
อุตุฯเตือน4จว.ภาคใต้เฝ้าระวังน้ำป่าทะลัก
14 ธ.ค. 2557
ศูนย์อุตินิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก เตือน 4 จังหวัดภาคใต้ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา เฝ้าระวังน้ำป่า
วันที่ 14 ธ.ค.57 ผลจากความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (ลมประจำฤดู) ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และทะเลอันดามันมีกำลัง ส่งผลให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงมาถึงจังหวัดนราธิวาสมีฝนเกือบทั่วไปและมีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่งระหว่างวันที่ 14-16 ธันวาคม
น.ส.พะเยาว์ เมืองงาม รักษาการผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" เตือนให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ระวังอันตรายจากในที่ตกหนักตั้งแต่วันนี้ (14 ธ.ค.-16.ธ.ค.) เนื่องจากอาจจะมีน้ำป่าไหลลงมา ที่จะเริ่มตั้งแต่วันนี้ (14 ธ.ค.)ในขณะเดียวกันก็จะมีฝนตกหนักเกือบตลอดทั้งวัน มีหนักบ้าง เบาบ้าง สลับกันไป ต่อเนื่องไปจนถึงวันพรุ่งนี้ (15 ธ.ค.) ยังคงมีฝนเข้ามา ฉะนั้นให้เฝ้าระวังไปจนถึงวันที่ 16 ธ.ค.สำหรับพื้นที่เสี่ยง
สำหรับปริมาณฝนในแต่พื้นที่ของ 4 จังหวัดที่มีปริมาณฝนเกิน 100 มิลลิเมตร 3 จังหวัด ประกอบด้วย 1.จังหวัดนครศรีธรรมราช อ.ลานสกา อ.เมือง อ.พรหมคีรี อ.นพพิตำ อ.ท่าศาลา 2.จังหวัดพัทลุง อ.เขาชัยสน อ.ศรีบรรพต อ.บางแก้ว อ.ศรี นครินทร์ จังหวัดสงขลา อ.คลองหอยโข่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติหาดใหญ่ ที่เหลือปริมาณน้ำฝนที่ตกลงยังไม่น่าเป็นห่วง
ส่วนพื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่เกรงกันว่าจะมีน้ำท่วมเกิดขึ้น รักษาการผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก กล่าวว่า ในพื้นที่อ.หาดใหญ่ อาจจะเป็นปัญหาน้ำระบายไม่ทันมากกว่า ที่จะเป็นน้ำท่วม ซึ่งน้ำท่วมไม่น่าจะมีสำหรับหาดใหญ่ แต่ว่าการระบายไม่ทันเป็นช่วงเวลา 1-2 ชั่วโมง สำหรับในตัวเมือง
"คงไม่น่าจะมีน้ำท่วมหาดใหญ่ เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ลุ่มน้ำอู่ตะเภายังไม่เยอะ ส่วนใหญ่จะตกในพื้นที่อ.นาหม่อม อ.คลองหอยโข่ง อ.หาดใหญ่ ส่วนพื้นที่อ.สะเดา ฝนยังไปไม่ถึง โดยปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักสำหรับหาดใหญ่ เมื่อวานี้ที่ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ปริมาณน้ำฝนเกิน 100 มิลลิเมตร ที่เหลือเป็นฝนที่ตกในพื้นที่ชายฝั่ง คาบสมุทรสทิงพระ"
ฉะนั้นปริมาณน้่ำในพื้นที่ลุ่มน้ำอู่ตะเภายังไม่เยอะ ยังสามารถรองรับได้อีกเยอะ แต่ว่าในเขตเมืองหาดใหญ่ก็อาจจะระบายไม่ทันบ้าง เป็นพักๆ ส่วนคลื่นลมในทะเล ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.อาจจะลดลงมาหน่อย แล้วอาจจะมีระลอกใหม่เสริมเข้ามาอีก ทำให้คลื่นลมยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ คลื่นลมอาจจะแรงต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 20 ธ.ค.
น้ำป่าทะลักท่วม ถนนพัทลุง-ตรัง
รายงานว่าที่จังหวัดพัทลุงเกิดสภาวะฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอริมเทือกเขาบรรทัด โดยวัดปริมาณน้ำสูงสูดที่ อ.ศรีนครินทร์ จำนวน 135 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 8 หมู่ 9 และ หมู่ 10 ต.ชุมพล อ.ศรีนครินทร์ กระแสน้ำเชี่ยวกรากและไหลอย่างรวดเร็วทำให้ชาวบ้านกว่า 200 ครัวเรือนประสพปัญหาเดือดร้อน ข้าวของภายในบ้านและรถยนต์ถูกน้ำท่วมเสียหาย เนื่องจากขนย้ายไม่ทัน ระดับน้ำเฉลี่ยสูงที่ 1 – 1.30 เมตร
นอกจากนั้นกระแสน้ำป่า ยังไหลบ่าเข้าท่วมถนนสายเพชรเกษม พัทลุง – ตรัง ท้องที่ รอยต่อระหว่างหมู่ที่ 7และ หมู่ที่ 10 ต.ชุมพล ระยะทางร่วม 1 กิโลเมตรเฉลี่ยน้ำสูงสุดที่ 80 เซนติเมตร รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้ เจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 43 สำนักงานพัฒนาภาค 4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องคอยช่วยอำนวยความสะดวก พร้อมเปิดให้รถวิ่งเส้นทางเดียว
ล่าสุดเจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทานจังหวัดพัทลุงได้ประกาศเตือนชาวบ้าน ในพื้นที่ ต.ควนขนุน ต.ชะมวง อ.ควนขนุน จำนวน 6 หมู่บ้านกว่า 150 ครัวเรือนให้เร่งขนย้ายข้าวของไว้ในที่สูง เนื่องจากน้ำในฝายชลประทานท่าแนะ เพิ่งระดับสูงขึ้นจนล้นปริงเวย์ คาดว่าไม่เกิน 3 ชั่วโมง จะทำให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนสภาพโดยรวมของจังหวัดพัทลุง ล่าสุดท้องฟ้ายังมืดครึ้ม มีฝนตกระจายในหลายพื้นที่
เรือประมงเล็กตรัง เทียบท่าหลบคลื่นลมแรง-สั่งปิดน้ำตก 6 แห่ง
เรือประมงขนาดเล็กในจังหวัดตรังจำนวนมาก ต้องจอดหลบคลื่นลมหลังพบว่าทะเลอันดามันก็ได้รับอิทธิพลจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ทั้งนี้ในทะเลดันดามันก็ได้เกิดฝนตกและเกิดคลื่นลมแรง โดยเฉพาะห่างจากฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่งผลให้เรือประมงขนาดเล็กต้องกลับเข้าฝั่ง เพราะเกรงจะเกิดความไม่ความปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่เจ้าท่าภูมิภาค สาขาตรัง ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ประจำท่าเทียบเรือปากเมง เพื่อตรวจตราเรือโดยสารทุกชนิด และจัดระเบียบการขึ้นลงเรือของนักท่องเที่ยว พร้อมกำชับให้นักท่องเที่ยวทุกคนสวมใส่เสื้อชูชีพเอความปลอดภัย โดยในวันนี้มีนักท่องเที่ยวยังคงเดินทางไปท่องเที่ยวตามปกติ ไม่ต่ำกว่า 200 คน
นายสมเจตน์ สุวรรณวงศ์ หัวหน้าหน่วยน้ำตกสายรุ้ง ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" ว่า ได้สั่งเจ้าหน้าที่คุมเข้มนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวน้ำตกสายรุ้ง ให้งดลงเล่นน้ำตกภายใน 1-2 วันนี้หลังมีฝนตกสะสมบนเทือกเขาบรรทัดและเกิดน้ำท่วมในอำเภอศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เขตรอยต่อบนเทือกเขาบรรทัดจ.ตรัง ทำให้สีน้ำขุ่นแดงและเพิ่มปริมาณสูงขึ้นหวั่นเกิดน้ำป่าไหลหลากซ้ำรอยปี 2550 จนทำให้มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตมากถึง 38 คน ทำให้ตลอดทั้งวันนี้ นักท่องเที่ยวต่างทยอยเดินทางกลับเพื่อความปลอดภัย
เนื่องจากท้องฟ้ามืดครื้มและมีฝนตกลงมาโปรยปราย นอกจากนี้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัดยังประกาศให้น้ำตกที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลลากทั้งหมด 6 แห่งในจ.ตรังประกอบด้วย น้ำตกสายรุ้ง น้ำตกไพรสวรรค์ น้ำตกโตนเต๊ะ น้ำตกโตนปลิว น้ำตกลำปลอกและน้ำตกกะช่อง ในพื้นที่อ.นาโยง,อ.ย่านตาขาวและอ.ปะเหลียน จ.ตรัง ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำตกอย่างเด็ดขาดและปิดการท่องเที่ยวภายใน 1-2 วันนี้หรือไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ส่วนบรรยากาศการท่องเที่ยวถ้ำเลเขากอบ ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรังยังปกติแต่เจ้าหน้าที่ อบต.เขากอบสั่งคุมเข้มความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ซึ่งหากมีฝนตกหนักหรือมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นก็จะปิดการท่องเที่ยวทันที
นายกฯกรุงชิงสั่งอพยพ ฝนหนักนครศรีฯเกิน 150 มิลลิเมตร
หลังจากฝนตกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาและมีปริมาณฝนที่สูงกว่า 150 มม.ในหลายจุดโดยเฉพาะพื้นที่ป่าเขา ได้เกิดภาวะน้ำป่าไหลหลากในหลายอำเภอเช่นอำเภอพรหมคีรี อำเภอลานสกา อำเภอสิชล และอำเภอนบพิตำ โดยเฉพาะในอำเภอนบพิตำนั้นน้ำป่าได้ไหลหลากตัดถนนขาดหลายจุดโดยเฉพาะบ้านวังแรด หมู่ที่ 8 ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ ทหารปืนใหญ่ ป.พัน 105 ได้ส่งกำลังเข้าให้การช่วยเหลือ
นางสาวจันทิมา ศรีนุรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกรุงชิง ได้สังการให้เจ้าหน้าที่เข้าอพยพประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลกรุงชิง โดยเฉพาะพื้นที่ริมธารน้ำ เนื่องจากน้ำหลากได้เพิ่มปริมาณและความรุนแรงมากขึ้นและมีสีเข้มมากขึ้น ขระเดียวกันได้เริ่มส่งสัญญาณเตือนภัยจากองค์การบริหารส่วนตำบลกรุงชิงแล้ว



