
'กล่องดำ' ของคนขับรถบัส
14 ธ.ค. 2557
คอฟฟี่เบรค : 'กล่องดำ' ของคนขับรถบัส : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์
เครื่องบินทุกลำต้องมีกล่องดำสำหรับบันทึกข้อมูลการบิน เพื่อจำลองเหตุการณ์ก่อนหน้าการเกิดอุบัติเหตุ
แล้ว “กล่องดำ” ของ "รถบัสโดยสารสาธารณะ" มีไว้ทำไม?
ในการบรรยายเรื่อง “วิสัยทัศน์/ทิศทาง การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะไทย” ในการเสวนาวิชาการ “ยกเครื่องรถโดยสารสาธารณะไทย ด้วยระบบประกันภัยและการชดเชยเยียวยา” ธีระพงษ์ รอดประเสริฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ปัจจุบันอุบัติเหตุเกิดจากปัจจัยสี่อย่างคือ ถนน รถ คน และสภาพแวดล้อม ส่วนที่กรมรับผิดชอบตรงๆ คือ รถ และคน ซึ่งขณะนี้กรมกำลังให้ความสำคัญหลายเรื่อง
หนึ่งในนั้นคือ การติดตั้ง “กล่องดำ” เพื่อเก็บพฤติกรรมคนขับรถโดยสารสาธารณะ
“คนขับรถถูกเก็บพฤติกรรมในการขับทั้งขาไปกลับวันนี้ได้คะแนนเท่าไร เมื่อเทียบกับความเป็นมืออาชีพ มีแก๊ปเท่าไร พัฒนา ทำความเข้าใจ พฤติกรรมการออกรถ การเบรก ขับ และพัฒนาเขา เพื่อก้าวสู่การเป็นนักขับรถมืออาชีพต้นแบบ 155 คน เป้าหมายได้คนขับรถมืออาชีพ พิสูจน์ให้เห็นว่าอุบัติเหตุลดลง”
ถามว่า โครงการคนขับรถมืออาชีพต้นแบบกับกล่องดำ สัมพันธ์กันอย่างไร? อธิบดีกรมการขนส่งทางบกตอบว่า เป็นโครงการที่ได้รับแนวทางจาก รมว.คมนาคม ซึ่งมีโจทย์ว่า เครื่องบินยังมีกล่องดำ รถโดยสารสาธารณะน่าจะมีลักษณะเช่นนั้นบ้าง เพื่อมอนิเตอร์และบันทึกข้อมูล
การติดตั้งกล่องดำมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคนขับที่มีศักยภาพ พัฒนาไปสู่คนขับรถมืออาชีพได้ ซึ่ง บขส.ได้คัดเลือกพนักงานขับรถ 155 คน เข้าโครงการต้นแบบ และจะประกาศผลในวันที่ 1 เมษายน 2557
คนขับรถมืออาชีพ หมายถึง คนขับรถที่มีความตั้งใจพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้ากับการเป็นพนักงานขับรถ ที่จะให้บริการระบบสาธารณะ
โดยกล่องดำที่นำมาติดตั้งในรถโดยสารจะบันทึกข้อมูลทุก 0.5 วินาทีของการขับ ให้คะแนน และนำมาเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานความเป็นมืออาชีพ เช่น คะแนนเต็ม 100 วันนี้ได้คะแนน 65 แสดงว่ายังห่างความเป็นมืออาชีพอีก 35 คะแนน เกณฑ์ในการพิจารณา เช่น การออกรถเร็ว เบรกกะทันหัน ขับรถส่ายไปมา คนขับรู้ตัวว่าถูกมอนิเตอร์อยู่ หากคนขับหลับใน ก็มีการบันทึกไว้ และให้ปรับปรุง สัปดาห์หน้าดูว่ามีคะแนนดีขึ้นหรือไม่
“1 เมษายน 2558 เป้าหมายคือ มีนักขับรถมืออาชีพที่ได้รับรางวัล ไม่ว่าจะขับดีกี่คนเป้าหมายคือลดอุบัติเหตุจากรถโดยสารสาธารณะลง ตัวเลขขณะนี้อุบัติเหตุ 643 ครั้งต่อปี หากโมเดลนี้ประสบความสำเร็จ บขส.จะขยาย และเชิญชวนผู้ประกอบการภาคเอกชนใช้”
อีกเรื่องที่ฟังดูน่าสนใจไม่น้อยคือ ให้ผู้โดยสาร “เช็กอิน” แท็กซี่ อธิบดีอธิบายว่า เรากำลังเริ่มทำ วิธีการคือ ติดคิวอาร์โค้ดแปะไว้ในรถแท็กซี่ มีแอพพลิเคชั่นให้ เมื่อผู้โดยสารขึ้นนั่ง ก็ยิงคิวอาร์โค้ด แล้วระบบจะทำงานให้เอง
“ข้อมูลของผู้โดยสาร และแท็กซี่ จะถูกส่งไปเก็บไว้ในถังข้อมูลของกรมว่า โดยสารรถคันนี้ คนขับชื่อนี้ สถานที่ไหน หากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น สามารถดำเนินการได้ภายใน 12 ชั่วโมง..โครงการเริ่มต้นปี 2558 หลังปรับค่าโดยสารแล้ว อันนี้เป็นความปลอดภัย กรมดำเนินการหลังจากคนขับแท็กซี่นำรถมาจูนค่ามิเตอร์ใหม่"
“กรมจะดำเนินการลดอุบัติเหตุให้ได้มากสุด ขณะนี้เกิดอุบัติเหตุ 643 ครั้งต่อปี การลดอุบัติเหตุเป็นตัวชี้วัดผู้บริหารในกรม เป็นเรื่องที่กรมเอาจริงเอาจัง ถ้าลดไม่ได้ 5 เปอร์เซ็นต์ ปลายปี 2558 ผมต้องรับผิดชอบ”
ผู้เขียนตั้งใจว่า ใช้บริการรถแท็กซี่ต้นปีหน้า ต้องขอทดลองระบบดังกล่าว แล้วจะรีบรายงานผลไปยังศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะของกรม เพื่อทดสอบสโลแกนตามที่ท่านอธิบดีบอกว่า “ทำจริง ทำทันที ต้อง 1584” โดยจะแจ้งเรื่องกลับผู้ร้องเรียนภายใน 12 ชั่วโมง หลังรับแจ้งเหตุทุกกรณี!
-----------------------
(คอฟฟี่เบรค : 'กล่องดำ' ของคนขับรถบัส : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์)



