
คำนูณแนะกษิตลาออก-ชี้ปชป.รู้เห็นตร.ออกหมายเรียก
คำนูณ แนะ กษิต ลาออกหลังเสร็จงานอาเซียน เชื่อผู้ใหญ่ต้องการให้พ้นพรรค เพื่อลบภาพใกล้ชิดพันธมิตรฯ และเหตุ กษิตขวางผลประโยชน์ เรื่องปราสาทพระวิหาร หลังถูกลดบทบาทชัดเจน
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่า นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศควรลาออกจากตำแหน่งหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่ จ. ภูเก็ต ในช่วงปลายเดือนนี้ โดยเหตุที่นายกษิตควรลาออกไม่ใช่เป็นเพราะการถูกหมายเรียกในข้อก่อการร้าย เพราะหากเป็นแบบนั้นใครที่โดนกลั่นแกล้งด้วยข้อหาเกินจริงก็ต้องลาออกกันหมด แต่เหตุที่ตนเองเห็นว่านายกษิตควรลาออกเพราะเชื่อว่าแม้ว่านายกษิตจะอยู่ต่อไปก็จะทำงานอย่างลำบาก เพราะการออกหมายเรียกครั้งนี้ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์น่าจะมีการรู้กันล่วงหน้าอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้มีการดำเนินการอะไร
อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าเหตุที่ทางพรรคไม่มีการดำเนินการอะไรเพราะ 1. เชื่อว่าคงมีใครบางคนไม่ต้องการให้นายกษิตอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป เพื่อไม่ให้พรรคประชาธิปัตย์มีภาพใกล้ชิดกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และทำให้เห็นว่ารัฐบาลมีมาตรฐานเดียวในการดำเนินคดีกับทั้งคนเสื้อแดงและพันธมิตรฯ 2. เชื่อว่านายกษิต อาจจะไปขัดผลประโยชน์ของใครในเรื่องกรณีปราสาทพระวิหารที่มีผลประโยชน์มากมาย รวมถึงเรื่องผลประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล เพราะเห็นได้ว่านายกษิตถูกลดบทบาทลงอย่างชัดเจนในเรื่องความสัมพันธ์ไทยกัมพูชา เพราะคนที่ดำเนินเจรจานี้แทนที่จะเป็นนายกษิต ในฐานะ รมว.ต่างประเทศ แต่คนที่ดำเนินการเรื่องนี้กลับเป็นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง และ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และดูเหมือนว่าท่าทีการแก้ปัญหาเรื่องปราสาทพระวิหารของนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพในเรื่องนี้มีความแตกต่างกันและเป็นทิศทางที่ไม่เหมือนกับที่พรรคประชาธิปัตย์เคยเป็นฝ่ายค้าน
“ด้วยเหตุผลทั้ง 2 ข้อนี้ผมจึงคิดว่านายกษิตควรลาออกดีกว่า เพราะอยู่ต่อไปก็คงทำงานลำบาก เพราะคงต้องถูกเรียกร้องจากคนเสื้อแดงและนักวิชาการอิสระ แม้ในทางที่เปิดเผย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะบอกว่ายังไม่เข้ากฎเกณฑ์ 9 ข้อก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่าต่อจากนี้ไปนายกษิตคงทำงานลำบากโดยเฉพาะในปัญหาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ที่นายกษิตคงไม่สามารถยกเลิกแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา อย่างที่นายกษิตเคยประกาศไว้ก่อนรับตำแหน่งได้” นายกษิต กล่าว
ส่วนเรื่องที่หลายฝ่ายกังวลว่า หากนายกษิต พ้นจากตำแหน่งจะทำให้การตามล่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หยุดชะงักนั้น นายคำนูณ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลซึ่งถ้ามีความจริงใจในเรื่องนี้ก็สามารถหาคนมาทดแทนได้ และการล่าตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ต้องทำหลายด้านทั้งเรื่องทางการทูตที่ต้องมีการไล่ล่าตัวในต่างประเทศแต่ที่สำคัญมากกว่านั้นและรัฐบาลยังไม่ได้ทำคือการใช้สื่อของรัฐชี้แจงต่อประชาชนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ถูกกลั่นแกล้ง และไม่ได้ถูกต้องห้ามเข้าประเทศไทย และหากพ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามารับโทษตามขั้นตอนทางกฎหมายก็สามารถถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษได้
" แต่การล่ารายชื่อโดยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ห้ามปรามถือว่าเป็นอันตรายที่จะทำให้เกิดสถานการณ์เผชิญหน้าระหว่างสถาบันกับประชาชนที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ จึงอยากให้รัฐบาลทำความชี้แจงประเด็นเหล่านี้ให้ประชาชนเข้าใจถึงผลกระทบต่อสถาบันอันใหญ่หลวงนี้ด้วย"นายคำนูณกล่าวเรียกร้อง



