
ปชป.ย้ำอุ้มกษิตนั่งก.ต่างประเทศป้องไม่จำเป็นต้องไขก๊อก
ปชป.ย้ำอุ้มกษิตนั่งก.ต่างประเทศป้องไม่จำเป็นต้องไขก๊อก วอนสังคมให้เวลาพิสูจน์ความจริง อ้าง มาตรฐานความรับผิดชอบต้องดูแล้วแต่กรณี ยันไม่ไว้แน่หาก ทุจริตคอร์รัปชั่น แต่ กษิต เป็นเรื่องของการเมืองก่อนเข้ารับตำแหน่ง
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ประกาศไม่ลาออกจากตำแหน่งหลังจากถูกหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า จากการตรวจสอบกระแสสังคมและกระแสสื่อมวลชนทั่วไป รวมถึงความเห็นของนักวิชาการ พบว่าร้อยละ 90 ยังเหมาะสม ที่จะดำรงตำแหน่งต่อไป แต่มีนักวิชาการเพียงคนเดียวที่คัดค้านเรื่องนี้ โดยการสร้างบรรทัดฐานการเมืองใหม่ ซึ่งกระแสดังกล่าวเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องรับฟัง
รัฐบาลต้องทำความเข้าใจว่าไม่ได้มีสองมาตรฐานในกรณีนี้ และกฎ 9 ข้อของนายกรัฐมนตรีก็ปฏิบัติอยู่คือ รัฐมนตรีไม่มีสิทธิ์เหนือประชาชนในการปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งรัฐมนตรีไม่ต้องรอคดีสิ้นสุด แค่เรื่องเข้าสู่ชั้นศาล มาตรฐานนักการเมืองในรัฐบาลอภิสิทธิ์ ต้องแสดงความรับผิดชอบ ตนคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงอีกยาวไกล ซึ่งตนมองว่าข้อกล่าวหาเรื่องการก่อการร้าย มีการวิจารณ์ว่าอาจจะรุนแรงเกินไป และเป็นสิ่งที่ตำรวจสามารถตั้งข้อกล่าวหาได้ แต่ต้องไม่ปิดกั้นสิทธิ์ผู้ถูกกล่าวหาในการต่อสู้ด้วย เหมือนครั้งหนี่งที่ตำรวจตั้งข้อหา กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่าเป็นกบฎ และเห็นว่าองค์ประกอบข้อกล่าวหาไม่เข้าข้อหานั้น ก็ได้ยื่นต่อศาลให้ถอนข้อกล่าวหาจนสำเร็จมาแล้ว และตนเชื่อว่าเรื่องนี้จะใช้เงื่อนไขตามกฎหมาย ให้ศาลพิจารณาว่าการตั้งข้อหาก่อการร้ายเกินเหตุหรือไม่ ซึ่งตำรวจต้องประมวลข้อเท็จจริง และอาจจะเห็นว่าพยายนหลักฐานที่ตรวจสอบแล้วไม่เข้าข่ายจะเปลี่ยนข้อหาก็ได้ วันนี้เชื่อว่าจากพฤติกรรมทั้งหมด นายกษิตน่าจะรอดข้อหานี้ไปได้ จึงอยากแสดงความมั่นใจว่านายกษิตเหมาะสมตำแหน่งรมว.ต่างประเทศต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผลโพลล์ส่วนใหญ่มากจากคนกทม. ซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้นายกษิตลาออก นายเทพไท กล่าวว่า ก็ต้องรับฟัง แต่คิดว่าฝ่ายรัฐบาลยังไม่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้เข้าใจอย่างเต็มที่ เชื่อว่าเป็นกระแสธรรมชาติของสังคมอยู่แล้ว หากเป็นนักการเมืองถ้ามีเรื่องลักษณะนี้ก็เป็นด้านลบอยู่ตลอด อย่างไรก็ตามเชื่อเราต้องใช้เวลาทำความเข้าให้ข้อเท็จจริงปรากฎต่อสังคม และหวังว่าสังคมจะเข้าใจได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรฐานความรับผิดชอบเมื่อเข้าสู่กระบวนการของศาล จะใช้เป็นบรรทัดฐานแก่พรรคการเมืองอื่นที่ร่วมรัฐบาลหรือไม่ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในพรรคร่วมกรณีของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย นั้น มีข้อกล่าวหาและรัฐบาลก็ได้ให้โอกาส สุดท้ายข้อกล่าวหาถูกยกไป และคิดว่ามาตรฐานนี้หากจะใช้ก็ต้องใช้ทุกคน ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคร่วม และตนเชื่อว่า ในกรณีของนายกษิตนั้นนายอภิสิทธิ์จะชี้แจงด้วยตนเองอีกครั้ง
นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเสริมว่า เรื่องมาตรฐานความรับผิดชอบต้องดูแล้วแต่กรณี หากเป็นเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น พรรคประชาธิปัตย์มีความชัดเจน แต่เนื่องจากคดีของนายกษิตเป็นเรื่องของการเมืองก่อนเข้ารับตำแหน่งถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์รับรองตำแหน่งของนายกษิต จะเป็นการกดดันการทำงานของตำรวจหรือไม่ นายเทพไท กล่าวว่า หากเราจะกดดันเรากดดันแต่ต้น แต่นี่เป็นความเห็นของบุคคลทั่วไปไม่เฉพาะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ นักวิชาการหลายคนบอกว่าเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง แม้กระทั่งคนที่ร่างรัฐธรรมนูญ ก็ยังมองว่านายกษิตไม่เข้าเงื่อนไขผู้ก่อการร้าย หากเราจะกดดันก็ต้องกดดันตั้งแต่วันตั้งข้อกล่าวหาแล้ว วันเราให้อิสระและถูกตำหนิด้วยซ้ำว่า รัฐบาลมีวาระซ่อนเร้นหรือไม่อย่างไร ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมอย่างรัฐบาลก่อนๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจได้อย่างไรว่านายกษิตจะไม่ถูกตัดสินด้วยข้อหาก่อการร้าย โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เพราะว่านายกษิตไม่ได้เป็นแกนนำ เป็นเพียงวิทยากรรับเชิญ รวมถึงองค์ประกอบการก่อการร้ายต้องมีอาวุธ บังคับขู่เข็ญ คุกคาม แต่นายกษิตมีแต่ไมค์โครโฟนและปากกา เท่านั้น



