ข่าว

สปช.ถกข้อเสนอแนะ-ความเห็นต่อกมธ.ยกร่างรธน.

สปช.ถกข้อเสนอแนะ-ความเห็นต่อกมธ.ยกร่างรธน.

15 ธ.ค. 2557

สปช.เริ่มวาระพิจารณาข้อเสนอแนะ-ความเห็นต่อกมธ.ยกร่างรธน.แล้ว 'ไพโรจน์' รายงานมีประเด็นใส่ในรธน. 246 ประเด็น

 
             15 ธ.ค.57 เมื่อเวลา 09.50 น. นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องสรุปความเห็นหรือข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญของคณะกมธ.วิสามัญประจำสภา 18 คณะ ซึ่งคณะกมธ.วิสามัญฯพิจารณาแล้วเสร็จเป็นวันแรก โดยการประชุมดังกล่าวนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสปช. คนที่1 ฐานะประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้นำคณะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเข้าร่วมรับฟังข้อเสนอและความเห็นของสปช.ด้วย
 
             ก่อนเริ่มการประชุม นายเทียนฉาย ได้แจ้งรายละเอียดว่าการประชุมดังกล่าวจะมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ช่องเอ็นบีที (ช่อง11) ตามเวลาที่ได้รับจัดสรร ส่วนลำดับการพิจารณาจะเริ่มต้นจากให้นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ประธานคณะกมธ.วิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ นำเสนอประเด็นข้อเสนอและความเห็นของสปช.ในภาพรวมจำนวน 30 นาที ต่อจากนั้นให้ประธานคณะกมธ.ปฏิรูปตามลำดับที่คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสปช. (วิปสปช.) กำหนดแถลงข้อเสนอแนะ จำนวน 20 นาทีและสรุปไม่เกิน 10 นาที รวมเวลาไม่เกิน 30 นาที จากนั้นให้สมาชิกสปช.ที่แจ้งความจำนงขออภิปรายแต่ละประเด็น ที่กำหนดให้ไม่เกินคนละ 2 คณะ โดยเมื่อขั้นตอนดังกล่าวแล้วเสร็จตนจะขอมติจากที่ประชุมสปช. ว่าจะส่งความเห็นทั้งหมดต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่
 
             ทั้งนี้นายโกวิท ศรีไพโรจน์ สชป. ลุกทักท้วงให้ปรับเกณฑ์ที่กำหนดให้สปช.อภิปรายได้ไม่เกิน 2 คณะ เนื่องจากสปช.ภาคจังหวัดมีข้อมูลที่รับฟังจากภาคประชาชนในพื้นที่จำนวนมากต้องการนำเสนอในที่ประชุม โดยนายนายเทียนฉาย ชี้แจงว่าตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ไม่ได้แบ่งแยกหน้าที่ของสปช.ที่มาจากจังหวัดหรือจากการสรรหาคณะต่าง ๆ ดังนั้นถือว่าทุกคนทำหน้าที่เหมือนกัน ส่วนความเห็นเพิ่มเติมจากแหล่งต่าง ๆ สามารถเสนอให้กมธ.ปฏิรูปทั้ง 18 คณะ ได้หลังจากนี้
 
             จากนั้นนายไพโรจน์ ได้กล่าวรายงานว่ากมธ.ปฏิรูปทั้ง 18 คณะมีประเด็นที่นำเสนอ รวม246 เรื่อง เมื่อจำแนกตามโครงร่างรัฐธรรมนูญและเรียงลำดับตามประเด็นที่เสนอพบว่า ในส่วนของภาคที่ 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง มีประเด็นที่นำเสนอมากที่สุด คือ 133 ประเด็นโดยอยู่ในส่วนของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ จำนวน 82 เรื่อง,รองลงมาคือการกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่น จำนวน 16 เรื่อ ขณะที่หมวดว่าด้วยประชาชนซึ่งจัดอยู่ในภาคที่ 1 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์และประชาชน มีประเด็นที่นำเสนอ 43 เรื่อง ขณะที่ภาคที่ 4 ว่าด้วยการปฏิรูปและการสร้างความปรองดองนำเสนอประเด็นทั้งสิ้น 35 ประเด็น โดยจัดอยู่ในส่วนของการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและการสร้างความปรองดองมากที่สุด รวม 33 เรื่อง และการสร้างความปรองดองมีอยู่ 2 เรื่อง ส่วนภาคที่ 3 ;ด้วยนิติธรรม ศาล และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ มีประเด็นนำเสนอทั้งสิ้น 33 เรื่อง นอกจากนั้นยังมีประเด็นเสนอในบททั่วไปที่เสนอโดยคณะกมธ.ปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส มีรายละเอียดระบุว่า ให้รัฐธรรมนูญมีขอบเขตการคุ้มครองใน 4 ส่วนสำคัญ คือ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคลตามพันธกรณีระหว่างประเทศ,การยอมรับนับถือตามกฎหมาย, ประชาชนที่อาศัยในประเทศไทย ไม่ว่าจะมีชาติพันธุ์ สัญชาติหรือศาสนาใด และ คนสัญชาติไทยที่อาศัยอยู่ในหรือนอกประเทศไทย
 
             นายไพโรจน์ กล่าวด้วยว่ามีข้อเสนอในส่วนบทเฉพาะกาล นำเสนอโดยคณะกมธ.ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค มีสาระสำคัญ ว่า “ในวาระเริ่มแรกให้คณะรัฐมนตรีที่เข้าบริหารราชการแผ่นดินภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป ตามรัฐธรรมนูญ ให้จัดทำกฎหมายเพื่อตั้งองค์การคุ้มครองผู้บริโภคต่อสภาผู้แทนราษฎรภายใน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่แกลนโยบายต่อรัฐสภา และรัฐสภาต้องพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวให้แล้วเสร็จายใน 1 ปีนับตั้งแต่มีการเสนอ หากรัฐบาลหรือรัฐบาลดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามระยะเวลาดังกล่าวต้องชี้แจงเหตผลต่อสาธารณชนหรือรัฐสภา และระยะเวลาที่คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ"
 
 
‘เทียนฉาย’ แจงเวลาอภิปรายข้อเสนอการยกร่างรธน. 3 วัน
 
 
             นายเทียฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แจ้งต่อที่ประชุมสปช. ซึ่งพิจารณาข้อเสนอแนะและความเห็นในการยกร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปทั้ง 18 คณะ ว่ามีผู้แสดงความจำนงจะอภิปรายในเนื้อหารวม 198 คน ดังนั้นเมื่อพิจารณาเวลารวมที่จะพิจารณาเรื่องดังกล่าว จำนวน 3 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ 15 - 17 ธ.ค. จะมียอดรวม 1,110 นาที ดังนั้นเมื่อเฉลี่ยเวลาอภิปรายแล้วจะได้เวลาคนละ 6 นาที
 
             ผู้สื่อข่าวรายงานถึงจำนวนผู้ลงชื่ออภิปรายในแต่ละประเด็นพบว่ามีลำดับผู้ขออภิปรายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ประเด็นการเมือง มีผู้ลงชื่อภิปรายสูงสุด 39 คน, รองลงมาคือเรื่องกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จำนวน 21 คน, การปกครองท้องถิ่น จำนวน 18 คน, การบริหารราชการแผ่นดิน จำนวน 15 คน โดยทั้ง 4 ประเด็นนั้นถูกลำดับการอภิปรายไว้ในวันที่ 17 ธ.ค. ทั้งหมด นอกจากนั้นยังมีส่วนของประเด็นการเกษตรอุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการที่จัดลำดับพิจารณาไว้ในวันที่ 16 ธ.ค. ที่มีผู้ลงชื่ออภิปรายจำนวน 16 คน