจังหวัด เป็นป้ายสากลพื้นสีฟ้าตัวอักษรทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษสีขาว พร้อมลูกศรบอกเส้นทางไปขนาดใหญ่คร่อมอยู่บนถนน
งบประมาณสำหรับการทำป้ายดังกล่าวนี้ น่าจะอยู่ที่หลักแสนบาทต่อป้าย แต่บางป้ายที่ติดตั้งเอาไว้ในพื้นที่ ซึ่งไม่ใกล้เคียงกับพรมแดนด้านใดด้านหนึ่งแม้แต่น้อย และในทางแยกถัดมาบนเส้นทางเดียวกัน หากต้องการเดินทางไปยังปลายทางตามป้ายดังกล่าวจริงก็ควรจะต้องมีป้ายที่สอดรับกับป้ายก่อนหน้านี้ เพื่อบ่งชี้เส้นทางที่จะต้องเลี้ยวแยกหรือตรงไปอีกทอดหนึ่ง แต่กลับไม่มีการติดตั้งป้ายที่จะทำให้คนที่หากจะต้องเดินทางไปตามป้ายจริงๆ สามารถใช้เป็นเครื่องหมายนำทางให้ดินทางได้เลยแม้แต่น้อย
จากตัวอย่างนี้ ลองขับรถมาตามทางหลวงหมายเลข 12 จากพิษณุโลกมุ่งหน้าไปหล่มสัก ตรงบริเวณสี่แยกหล่มสักหรือที่เรียกกันว่า สี่แยกพ่อขุนผาเมือง จะพบว่ามีป้ายขนาดใหญ่ดังที่บอกมาตั้งคร่อมบนถนน บอกทางไปพนมเปญ และเวียงจันทน์ แต่เมื่อขับไปเรื่อยจนถึงชุมแพ หรือเลยไปจนถึงขอนแก่น ก็จะพบว่าไม่มีป้ายอื่นมารองรับตามทางแยกอื่นๆ อีกเลย การตื่นตัวแบบนี้ จึงไม่ต่างอะไรจากเด็กวัยรุ่นที่หลงรักอะไรสักอย่างหนึ่งอย่างลุ่มหลง จนทำให้ขาดเหตุผลและเสียงานเสียการและเสียเงินเปล่าไปได้ในที่สุดครับ
----------------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : รักเออีซีได้ แต่อย่าหลง : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



