ข่าว

โลกที่เปลี่ยนขั้ว

โลกที่เปลี่ยนขั้ว

15 ธ.ค. 2557

โลกที่เปลี่ยนขั้ว : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล

               โลกในทุกวันนี้ กำลังจะเปลี่ยนขั้วไปจากสหรัฐ ซึ่งเคยมีบทบาทสูงสุดในการเป็นผู้นำ มาสู่มือของเอเชียอย่างเต็มที่

               หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐเป็นฝ่ายมีชัยชนะต่อนาซีเยอรมัน ได้ใช้โอกาสในการขยายอิทธิพลอย่างกว้างขวาง เนื่องจากไม่ได้รับความบอบช้ำจากผลของสงครามเท่ากับประเทศใหญ่น้อยในยุโรป ทำให้สามารถยึดกุมระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของโลกไว้ได้ ส่งผลให้สหรัฐ ที่ก่อนหน้านั้นเป็นประเทศที่โดดเดี่ยวและห่างไกล กลายเป็นประเทศที่มีความมั่งคั่งและมีความเจริญก้าวหน้าสูงสุดในโลกโดยสมบูรณ์

               ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมความรุ่งเรืองของสหรัฐก็คือ นวัตกรรมและวัฒนธรรม ซึ่งทั้งสองสิ่งสร้างลัทธิ “อเมริกันนิยม” ทำให้ชาวโลกตกอยู่ภายใต้แนวคิดของสหรัฐ นำความนิยมสินค้าและวัฒนธรรมอเมริกัน นำรายได้กลับคืนสู่สหรัฐอย่างมากมายมหาศาล ขณะที่ประเทศต่างๆ ในเอเชียยังอยู่ในสภาพที่ยากจน และมีปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศ ทำให้ไม่สามารถพัฒนาได้เต็มที่

               แต่ภายหลังสงครามเย็นระหว่างสหรัฐกับสหภาพโซเวียต โลกคลายความตึงเครียดลง และหลายประเทศในเอเชียค่อนฟื้นตัวขึ้น จนถึงวันนี้ ประเทศที่เคยยากจนและล้าหลังอย่างจีน กลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจดีที่สุดในโลก มีเงินทุนสำรองจำนวนมหาศาล ญี่ปุ่นซึ่งเคยอยู่ในสภาพสิ้นเนื้อประดาตัว ก็มีพัฒนาการทางเทคโนโลยีระดับสูง สินค้าของญี่ปุ่นได้รับการยอมรับจากทั่วโลก เกาหลีใต้ที่แทบไม่มีอะไรเหลือหลังสงครามเกาหลี ก็สามารถก้าวตามหลังญี่ปุ่นไปได้อย่างติดๆ ทั้งยังแสดงบทบาททางวัฒนธรรม ก้าวทับเส้นทางที่สหรัฐเคยทำมา อินเดียก็เขยิบขึ้นมาอยู่ในฐานะประเทศผู้นำด้านไอที แม้กระทั่งเวียดนาม ซึ่งอยู่ในภาวะสงครามมายาวนาน ก็ใช้เวลาเพียง 30 ปี ผงาดขึ้นเป็นดาวรุ่งทางเศรษฐกิจดวงใหม่ ขณะที่สหรัฐกลับอยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย และแบกรับภาระด้านการทหารในดินแดนต่างประเทศ เช่น อิรัก อัฟกานิสถาน และตะวันออกกลาง ในสภาพที่กลืนก็ไม่ได้ คายก็ไม่ออก ติดต่อกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน

               ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจหรอกครับ ที่เวลานี้สินค้าจีนจะท่วมตลาดโลก ด้วยความได้เปรียบในเรื่องต้นทุนการผลิต กำลังการผลิตและสนนราคาที่ย่อมเยาเหมาะกับภาวะเศรษฐกิจโลก ขณะที่สินค้าเทคโนโลยีของญี่ปุ่นที่พัฒนาทั้งคุณภาพและรูปลักษณ์ก็ครองตลาดของสินค้าประเภทนี้ โดยมีเกาหลีใต้เป็นเงาตามตัว และเกาหลีใต้ก็ไม่ได้ปล่อยมือจากสินค้าวัฒนธรรม ที่เคยช่วยกู้ฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศ ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ พ.ศ.2540 โดยกล้าประกาศว่า ปัจจุบันสินค้าวัฒนธรรมเกาหลีใต้เป็นรองแค่สหรัฐ แต่ใน ค.ศ.2020 หรืออีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า เกาหลีใต้จะทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งของสินค้าวัฒนธรรม ส่วนเวียดนามเอง ก็น่าจับตาความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ในปี ค.ศ.2020 เช่นกัน

               โลกในอดีตอาจจะมีมหาอำนาจยุโรป ตามมาด้วยสหรัฐ เป็นขั้ว ที่ประเทศอื่นๆ ต้องหมุนตาม แต่ในวันนี้และพรุ่งนี้ ขั้วของโลกได้เคลื่อนมาอยู่ที่เอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกไกล คือ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ - ประเทศไทยของเราเตรียมตัวหรือยังครับ กับการอยู่ในโลกที่เปลี่ยนขั้วไป และที่สำคัญคือ เป็นขั้วที่เราอยู่ใกล้กว่าเดิม?